The independent Docs & Feature films distributor in Thailand.

Joined September 2014
5,836 Photos and videos
Pinned Tweet
Doc Club ขอเปิดรับข้อมูลเพื่อจัดทำ "ฐานข้อมูลหนังสารคดีไทย" ที่ผ่านมา ทางด็อกคลับได้รับคำถามจากทั้งผู้ชม สื่อ สถาบันการศึกษา องค์กรทางสังคม เทศกาลหนัง สถานทูต ฯลฯ อยู่เป็นระยะเกี่ยวกับหนังสารคดีไทย (บางแห่งต้องการหาหนังไปจัดฉาย, อยากติดต่อคนทำหนัง, อยากชวนคนทำหนังไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ, อยากทำบทความเกี่ยวกับสารคดีไทย, ต้องการทำรายงานหรือวิทยานิพนธ์ ฯลฯ) และเราต่างพบว่าอุปสรรคสำคัญคือ เราไม่มีแหล่งข้อมูลที่จะช่วยให้เราได้รู้จักหนังสารคดีไทยได้อย่างครบถ้วน และเข้าถึงได้สะดวก ด็อกคลับจึงขอทำโครงการ "ฐานข้อมูลหนังสารคดีไทย" โดยเชิญชวนทุกท่าน (ทั้งคนทำหนังเองและผู้ชม) ส่งข้อมูลหนังสารคดีไทยทั้งสั้นและยาวเข้ามาที่ลิงค์กูเกิลฟอร์มด้านล่าง (ซึ่งจะมีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับหนัง และส่วนล่างที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้กำกับ-กรณีที่ผู้กำกับอยากส่งข้อมูลของตนเข้ามาด้วย) เพื่อที่เราจะรวบรวมให้เป็นระเบียบไว้บนเว็บไซต์ และเปิดสาธารณะให้ทุกท่านได้เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ค่ะ ________________ ✍️ส่งข้อมูลได้ที่ forms.gle/kEhtLHTT2Fp7FQEU7 🖥️ข้อมูลจะได้รับการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ documentaryclubthailand.com ต่อไป ⭐️โครงการนี้จัดทำโดย Documentary Club เอง ไม่ได้อยู่ภายใต้โครงการอื่นหรือรับทุนจากแหล่งใด ไม่มีจุดประสงค์ในการนำข้อมูลไปหาประโยชน์ส่วนตัวอื่นใด โครงการคาดหวังว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะและต่อสารคดีไทยค่ะ ขอบคุณทุกท่านมาก ๆ นะคะ
123
76
7,208
Opera of Horror and Salvation (อุปรากรแห่งความสยองและความรอด) เป็นสารคดีสั้น 21 นาทีของ อนาสตาเชีย เวเบอร์ ที่เธอบอกว่าเป็นการแสดงท่าที "ต่อต้านสงครามอย่างถึงรากถึงโคน" ด้วยเรื่องราวของคนหนุ่มสาวผู้ต้องเผชิญกับภาวะเจ็บปวด ในทันทีที่ได้รับรู้ว่าพวกเขาถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารในสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน เวเบอร์เลือกรูปแบบของอุปรากรมาใช้เป็นโครงสร้างในการเล่าเรื่อง เราจะได้เห็นการเดินทางของชายผู้มีชื่อว่า D. ซึ่งได้รับหมายเกณฑ์ทหารและพยายามหาทางหนี ด้วยการไปขอคำชี้แนะจาก 'ทะเลสาบลึกลับ' ที่ส่งเขาลงไปยังโลกใต้ดินซึ่งดวงวิญญาณหลงทางจะคอยช่วยหาทางออก แต่การผจญภัยของเขากลับดิ่งลึกลงสู่ความเหนือจริงและอันตรายขึ้นเรื่อย ๆ Opera of Horror and Salvation ไม่ได้เป็นเพียงเสียงต่อต้านสงครามเท่านั้น แต่ยังฉายภาพความสิ้นหวังของผู้คนที่เป็นผลมาจากการตัดสินใจของคนมีอำนาจเพียงไม่กี่คน ผู้บดขยี้เสรีภาพของคนหนุ่มสาวให้แหลกสลายและทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไร้เจตจำนงเสรี -------------------------------- Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม “Opera of Horror and Salvation-อุปรากรแห่งความสยองและความรอด” สารคดีสั้น 21 นาทีของ Anastasia Veber ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 14 มิ.ย. นี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมทุกเรื่องได้ที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
6
608
ท่ามกลางไฟสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ปะทุดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ บรรยากาศภายในประเทศรัสเซียเองก็ตึงเครียดทั้งจากสภาพการเมืองและเศรษฐกิจที่ถูกคว่ำบาตร คนหนุ่มสาวชาวรัสเซียจำนวนมากหลีกหนีชะตากรรมของตัวเองไม่พ้น คือต้องรับราชการทหาร ไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม "Opera of Horror and Salvation" (อุปรากรแห่งความสยองและความรอด) หนังสั้นความยาว 21 นาทีของอนาสตาเซีย เวเบอร์ (Anastasia Veber) คือผลงานที่บันทึกชะตากรรมเช่นนั้นเอาไว้ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 ที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สามปีก่อนที่รัสเซียจะรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ ก่อนถูกเก็บไว้นานถึง 7 ปีและเพิ่งได้ออกฉายในปีนี้ ความโดดเด่นที่ทำให้สารคดีเรื่องนี้ได้รับเลือกเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกในเทศกาลวิสียง ดู เรเอล (Visions du Réel) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2026 คือการเล่าเรื่องในเชิงทดลอง โดยเวเบอร์เลือกใช้รูปแบบของอุปรากรเต็มขั้น มีบทร้องและทำนองดนตรีที่แต่งโดยบีมา ยูนูซอฟ (Bhima Yunusov) เคล้าคลอด้วยน้ำเสียงของความทุรนทุราย ผสานเข้ากับฟุตเตจสารคดีจากภาพเมืองใหญ่และสำนักงานเกณฑ์ทหารของรัสเซียที่มีโทนอึมครึมและหมองหม่น -------------------------------- Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม “Opera of Horror and Salvation-อุปรากรแห่งความสยองและความรอด” สารคดีสั้น 21 นาทีของ Anastasia Veber 13:00 น. / อาทิตย์ 14 มิ.ย. นี้ ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมทุกเรื่องได้ที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
4
6
862
Documentary Club retweeted
พบกันสิงหาคมนี้ ☁️ See you this August!
