จากรายการคุณสรยุทธ ผมทราบว่า อ.ชัชชาติ และ อ.ทวิดา ยังไม่เคยเห็นหนังสือของผมที่พูดถึง 17 โครงการ ผมเลยเอาสำเนารับ มาให้ดูครับ
เลขที่รับ 9115 ปั๊มรับวันที่ 14 มีนาคม 2568 โดย กทม.ครับ
📍ทั้งนี้จากที่อ.ทวิดาออกยอมรับ ทำให้เราได้พบความจริง คือ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กทม.ยังไม่ได้เริ่มตรวจสอบทุจริต เครื่องออกกำลังกายอีก 17 โครงการ - สิ่งที่กทม.ตรวจ มีแค่ 7โครงการแรก ที่เพจ Strong ร้องไป แต่นอกนั้นไม่เคยมีการตรวจสอบเลย
👉🏻เรื่องนี้ผมซีเรียสมาก เพราะอ.ชัชชาติเคยให้สัมภาษณ์กับมติชนเองว่า “ไม่ได้ตรวจแค่ 7 โครงการ แต่ได้สั่งให้ตรวจสอบทุกโครงการ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น” (แต่สุดท้ายกลับไม่ได้มีการตรวจสอบ ตามที่แจ้งสื่อแต่อย่างใด)
-
matichon.co.th/local/quality…
👉🏻และวันที่ 6/6/67 คุณสรยุทธ phone in กับ อ.ชัชชาติ โดยโชว์ให้เห็นว่า ลู่วิ่งมีการปรับราคาขึ้นมาเรื่อยๆ จากสมัยผว.อัศวิน 250,000-500,000 ถึง สมัยอ.ชัชชาติ 500,000-750,000 โดยอ.ชัชชาติแจงว่า “เราต้องขยายผล และไม่ได้มีแค่ปี 66 แต่มีมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว” (แปลว่า อ.ทราบแต่แรกว่า มีการจัดซื้ออีกหลายโครงการ)
-
youtube.com/watch?v=wKwrWZh9… (นาทีที่ 24 เป็นต้น)
🔸ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะรู้ว่า มีการซื้อลู่วิ่งแพง ตัวละ 500,000 หลายโครงการ แต่กลับไม่มีการตรวจสอบแต่อย่างใด - คนที่ทุจริตไม่เคยถูกตรวจสอบ และยังลอยนวลอยู่ในกทม.
🥲อีกเรื่องที่ผิดหวังคือ ทัศนคติในการตรวจสอบการทุจริตของอ.ทวิดา (🙏🏻ผมขออภัยอ.จริงๆแต่ที่อ.พูดนั้น ผมติดใจมาก) เพราะอ.พูดเสมือนว่า อ.ต้องรอให้คนอื่นร้องเรียนก่อนแล้วถึงจะเริ่มตรวจสอบทุจริต หรือตั้งคกก.สอบได้
ทั้งที่มาตรฐานทั่วไปคือ ถ้าผู้บริหารทราบว่า มีโครงการต้องสงสัย ก็ควรให้มีการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งคนอื่นครับ
—————-
✅ มีคนถามว่า ทำไมไม่ยื่น ปปช.?
- ผมยื่นตั้งแต่ปี สิงหา 67 แล้วครับ และไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว (แต่การสอบวินัย กทม.ทำเองได้ ไม่ต้องรอปปช.ครับ)
-
facebook.com/share/p/1KpncJs…
🧐มีคนถามว่า ทำไมไม่พูดเรื่องนโยบาย พูดแต่เรื่องปราบทุจริต?
1. พูดนโยบายเยอะครับ แค่คุณไม่ได้สนใจ คุณเลยไม่ทราบ
2. “การปราบทุจริต” เองก็เป็นหนึ่งในนโยบายไม่ใช่เหรือครับ? ในเมื่อเราทุกคนพูดว่าจะปราบทุจริต แต่ทำไมพอพูดเรื่องทุจริตที่เกิดขึ้นจริง กลับไม่กล้าเผชิญหน้าหละครับ เรามีเคสที่ชัดเจนว่า กทม.มีการซื้อลู่วิ่ง 500,000 แต่ทำไมไม่ลงมือตรวจสอบ? แล้วแบบนี้จะ “ปราบทุจริต” อย่างที่พูดได้อย่างไรครับ?
🧐มีคนถามว่า ทำไมพึ่งพูดตอนนี้?
1. ถ้าเป็นเรื่องทุจริตของคนอื่น คุณจะถามไหมครับ?
- ถ้าผมพูดเรื่องถนนยุบวชิระ หรือทุจริตอ.รัฐสภา หรือปัญหา scammer ช่วงเลือกตั้ง คุณจะห้ามไหมครับ?
- ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พูดเมื่อไร ปัญหาคือ ถือพูดเกี่ยวกับคนอื่น = พูดได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับอ.ชัชชาติ = ห้ามพูด อันนี้คือคุณกำลัง 2 มาตรฐานอยู่ครับ
2. เราพูดเรื่องทุจริตในกทม.มาตลอด พูดจนเบื่อ ก่อนหน้านี้ พึ่งยื่นหนังสือถึงอ.ชัชชาติ เรื่องทุจริตเช่ารถกวาดฝุ่นกทม. 558ล้าน
-
facebook.com/share/1A691bB3Z…
-
facebook.com/share/1EDTk8f2u…
และล่าสุดพึ่งแถลงการจับทุจริตด้วย AI และยกเคสเครื่องออกกำลังกายกทม.
-
x.com/thestandardth/status/2…
ชัยวัฒน์เปิดตัว ‘Bangkok Red Flag AI’ ระบบจับโกง สืบทุจริตจากเอกสาร เพื่อกรุงเทพฯ ที่โปร่งใส
แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน แสดงวิสัยทัศน์การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมเปิดตัวระบบ AI จับโกง ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติของเอกสารราชการ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการจัดซื้อจัดจ้างและป้องกันการฮั้วได้ โดยย้ำความสำคัญของระบบที่ดี ไม่เพียงหวังพึ่งพา ‘คนดี’ เพียงอย่างเดียว
ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน แถลงข่าวในวันนี้ (19 พฤษภาคม) หัวข้อ ‘กรุงเทพฯ โปร่งใส AI จับโกง’ เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยระบุว่า ปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาเรื้อรังที่บ่อนทำลายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ทำให้งบประมาณที่ควรนำไปพัฒนาเมืองและสวัสดิการรั่วไหล ทั้งในรูปแบบของการโกงงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างและการเรียกรับสินบนเพื่อขออนุญาตต่างๆ
สำหรับกรุงเทพมหานครที่มีงบประมาณกว่าหนึ่งแสนล้านบาทนั้น ทางพรรคประชาชนมองเห็นโอกาสที่จะดึงเงินงบประมาณคืนกลับมาให้ชาวกรุงเทพฯ ได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการป้องกันการทุจริตในโครงการจัดซื้อจัดจ้างจำนวน 10,000 ล้านบาท และการประหยัดงบประมาณจากการแก้ปัญหาการเรียกรับส่วยและสินบนอีก 10,000 ล้านบาท
ชัยวัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารงานในอดีตที่ผ่านมาว่า แม้จะมีการเปลี่ยนตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในหลายยุคสมัย แต่ปัญหาการทุจริตก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคดีรถเรือดับเพลิง คดีฮั้วประมูลก่อสร้าง คดีจ้างเดินรถไฟฟ้า คดีไฟประดับลานคนเมือง โครงการเช่ารถขยะพลังงานไฟฟ้า โครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายที่มีราคาสูงผิดปกติ หรือแม้แต่โครงการซ่อมแซมสภา กทม. ที่มีปัญหาการเบิกจ่ายพื้นที่ทับซ้อนเกินจริง
“สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการพึ่งพาตัวบุคคลที่เชื่อว่าเป็นคนดีเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมีการสร้างระบบที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดสามารถกระทำการทุจริตได้”
ชัยวัฒน์ได้อธิบายถึงกระบวนการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ฝังรากลึกมานานว่าสามารถแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก คือการล็อกสเปกหรือการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าให้แคบจนเกินไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ผลิตเพียงรายเดียว, การจัดทำราคากลาง ซึ่งมักจะใช้วิธีการสืบราคาจากผู้จำหน่ายที่ได้มีการตกลงบวกเงินส่วนต่างหรือเงินทอนเตรียมไว้ล่วงหน้า, การล็อกเงื่อนไขคุณสมบัติผู้เข้าประมูลหรือการกำหนดระยะเวลาส่งมอบที่ผิดปกติเพื่อกีดกันผู้แข่งขันรายใหม่ และขั้นตอนสุดท้ายคือการฮั้วประมูลโดยการจัดฉากนำบริษัทเครือข่ายหรือนอมินีมาเสนอราคาคู่เทียบเพื่อให้ดูเหมือนว่ามีการแข่งขันจริง
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทุจริตเหล่านี้รอดพ้นการตรวจสอบไปได้ เป็นเพราะเอกสารคำของบประมาณมักจัดทำอยู่ในรูปแบบกระดาษหรือไฟล์รูปภาพที่ไม่สามารถนำไปประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ได้ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบโดยมนุษย์ในระยะเวลาที่จำกัด
