เครื่องขุด Bitcoin ดับเพราะค่าไฟแพงกว่ากำไร วันเสาร์นี้เครือข่ายปรับยากลงครั้งที่ 11 ในประวัติศาสตร์
.
สัปดาห์นี้บล็อกหมายเลข 953,568 กำลังจะบอกว่า ราคา Bitcoin กดนักขุดหนักแค่ไหนแล้ว
.
ทุก 2,016 บล็อก หรือประมาณ 2 สัปดาห์ เครือข่าย Bitcoin มีกลไกปรับค่าความยากการขุด (Mining Difficulty) โดยอัตโนมัติ เป้าหมายคือรักษาให้บล็อกใหม่ออกมาทุก 10 นาที แต่ช่วงนี้บล็อกเฉลี่ยใช้เวลาเกิน 11 นาที สัญญาณชัดว่ามีเครื่องขุดดับไปจากระบบแล้วจำนวนมาก
.
Galaxy Research รายงานว่าวันที่ 13 มิถุนายน 2569 เครือข่าย Bitcoin จะปรับลดค่าความยากลงราว 10.3% จาก 138.96 ล้านล้าน สู่ประมาณ 124.25 ล้านล้าน ซึ่งเป็นการปรับลดอันดับ 11 ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ 17 ปีของเครือข่าย
.
คำถามคือ ใหญ่แค่นี้เพราะอะไร
.
📌 ราคาดิ่ง นักขุดทนแบกค่าไฟไม่ไหว
.
BTC ร่วงมาเกือบ 30% นับตั้งแต่ต้นปี และร่วงหนักอีก 15% ในเดือนมิถุนายนจนลงมาโซน 62,000-64,000 ดอลลาร์ Capriole Investments ประเมินว่าต้นทุนผลิต Bitcoin เฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่ที่ราว 61,200 ดอลลาร์ นั่นคือตอนนี้นักขุดส่วนมากทำกำไรได้แค่ไม่ถึง 5%
.
แบกค่าไฟเพื่อกำไรน้อยกว่าดอกเบี้ยฝากธนาคาร
.
📌 Hashrate ร่วง รายได้ค่าธรรมเนียมก็พัง
.
Hashrate รวมของเครือข่ายร่วงลง 13.6% ค่าเฉลี่ย 7 วันหล่นจาก 1,011 EH/s (เอกซะแฮชต่อวินาที) เหลือ 874 EH/s ซ้ำเติมด้วยรายได้จากค่าธรรมเนียมธุรกรรมที่ร่วงต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2562 ทำให้นักขุดพึ่งรางวัลบล็อกเป็นหลัก แต่รางวัลนั้นก็ถูกตัดครึ่งไปแล้วจากเหตุการณ์ Halving ปี 2567
.
📌 ตัวชี้วัด On-Chain: เครียดหนัก แต่ยังไม่ใช่ Capitulation
.
Axel Adler Jr. นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant รายงานว่า Puell Multiple หรือตัวชี้วัดที่เปรียบรายรับนักขุดรายวันกับค่าเฉลี่ย 1 ปี ร่วงมาอยู่ที่ 0.74 ซึ่งใกล้เคียงช่วงหลัง Halving ปี 2567 แต่ยังห่างจากระดับที่เคยเกิด Capitulation จริงๆ ในปี 2565 ที่ 0.45 และปี 2561 ที่ 0.33 หากดิ่งต่ำกว่า 0.50 นั่นคือสัญญาณที่ต้องจับตา
.
📌 เครื่องขุดปิด บางส่วนหันไปรับงาน AI แทน
.
บริษัทขุดในตลาดหุ้นหลายแห่งเริ่มเบนกำลังคอมพิวเตอร์ไปรับงาน AI Compute Hosting แทน เพราะมาร์จิ้นดีกว่าในสภาพตลาดปัจจุบัน ส่วนผู้ที่ยังขุดอยู่กำลังเปลี่ยนเครื่องรุ่นเก่าออก โดยราคาเครื่องขุดมือสองร่วงลง 62% ในรอบปีที่ผ่านมาตามข้อมูลจาก Braiins ซึ่งเปิดโอกาสให้คนที่มีทุนอัปเกรดได้ถูกลงมาก
.
📌 การปรับลดครั้งนี้ช่วยได้แค่ไหน
.
เมื่อความยากลดลง นักขุดที่ยังออนไลน์อยู่จะมีโอกาสได้บล็อกรีวอร์ดมากขึ้นต่อหน่วยกำลังขุด หรือพูดง่ายๆ คือรายรับต่อเครื่องจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นี่คือการบรรเทา ไม่ใช่การแก้ปัญหา
.
ถ้าราคา BTC ยังไม่ฟื้น หรือร่วงหนักกว่าเดิม เครื่องขุดอีกชุดก็จะดับตามไป และรอบ Difficulty ถัดไปก็อาจต้องปรับลดอีกครั้ง ปี 2569 นี้มีการปรับลดขนาดใหญ่เข้าสู่อันดับ Top 20 ตลอดกาลไปแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งหาได้ยากมากในประวัติศาสตร์
.
เสียงจากชุมชน (สรุปกระแสความเห็นโดยรวม ไม่ใช่ Quote ตรงตัว)
.
ฝั่งที่มองว่านี่คือสัญญาณซื้อ อ้างว่า Miner Capitulation ในอดีตมักเป็นจุดต่ำสุดของวงจร และ Hash Price ที่ $29/PH/s/day ใกล้เคียงจุดที่เคยเกิด Bottom มาแล้ว
.
อีกฝั่งเตือนว่าอย่าเพิ่งรีบสรุป เพราะตัวชี้วัดยังไม่ถึงระดับ Capitulation จริงๆ ที่เคยเกิดในปี 2565 และ BTC ยังไม่มีสัญญาณฟื้นฟูที่ชัดเจน ถ้าราคาร่วงทะลุ $55,000 เมื่อไหร่ บทสรุปจะต่างออกไปมาก
.
สัปดาห์หน้าจะบอกได้มากว่าการปรับลดครั้งนี้ช่วยพยุงอุตสาหกรรมขุดได้จริงหรือเปล่า ติดตามต่อกันได้เลย
.
คุณมองสัญญาณ Miner Capitulation รอบนี้ยังไง เป็นสัญญาณซื้อ หรือแค่สถานีแรกของขาลงที่ยังไม่จบ?
.
⚠️ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง
.
#BitcoinAddict #Bitcoin #BTC #Mining