19
16
1,247
ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ทั้งหมดในสายประกวด 2026!
ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ทั้งหมดในสายประกวด 2026! The complete list of films in the 2026 competition section is available at 👉 wtd.in.th/competition-lineup… ________________ *ประกาศการปรับปรุงโครงสร้างสายประกวด WTD! 2026* หลังจากการพิจารณาผลงานที่ส่งเข้าร่วมเทศกาล WTD! 2026 ในปีนี้ คณะผู้จัดงานได้ตัดสินใจปรับโครงสร้างสายประกวด เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะและจำนวนผลงานที่ได้รับ รวมถึงเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับภาพยนตร์สารคดีจากภูมิภาคเอเชียมากยิ่งขึ้น การปรับเปลี่ยนดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษามาตรฐานของการแข่งขัน และสร้างโอกาสให้ภาพยนตร์ที่มีความโดดเด่นจากบริบทที่หลากหลายได้เข้าร่วมการประกวดอย่างเหมาะสม โครงสร้างสายประกวดใหม่สำหรับ WTD! 2026 มีดังนี้ Announcement on the Revised Competition Structure for WTD! 2026* Following the review of submissions received for WTD! 2026, the festival has decided to revise its competition structure in order to better reflect the range and number of works submitted this year, while creating greater opportunities for documentary films from across Asia. This adjustment aims to maintain the quality and integrity of the competition while ensuring that outstanding films from diverse cultural and geographical contexts can be presented within the most appropriate framework. The revised competition sections for WTD! 2026 are as follows: _____ ▪ Asian Competition (8 เรื่อง) Grand Prize - 200,000 บาท Jury Prize - 150,000 บาท ▪ International Competition (9 เรื่อง) Grand Prize - 200,000 บาท Jury Prize - 150,000 บาท ▪ W Award Selection (5 เรื่อง) Best Women Director Award - 100,000 บาท Jury Prize for Women Directors - 50,000 บาท ▪ Short Awards Selection (11 เรื่อง) Best Short Documentary Award - 70,000 บาท Special Jury Prize for Short Documentary - 50,000 บาท _____ แม้จะไม่มีสายประกวดสารคดีไทยในปีนี้ แต่ภาพยนตร์ไทยยังคงเป็นส่วนสำคัญของเทศกาล และจะได้รับการนำเสนอเคียงข้างผลงานจากภูมิภาคเอเชียและนานาชาติผ่านการคัดเลือกฉายและกิจกรรมต่าง ๆ ของเทศกาล WTD! ขอขอบคุณผู้สร้างภาพยนตร์ทุกท่านที่ส่งผลงานเข้าร่วม และหวังว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะช่วยให้เทศกาลเติบโตอย่างแข็งแรง พร้อมเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้สร้างภาพยนตร์ในระดับภูมิภาคและนานาชาติต่อไป While there will be no separate Thai Documentary Competition this year, Thai documentary films remain an important part of the festival and will continue to be showcased alongside works from across Asia and around the world through the festival's screenings and programs. WTD! sincerely thanks all filmmakers for sharing their work with us and looks forward to continuing to foster dialogue, exchange, and discovery through documentary cinema. #WTD2026 #whatthedocfilmfestival #whatthedocthailand
1,080