▪️เปิดตัว Bangkok Red Flag AI สืบทุจริตจากเอกสาร
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ชัยวัฒน์ได้นำเสนอระบบที่เรียกว่า ‘Bangkok Red Flag AI’ ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบและแจ้งเตือนความผิดปกติ โดยประกอบด้วยการทำงานหลัก 7 ด้าน
1. การบังคับให้เอกสารคำของบประมาณจากฝ่ายบริหารต้องจัดทำในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลที่คอมพิวเตอร์อ่านได้ (Machine Readable) เพื่อให้ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่อได้
2. จากนั้นระบบจะทำหน้าที่แจ้งเตือน (Red Flag) หากพบการกำหนดสเปกที่จำกัดแคบจนเกินไป
3. การเปรียบเทียบราคาจัดซื้อที่แพงกว่าปกติเมื่อเทียบกับฐานข้อมูลในอดีต
4. การสร้างแคตตาล็อกราคากลางที่เชื่อมโยงกับราคาตลาดจริง
5. การวิเคราะห์เอกสารขอบเขตของงาน (TOR) เพื่อให้คะแนนความเสี่ยงในการทุจริต
6. การตรวจสอบความเชื่อมโยงของบริษัทที่เข้ามาแข่งขันประมูลว่ามีกรรมการหรือที่อยู่เดียวกันหรือไม่
และ 7. การตรวจสอบความผิดปกติจากร่องรอยดิจิทัล (Digital Forensic) ของเอกสารเพื่อป้องกันการฮั้วประมูล
นอกจากนี้ ชัยวัฒน์ยังได้เน้นย้ำว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยเจตจำนงที่แน่วแน่ของฝ่ายบริหาร ซึ่งพรรคประชาชนได้พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วจากการบริหารงานในองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ที่สามารถประหยัดงบประมาณและใช้จ่ายได้ต่ำกว่าราคากลางมากที่สุดในประเทศถึงร้อยละ 26.7
พร้อมกันนี้ ภายในงานยังได้มีการสาธิตระบบปฏิบัติการ AI เสมือนจริง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตรวจจับการล็อกสเปกเครื่องออกกำลังกายและการตรวจสอบเครือข่ายบริษัทที่มีความใกล้ชิดกัน
▪️ระบบ AI ผู้ช่วยจับโกง ต้องควบคู่ระบบราชการที่ดี
ในช่วงตอบข้อซักถาม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. และอดีต สส. พรรคประชาชน ได้ร่วมชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการบริหารและการทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยระบุว่า ความบกพร่องในการบริหารจัดการสามารถเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือการมีกลไกตรวจสอบเชิงระบบ หากมีระบบ AI เข้ามาช่วยคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดความอึดอัดใจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการอนุมัติงบประมาณ
สำหรับปัญหาการต่อรองเพื่อตัดงบประมาณของกลุ่ม ส.ก. บางส่วน เพื่อนำไปเรียกรับผลประโยชน์หรือนำผู้รับเหมาของตนเข้ามารับงานนั้น พรรคประชาชนมีแนวทางในการจัดการโดยการเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมและเปิดเผยข้อมูลโครงการในทุกขั้นตอนให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใส ซึ่งหากโครงการใดเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ประชาชนในพื้นที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องงบประมาณและตรวจสอบการทำงานของ ส.ก. ด้วยตนเอง
“AI เทคโนโลยีก็ส่วนหนึ่ง แต่ยังมีระบบโครงสร้างการทำงาน และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างผู้ว่าฯ กับ ส.ก. ก็ต้องดี ชิดเกินไปหรือห่างเกินไปก็ไม่ดี ที่แย่ที่สุดคือ ดูเหมือนห่างแต่หลังม่านใกล้ชิด อันนี้เลวร้ายที่สุด” วิโรจน์กล่าว
ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว ชัยวัฒน์ได้ชี้แจงถึงบทบาทของทีมบริหารที่พรรคประชาชนได้ทาบทามเข้ามาทำงานร่วมกัน โดยระบุว่า แต่ละบุคคลมีหน้าที่รับผิดชอบที่แตกต่างกันตามความถนัด ทั้งการทำงานเบื้องหน้าในการรณรงค์หาเสียง และการทำงานเบื้องหลังเชิงนโยบาย โดยหลังจากนี้ทางพรรคจะเริ่มนำทีมบริหารลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อจัดทำนโยบายเฉพาะกลุ่ม
ชัยวัฒน์ได้ปิดท้ายด้วยการกล่าวให้เครดิตแก่ นิธิกร บุญยกุลเจริญ ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI ดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคด้วย
ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร
.
#TheStandardPhoto #TheStandardNews #ศวิตาพูลเสถียร