อันนี้ก็ออกจะสรุปง่ายไปหน่อย เน้นทำเรตติ้งก็ใช่ แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดพัฒนา ล่าสุดที่คนชมเรื่องบทก็มีอย่าง "รักหักหลัง" ละครเรตติ้งดีที่แมสก็มีอย่าง "คุณพี่เจ้าขา" เงินทุนก็น้อยกว่า NF แต่ก็ยังทำคอนเท้นดีๆ ได้ ช่องก็ให้อิสระคนทำงานและบางทีก็ให้เกียรติคนทำงานละครมากกว่าด้วยซ้ำ
น้ำเน่าก็แล้วแต่เรื่องที่อนุมัติมา แต่ละเรื่องที่อนุมัติมีเหตุผลอยู่แล้ว ช่องไม่ได้อนุมัติ Genre เดียวกันหมด มีทั้งพล็อตใหม่ นิยายใหม่ รีเมค คละกันไป ไม่ใช่ว่าช่องไม่ก้าวทันโลก แต่เราต้องไม่ทิ้งคนดูที่ยังอยากดูละครรสเดิมด้วย
อย่างช่อง 3 เคยผลิตละครเฉพาะทางอย่าง "ทีใครทีมัน" ที่เจาะอาชีพนักกอล์ฟแล้ว แต่ ณ เวลาออนแอร์ เรตติ้งไม่ได้ดีเท่าที่ควร คนเพิ่งมารู้ทีหลังก็มี จะบอกว่าไม่พัฒนาเลย อันนี้รู้สึกว่าจะเกินไปหน่อย เพราะมันก็พัฒนาในแบบของมัน แค่ไม่ใช่ในแบบที่คนดูคาดหวังว่าจะต้องเหมือนเกาหลี หรือจะต้องท้าทายหมิ่นเหม่ขนาดนั้น ก็ต้องเข้าใจว่าเขามีกรอบในฐานะช่อง free tv เหมือนกัน ที่เขาต้องติดกรอบเดิมเพราะหน่วยงานบ้านเราเองก็ใช่ว่าจะปล่อยให้เขาได้ทำตามใจอยากนะ
แต่ละช่องมี Target Audience ต่างกัน ช่อง 3 กลุ่มหนึ่ง ช่อง 7 กลุ่มหนึ่ง เรตติ้งตอนนี้ก็ไม่ใช่ key point ในการหาเงินแล้วด้วยซ้ำ เพราะต่อให้เรตติ้งสูง แต่โฆษณาไม่เข้าเท่าแต่ก่อน อันนี้เป็นความท้าทายใหม่สำหรับช่องที่ต้องปรับตัว
แต่ในยุคที่เขายังมีเงินทุนก็กล้าพูดเหมือนกันว่าเขายอมเสี่ยงกับผู้จัดทำละครพล็อตออกมาพอสมควรเลยนะ แต่ในเมื่อทำแล้วเรตติ้งไม่มา เขาก็ต้องยอมทำตามตลาด เพราะมันคือธุรกิจ มันมีผลขาดทุนกำไร เขาไม่ได้มีเงินจากองค์กรที่มาจากต่างชาติส่งเงินมาให้ผลิต ซึ่งบาร์ต่ำสุดของ NF ก็ยังสูงกว่างบละครแบบพรีเมี่ยมของไทยอยู่ดี
เหตุที่ซีรีส์ใน NF เนื้อหาได้ไกลกว่าเพราะละครทีวียังติดกรอบเดิมเน้นทำเรตติ้งและขายโฆษณา บทจึงต้องเข้าใจง่าย น้ำเน่า สูตรสำเร็จ ไม่กล้าเสี่ยงกับเนื้อหาแปลกใหม่ที่สะท้อนสังคม ผิดกับในสตรีมมิ่งที่ให้อิสระคนทำงาน ดึงศักยภาพทีมสร้างได้เต็มที่ ละครไทยเลยไม่พัฒนาเพราะช่องก้าวไม่ทันโลก