Fruit of Thy Womb (Fruto Do Vosso Ventre) เป็นสารคดีสั้นที่จริง ๆ แล้วเป็น "หนังจบ" ของ ฟาบีโอ ซิลวา คือเป็นภาคปฏิบัติของวิทยานิพนธ์ปริญญาโทด้านภาพยนตร์ จากสถาบัน ESTC (Escola Superior de Teatro e Cinema) ในลิสบอน วิทยานิพนธ์นี้ของซิลวามีชื่อว่า "การนำเสนอตัวเองในฐานะรูปแบบหนึ่งของการสืบค้นในสารคดีร่วมสมัย" (A auto-representação como forma de investigação no documentário contemporâneo, 2021) ซึ่งมุ่งศึกษาว่า ผู้กำกับจะ "วางตัวเองลงไปในพื้นที่ของหนัง" ได้อย่างไรบ้าง ซิลวาวิเคราะห์ผลงานของผู้กำกับสองคนที่มักใช้ตัวเองเป็น "บุคคลที่หนึ่ง" ในหนัง คือ อานเญส วาร์ดา ผู้กำกับหญิงชาวฝรั่งเศส และมานูแอล เด โอลิเวรา ผู้กำกับชาวโปรตุเกส จากนั้นเขาก็นำแนวคิดเรื่องการนำเสนอตัวเอง ความทรงจำ และความเป็นส่วนตัว มาทดลองกับตัวเอง โดยทำหนังเรื่องนี้ซึ่งว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเขา (ในฐานะผู้กำกับ) กับพ่อแม่ พ่อแม่ของฟาบีโอเป็นชาวกาบูเวร์ดี (ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกนอกชายฝั่งแอฟริกาตะวันตกซึ่งเคยเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส) ก่อนจะอพยพมาตั้งถิ่นฐานในโปรตุเกส ประเด็นนี้จึงทำให้ Fruit of Thy Womb ไม่ใช่แค่หนังครอบครัว แต่ยังเป็นผลจากการสืบค้นหลักฐานที่นำมาสู่การเปิดเผยประสบการณ์ร่วมของคนรุ่นลูกในครอบครัวผู้อพยพด้วย -------------------------------- Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "Fruit of Thy Womb - ผลในครรภ์ของท่าน" สารคดีสั้น 20 นาทีของ ฟาบิโอ ซิลวา ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 7 มิ.ย. นี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
7
6
955
เข้าโรงแล้ววันนี้ ! ⁣ 𝐀𝐥𝐥𝐢𝐡𝐨𝐩𝐚: 𝐓𝐡𝐞 𝐃𝐚𝐥𝐤𝐮𝐫𝐝 𝐒𝐭𝐨𝐫𝐲⁣ ⁣ สารคดีสร้างแรงบันดาลใจต้อนรับการกลับมาของฟุตบอลโลก 2026⁣ ⁣ เรื่องราวของสโมสรฟุตบอลดัลเคิร์ดที่ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดในสวีเดน กับการต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคจากลีกล่างของสวีเดนเพื่อนำพาเกียรติยศมาสู่ประชาชนไร้รัฐของพวกเขา⁣ ⁣ ที่ House Samyan⁣ housesamyan.com/site/Movie/d…⁣ หรือที่ app : House Cinema⁣ ⁣ และ Cinema Oasis⁣ facebook.com/cinemaoasis.bk
451
เขาเติบโตมาโดยไม่เคยมีความทรงจำด้านดีต่อพ่อ พ่อเป็นผู้ชายที่แทบไม่เคยอยู่บ้าน น้อยครั้งที่อยู่ก็มีแต่เสียงทะเลาะกับแม่ และคำสั่งห้ามไม่ให้เขาออกไปเล่นกับเพื่อน พ่อเป็นแค่คนที่ให้กำเนิด เป็นแค่คนในอดีต เป็นแค่คนที่เหมือนไม่เคยมีอยู่จริง แล้ววันหนึ่ง ฟาบิโอ ซิลวา ก็ค้นพบม้วนฟิล์ม 8 มม. เก่าของพ่อโดยบังเอิญ ในนั้นเต็มไปด้วยภาพที่บันทึกช่วงเวลาก่อนที่เขาจะเกิด รวมถึงภาพวัยเด็กและวัยรุ่นของตัวเขาเองเป็นครั้งแรก ...จากฟิล์มเหล่านั้น เขาตัดสินใจเริ่มต้นสืบหาเรื่องราวของพ่อกับแม่ที่เขาไม่เคยรู้ ด้วยความหวังว่ามันจะนำไปสู่ความเข้าใจบาดแผลอันเจ็บปวดที่อยู่กับเขามาตลอดชีวิต -------------------------------- Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "Fruit of Thy Womb - ผลในครรภ์ของท่าน" สารคดีสั้น 20 นาทีของ ฟาบิโอ ซิลวา ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 7 มิ.ย. นี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
8
11
1,370
พวกเขาคือคนกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่มีประเทศเป็นของตนเอง พวกเขาฝันอยากคว้าแชมป์เพราะต้องการถูกมองเห็นจากชาวโลก นี่คือเรื่องราวของสโมสรฟุตบอลดัลเคิร์ดที่ก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดในสวีเดน กับการต่อสู่ฝ่าฟันอุปสรรคจากลีกล่างของสวีเดนเพื่อนำพาเกียรติยศมาสู่ประชาชนไร้รัฐของพวกเขา Doc Club ภูมิใจเสนอสารคดีสร้างแรงบันดาลใจต้อนรับการกลับมาของฟุตบอลโลก 2026 Allihopa: The Dalkurd Story 4 มิถุนายนนี้ที่ House Samyan housesamyan.com/site/Movie/d… หรือที่ app : House Cinema และ Cinema Oasis facebook.com/cinemaoasis.bk เร็วๆ นี้ที่ Bliss project, พุธฉาย Wednesday Shine และ Pratudang Space They are an ethnic group with no country to call their own. They dreamed of winning because they wanted to be seen by the world. This is the story of Dalkurd FF, a football club founded by Kurdish refugees in Sweden, and their fight from the lower leagues to bring glory to a stateless people. Doc Club proudly presents an inspiring documentary to welcome the return of World Cup 2026 Allihopa: The Dalkurd Story June 4th at House Samyan housesamyan.com/site/Movie/d… Or at app : House Cinema and Cinema Oasis facebook.com/cinemaoasis.bk Coming Soon at Bliss project, Wednesday Shine and Pratudang Space
8
8
1,172
เทศกาล What the Doc! 2026 ภูมิใจแนะนำคณะกรรมการ International Jury ของเรา
เทศกาล What the Doc! 2026 ภูมิใจแนะนำคณะกรรมการ International Jury ของเรา What the Doc! 2026 is proud to present our International Jury :
2
4
3,483
ประกาศรายชื่อภาพยนตร์ที่ได้เข้าร่วมสายประกวด วันที่ 6 มิ.ย.นี้!
What the Doc! (WTD!) 2026 The International Documentary Film Festival​ Thailand ปิดรับผลงานแล้ว . โดยปีนี้ เทศกาลของเรามีผู้ส่งผลงานภาพยนตร์สารคดีทั้งขนาดสั้นและยาวจำนวนทั้งสิ้น 1,268 เรื่อง จาก 113 ประเทศ (30 ประเทศที่ส่งผลงานมากที่สุด ได้แก่ บราซิล, สหรัฐอเมริกา, อินเดีย, สเปน, อิหร่าน, อาร์เจนตินา, อินโดนีเซีย, จีน, อิตาลี, ไต้หวัน, ฝรั่งเศส, ฟิลิปปินส์, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, ทูร์เคีย, โคลอมเบีย, รัสเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, แคนาดา, กรีซ, โปรตุเกส, ฮ่องกง, ปากีสถาน, เปรู, อียิปต์, บังกลาเทศ, บัลแกเรีย, ตูนิเซีย และประเทศไทย) 💥 ประกาศรายชื่อภาพยนตร์สายประกวดอย่างเป็นทางการ: 6 มิถุนายนนี้ ทางหน้าเพจและเว็บไซต์ wtd.in.th ________________________ What the Doc! (WTD!) 2026 The International Documentary Film Festival Thailand Submissions are now closed! . This year, our festival has received a total of 1,268 documentary features and shorts from 113 countries worldwide. (The top 30 countries with the highest number of submissions include Brazil, the United States, India, Spain, Iran, Argentina, Indonesia, China, Italy, Taiwan, France, the Philippines, Germany, the United Kingdom, Türkiye, Colombia, Russia, Singapore, South Korea, Canada, Greece, Portugal, Hong Kong, Pakistan, Peru, Egypt, Bangladesh, Bulgaria, Tunisia, and Thailand.) 💥 WTD! 2026 Competition Lineup Announcement: June 6th via our page and website: wtd.in.th #WTD2026 #whatthedocfilmfestival #whatthedocthailand
3
2
1,956
"นกบินชนกระจก"...ฟังเผิน ๆ เหมือนเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่สำหรับนักศึกษาชาวไต้หวันกลุ่มหนึ่ง นี่คือปัญหาร้ายแรงที่แสดงถึงการออกแบบเมืองอันล้มเหลวของมนุษย์! แต่ละปี ในสหรัฐอเมริกามีนกที่ต้องสังเวยชีวิตจากการชนหน้าต่างกระจกถึง 600-1,000 ล้านตัว ส่วนในเกาหลีใต้ มีนกตายจากสาเหตุเดียวกันนี้ราวปีละ 8 ล้านตัว โดยสาเหตุที่นกบินมาชนอาคารหรือหน้าต่างกระจกด้วยความเร็งสูง ก็เพราะพวกมันไม่สามารถรับรู้และแยกแยะสิ่งกีดขวางประเภทนี้ได้ Bird-Window Collisions เป็นสารคดีความยาว 24 นาทีที่พาเราไปดูการทำงานของ เซี่ยจี้เหิง และ กานเจียอวิ๋น นักศึกษาปริญญาโทในไต้หวันที่ร่วมมือกันเริ่มต้นเก็บรายละเอียดอุบัติเหตุการบินชนกระจกของนกหลากหลายพันธุ์ เก็บกู้ซากนกที่เสียชีวิตมาผ่าพิสูจน์ ตรวจสอบ และบันทึกผลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อค่อย ๆ สร้างฐานข้อมูลทีละน้อย จนนำมาสู่แผนการรณรงค์ติดตั้งสติกเกอร์ไฟฟ้าสถิตที่เป็นมิตรต่อชีวิตของเหล่านกน้อยในเมืองใหญ่ การกระทำของนักศึกษาทั้งสองและเพื่อน ๆ ไม่เพียงแสดงถึงความเคารพและความเห็นอกเห็นใจต่อสิ่งมีชีวิตเท่านั้น แต่ยังทำให้คำว่า "เมืองสีเขียว" มีความหมายลึกซึ้งขึ้น ...มนุษย์ในฐานะสายพันธุ์ที่ครอบครองโลกจะยอมลดอำนาจของตัวเองลงแล้วค้นหาวิธีที่จะอยู่ร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อย่างกลมกลืนได้อย่างไรบ้าง? คำตอบของคำถามนี้อาจเป็นตัวกำหนดหน้าตาของ 'เมือง' ของเราในอนาคต -------------------------------- Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "Bird-Window Collisions" ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 31 พ.ค. นี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
415
244
28,695
Rehearsals for a Revolution คือเจ้าของรางวัลภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม (L'Oeil d'Or หรือ Golden Eye) จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้ หนังเรื่องนี้เป็นผลงานของ เพกาห์ อาฮันการ์รานี ผู้กำกับวัย 42 ปีจากครอบครัวคนทำหนังในอิหร่าน (พ่อของเธอคือ จามชิด อาฮันการ์รานี เป็นผู้กำกับ แม่คือ มานีเจห์ เฮกมัต เป็นโปรดิวเซอร์) ก่อนหน้านี้ตัวเธอเป็นนักแสดงและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วย เมื่อปี 2013 เธอออกมาประท้วงต่อต้านรัฐบาลจนถูกสั่งจำคุก 18 เดือน แล้วในปี 2022 เธอก็ตัดสินใจหนีออกจากอิหร่านไปอยู่เยอรมนีแทน Rehearsals for a Revolution เป็นหนังยาวเรื่องแรกของเพกาห์ในฐานะผู้กำกับ ตัวหนังถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของประเทศอิหร่านครอบคลุมระยะเวลากว่า 40 ปี ตั้งแต่การปฏิวัติ 1979 มาถึงปัจจุบัน โดยเล่าผ่านมุมมองส่วนตัวของเธอเอง ตั้งแต่วัยเด็กที่ต้องย้ายบ้านตลอดเวลา, วัยที่เริ่มตื่นตัวทางการเมือง จนถึงวันที่ต้องพบกับความสูญเสีย และการต้องทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนไปแดนไกล หนังแบ่งเป็น 5 บท แต่ละบทเป็นภาพเหมือนของคนที่เธอรักและผูกพัน (รวมถึงพ่อของเธอและครูสอนวิชาวรรณกรรม) จุดที่น่าสนใจคือแต่ละบทใช้วิธีเล่าเรื่องต่าง ๆ กันไป เช่น ใช้ฟุตเทจ Super 8 จากวิดีโอของครอบครัว, คลิปจาก YouTube, แอนิเมชัน, คลิปบันทึกเสียง ฯลฯ โดยเพกาห์บอกว่า เธอได้แรงบันดาลใจทางภาพยนตร์มาจาก โยนาส เมคาส ผู้กำกับหนังอวองการ์ดระดับตำนาน ผู้โดดเด่นด้านการบันทึกความทรงจำส่วนตัวในฐานะงานศิลปะ นักวิจารณ์ในคานส์ชื่นชมว่า Rehearsals for a Revolution เป็นสารคดีที่ทั้งสะเทือนใจ เจ็บปวดรวดร้าว และก็เต็มไปด้วยความหวังในเวลาเดียวกัน ส่วนตัวเพกาห์บอกว่า แม้เธอจะอยู่ต่างแดน แต่ชีวิตของเธอทำงานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของอิหร่านมาตลอด และเมื่อถึงวันที่บ้านเกิดของเธอเกิดสงคราม เกิดโศกนาฏกรรม เธอย่อมไม่อาจหลับตาเพิกเฉยต่อมันได้ "นี่คือวันเวลาที่ยากลำบากสำหรับประชาชนอิหร่าน พวกเขาไม่มีอินเทอร์เน็ต มีข่าวการประหารชีวิตโดยสาธารณรัฐอิสลามทุกวัน และรอบตัวก็มีแต่สงคราม กระนั้นฉันก็ยังเชื่อมั่นว่าวันเหล่านี้จะผ่านไป และประชาชนอิหร่านจะได้ฉลองอิสรภาพร่วมกัน เพราะฉันเชื่อในความกล้าหาญและการต่อสู้อย่างไม่หยุดหย่อนของพวกเขา คนอิหร่านไม่เคยยอมแตกสลาย พวกเขาไม่เคยยอมแพ้" #DocNews
12
11
1,432
เทศกาลหนังสารคดีไต้หวันประจำประเทศไทย 2026 มาแล้ว! พบกัน 22-26 กรกฎาคมนี้ กรุณาติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้ The Taiwan Documentary Film Festival in Thailand 2026 is back! Join us this July 22-26. Stay tuned for more details coming soon!
1
47
24
5,524
7 วันสุดท้าย! Only 7 Days Left! . What the Doc! (WTD!) 2026 The International Documentary Film Festival​ Thailand 💥 CALL FOR ENTRIES! 💥 ______ What the Doc! (WTD!) เทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติแห่งประเทศไทย จัดโดย Documentary Club เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ภาพยนตร์สารคดีคุณภาพจากทั่วโลกแก่ผู้ชมชาวไทย พร้อมเปิดพื้นที่สนทนาและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2026 นี้ เราเปิดรับสมัครภาพยนตร์สารคดีจากทั่วโลกเพื่อร่วมประกวดในเทศกาลแล้ว! What the Doc! (WTD!) International Documentary Film Festival Thailand is organized by Documentary Club to promote and showcase outstanding documentary films from around the world to Thai audiences, while also creating a space for discussion and related creative activities. For the 2026 edition, the festival is now officially open for submissions from documentary filmmakers worldwide to participate in the competition program. ________________________ ▪️ วันสิ้นสุดการรับสมัคร: 31 พฤษภาคม 2026 เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย Submission Deadline: 31 May 2026, 11:00 PM (GMT 7, Thailand Time) ▪️ไม่เสียค่าธรรมเนียมการสมัคร No Submission Fee ▪️ เทศกาลจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-13 กันยายน 2026 The 2nd WTD! will take place from 3-13 September, 2026. ________________________ 🟥 NEW Entry Guidelines (ดูรายละเอียดกติกาใหม่ในการส่งผลงาน) 👉 wtd.in.th/wtd2026/regulation… 🟥 Films can be submitted through two channels (ส่งข้อมูลและผลงานได้ 2 ช่องทาง) 👉 filmfreeway.com/WhattheDoc 👉 forms.gle/21bWn8hhGoUo39sa9 #WTD2026 #whatthedocfilmfestival #whatthedocthailand
4
999
ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามเวียดนาม สอดคล้องกับช่วงเวลาของสงครามเย็น กองทัพสหรัฐอเมริกาได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย และจุดชนวนให้เกิดการสร้างเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสร้างความเกลียดชังต่อศัตรูขั้วตรงข้ามอย่างคอมมิวนิสต์ ผลกระทบที่ตามมานำไปสู่เหตุการณ์นองเลือดและความขัดแย้งอย่างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย All the Things You Leave Behind เป็นผลงานการกำกับสารคดีของ ชนสรณ์ ชัยกิตติภรณ์ ซึ่งเป็นคนทำหนังที่สนใจสำรวจและตั้งคำถามต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทยมาโดยตลอด งานของชนสรณ์อยู่ในขนบของภาพยนตร์เรียงความที่ทำงานกับคลังจดหมายเหตุอย่างจริงจัง ก่อนหน้าเรื่องนี้เขาเคยทำ Blinded by the Light (2021) และ Here We Are (2023) โดย All the Things You Leave Behind เรื่องนี้เกิดขึ้นจากการค้นคว้าระยะยาวในเรื่องราวความสัมพันธ์ของไทยกับสหรัฐฯ ช่วงสงครามเย็น ผ่านเอกสาร นิตยสาร และฟิล์มที่ผลิตโดยสำนักข่าวสารอเมริกัน สิ่งที่ผู้กำกับสนใจ คือสิ่งที่เขาเรียกว่า "สภาวะกึ่งอาณานิคม" หรือสภาวะของประเทศที่ไม่เคยถูกเจ้าอาณานิคมตะวันตกยึดครองอย่างเป็นทางการ แต่กลับยอมรับเอาอุดมการณ์ของมหาอำนาจเข้ามาฝังในตัวเองอย่างเงียบ ๆ จนแยกไม่ออกแล้วว่าสิ่งไหนคือ "ของเรา" และสิ่งไหนคือ "ของเขา" -------------------------------- Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "All the Things You Leave Behind" 13:00 น. / อาทิตย์ 24 พ.ค. นี้ ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
106
63
18,534
อีกหนึ่งสารคดีสุดน่าสนใจที่ไปฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ปีนี้ ก็คือ The Story of Documentary Film อันที่จริงใช้คำว่า "หนึ่ง" ก็ไม่ถูก เพราะ The Story of Documentary Film เป็นซีรีส์สารคดีอังกฤษ 16 ตอน (ความยาวรวมประมาณ 15-16 ชั่วโมง) ที่บันทึกประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์สารคดี ตั้งแต่ยุคบุกเบิกในทศวรรษ 1890, หนังสั้น ๆ ของพี่น้องลูมิแยร์, สารคดี Nanook of the North ของ โรเบิร์ต ฟลาเฮอร์ตี้, หนังทดลองของ ซีกา แวร์ตอฟ ในยุค 1920 ฯลฯ ไล่เรียงตามลำดับเวลาและธีมมาจนถึงปัจจุบัน หนังชุดนี้กำกับโดย มาร์ค เคาซินส์ คนทำหนังชาวไอร์แลนด์เจ้าของสารคดีสำคัญ ๆ อย่าง The Story of Film (2011, ยาว 15 ชั่วโมง), Women Make Film (2019), The Story of Film: A New Generation (2021) ซึ่งว่าด้วยประวัติศาสตร์ภาพยนตร์แง่มุมต่าง ๆ โดยเน้นเรื่องของคนทำหนังที่ประวัติศาสตร์กระแสหลักมักจะมองข้าม สำหรับ The Story of Documentary Film ส่วนที่แยกไปฉายในสาย Cannes Classics ที่คานส์ปีนี้ คือตอนชื่อ The 1970s ซึ่งประกอบด้วยสองตอนย่อยคือ Pathfinders และ Everywhere (ความยาวรวม 119 นาที) เนื้อหาว่าด้วยทศวรรษ 1970 เมื่อเกิดเทคโนโลยีกล้องแบบใหม่ที่น้ำหนักเบาลง ทำให้คนทำหนังเข้าถึงกล้องได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เกิดการทำสารคดีอย่างแพร่หลาย และเป็นครั้งแรกที่เรื่องราวในท้องถิ่นต่าง ๆ มีโอกาสถูกบอกเล่าสู่สายตาชาวโลกอย่างกว้างขวาง แนวคิดหลักของเคาซินส์น่าสนใจมาก ๆ เขาบอกว่าเวลาจะเล่าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์เหล่านี้ เขาพยายามเลือกเส้นเรื่องที่แตกต่างจากขนบกระแสหลัก หรือพูดอีกอย่างคือ ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์สารคดีที่เราเคยได้ยินกันมานั้น "แคบเกินไป" ในสายตาเขา เพราะมันมักจะหลงลืมคนทำหนังผู้หญิง และหนังฟากเอเชีย, แอฟริกา, ตะวันออกกลางเสมอ นอกจากนั้น เคาซินส์ยังเคยให้สัมภาษณ์ไว้ที่เทศกาลหนังเบอร์ลินด้วยว่า เขามองว่าตัวเขามาจากชนชั้นแรงงานที่ไม่ได้ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางวัฒนธรรมหรือหนัง ดังนั้นเวลาทำสารคดี เขาจะเลือกเล่าให้มันเปิดกว้าง ไม่ปิดกั้น หลีกเลี่ยงท่าทีวิชาการจัด ๆ และ "ต่อต้านวิธีเล่าแบบรีบเร่งอันเป็นวัฒนธรรมของสตรีมมิ่ง" Photos : festivaldecannes #DocNews
14
5
1,476
ในตลาดหนังที่เมืองคานส์ปีนี้ มีสารคดีน่าสนใจมาเปิดตัวขายกันหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ Anatomy of A Genocide ที่เล่าเรื่องราวการทำงานอันซับซ้อนยากลำบากของ ฟรานเชสกา อัลบาเนเซ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง ทอร์สเตน กรูเด ผู้กำกับ-โปรดิวเซอร์ชาวนอร์เวย์ (ซึ่งเคยเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมของสารคดีเรื่อง The Act of Killing และ The Look of Silence) ใช้เวลา 3 ปีไปติดตามอัลบาเนเซอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการทำงานและชีวิตส่วนตัวซึ่งเข้มข้นมาก ๆ โดยเฉพาะเมื่อบทบาทของเธอในเวทีโลกนั้นทำให้เธอและคนรอบตัวต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล ถึงขั้นโดนขู่ฆ่า โดนรัฐบาลสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตร ขณะที่เธอก็ต้องแบกรับภาระในการดูแลแม่ที่เจ็บป่วยไปด้วยพร้อม ๆ กัน อัลบาเนเซเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนชาวอิตาลี ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งสำคัญในสหประชาชาติเมื่อปี 2022 และเพิ่งได้รับต่ออายุงานเพิ่มเติมอีกสามปีเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เธอเป็นคนที่ออกมาวิจารณ์อิสราเอลเรื่องการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ และยังเป็นคนทำรายงานเสนอแนะให้สมาชิกของสหประชาชาติช่วยกันวางแผนงานยุติการยึดครองดังกล่าวด้วย โดยหนึ่งในรายงานของเธอใช้ชื่อหัวข้อว่า Anatomy of A Genocide หรือ "กายวิภาคแห่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" ซึ่งก็กลายมาเป็นชื่อของสารคดีเรื่องนี้นั่นเอง ข่าวบอกว่า Anatomy of A Genocide ซึ่งจัดจำหน่ายโดยค่าย Together Films เปิดการขายได้อย่างคึกคัก มีทั้งประเทศในตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ อิตาลี โปรตุเกส และเยอรมนี ซื้อไปแล้ว โดยหนังจะเข้าฉายปี 2027 #DocNews
117
67
4,841
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า Apocalypse Now (1979) มหากาพย์สงครามเวียดนามของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่และคลาสสิกที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการภาพยนตร์โลก... แต่เบื้องหลังความอลังการและตำนานความบ้าคลั่งในกองถ่ายที่เราได้ยินกันมานับครั้งไม่ถ้วนนั้น คือคนตัวเล็ก ๆ ที่เล็กเสียจนไม่มีกระทั่งชื่อในเครดิตท้ายเรื่อง เล็กจ้อยจนพวกเขายังจดจำตัวเองว่า "เราเป็นแค่ฉากหลัง" ย้อนไป 3 ปีก่อนหน้านั้น สามีภรรยาอายุ 20 ต้น ๆ คู่หนึ่งจูงมือกันหนีออกจากเวียดนาม นั่งเรือระหกระเหินไปจนถึงค่ายผู้ลี้ภัยที่เมืองมันดาลูยอง ประเทศฟิลิปปินส์ และใช้ชีวิตแต่ละวันที่นั่นอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งกองถ่ายของคอปโปลามาถึง! ทั้งคู่และชาวเวียดนามในค่ายถูกพาขึ้นรถบัสไปเข้าฉากเป็นตัวประกอบในหนังฟอร์มยักษ์ แน่นอนว่างานนี้ช่างน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะสำหรับฝ่ายชายซึ่งเคยเป็นทหารในกองทัพเวียดนามใต้ที่รบเคียงข้างสหรัฐอเมริกามาก่อน... แต่เมื่อไปถึงกองถ่าย ความตื่นเต้นกลับกลายเป็นความตลกร้ายที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะบทบาทที่รอพวกเขาอยู่คือการต้องรับบทเป็น "เวียดกง" We Were the Scenery เป็นสารคดีสั้นที่คว้ารางวัล Short Film Jury Award: Nonfiction จากเทศกาลหนังซันแดนซ์ปี 2025 กำกับโดย คริสโตเฟอร์ แรดคลิฟฟ์ และเขียนบทโดย แคธี ลินห์ เช กวีสาวซึ่งเป็นลูกสาวของสองผู้อพยพในเรื่อง ทั้งคู่กล่าวว่าเป้าหมายของหนังเรื่องนี้คือ "การคืนเสียงให้แก่คนที่เคยอยู่ในเรื่องราวนั้น แต่ไม่เคยถูกมองเห็นหรือได้รับการจดจำ" ______________ Locals ThaiPBS และ Doc Club ชวนชม "We Were the Scenery" ⏰13:00 น. / อาทิตย์ 17 พ.ค. นี้ 📍ใน "อะไรนะสารคดี - What the Doc?" รายการหลากหลายสารคดีสั้นจากทั่วโลก ช่องหมายเลข 3 ไทยพีบีเอส และชมย้อนหลังได้ทุกเรื่องที่ VIPA.me #whatthedocshorts #documentary #LocalsThaiPBS #DocumentaryClub #docclub
64
52
4,392
What the Doc! (WTD!) 2026 The International Documentary Film Festival​ Thailand 💥 CALL FOR ENTRIES! 💥 ______ What the Doc! (WTD!) เทศกาลภาพยนตร์สารคดีนานาชาติแห่งประเทศไทย จัดโดย Documentary Club เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ภาพยนตร์สารคดีคุณภาพจากทั่วโลกแก่ผู้ชมชาวไทย พร้อมเปิดพื้นที่สนทนาและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่เกี่ยวข้อง โดยในปี 2026 นี้ เราเปิดรับสมัครภาพยนตร์สารคดีจากทั่วโลกเพื่อร่วมประกวดในเทศกาลแล้ว! What the Doc! (WTD!) International Documentary Film Festival Thailand is organized by Documentary Club to promote and showcase outstanding documentary films from around the world to Thai audiences, while also creating a space for discussion and related creative activities. For the 2026 edition, the festival is now officially open for submissions from documentary filmmakers worldwide to participate in the competition program. ________________________ ▪️ The 2nd WTD! will take place from 3-13 September, 2026. เทศกาลจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-13 กันยายน 2026 ▪️ Submission Deadline: 31 May 2026, 11:00 PM (GMT 7, Thailand Time) วันสิ้นสุดการรับสมัคร: 31 พฤษภาคม 2026 เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ▪️ No Submission Fee ไม่เสียค่าธรรมเนียมการสมัคร ________________________ 🟥 NEW Entry Guidelines (ดูรายละเอียดกติกาใหม่ในการส่งผลงาน) 👉 wtd.in.th/wtd2026/regulation… 🟥 Films can be submitted through two channels (ส่งข้อมูลและผลงานได้ 2 ช่องทาง) 👉 filmfreeway.com/WhattheDoc 👉 forms.gle/21bWn8hhGoUo39sa9 #WTD2026 #whatthedocfilmfestival #whatthedocthailand
9
7
979