พอน้องมาเป็น Resident และ Fellow น้องก็จะเจอความเครียดเพิ่มอีกรูปแบบ
-อาจารย์ก็คาดหวังเพิ่มขึ้น ดีไม่ดีต้องทำงานให้ได้เหมือน สิงร่างอาจารย์เลย ทั้งหัตถการและการดีลคนไข้
-การดูแลวอร์ด ดูแลเคส จัดตารางผ่าตัด ดีลงานกับแต่ละฝ่าย รวมถึงพี่พยบ.ด้วย
- ต้องดูแลน้องๆนสพ. คอยสอนและเช็คงานอีกทีด้วยเช่นกัน
สรุปกว่าจะสุดทาง มันเล่นกับความเข้มแข็งของกายและใจทุกขั้นตอนเลยนะ แม้กระทั่งทำงานเป็น young staff แล้วก้ตาม
น้องนี่เรียนแพทย์ปี 1-4 ว่าหนักละ 5-6 เจอโลกความเป็นจริง ใครสุขภาพกายใจไม่แข็งแรง เตรียมน็อคได้เลย ซึมเส้าเข้าถึงแน่นอน แล้วเจอระบบโรงบาลเข้าไป ทั้งระบบอาวุโสลำดับชั้นเอย วันขึ้นเวรปาไปละครึ่งเดือน แล้วกว่าจะเรียนจบนะ เราอาจจะคิดภาพว่าเราฉลาดที่สุดในสายชั้น ในโรงเรียน แต่พอมาอยู่คณะแพทย์ มันคือการรวมคนเก่งทั่วทุกจังหวัดทุกโรงเรียนมาเรียนด้วย ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งแล้วมันจะมีคนเก่งกว่า คิดว่าเราหัวไวแล้วมันจะมีคนหัวไวกว่า คิดว่าเราจำเก่งแล้วมันจะมีคนจำเก่งกว่า เกรด 4.00 ของโรงเรียนมาเรียนแพทย์สอบตกก็มี ไหนจะเรื่องการเปรียบเทียบ สังคม ค่านิยมในวงการแพทย์ เค้าอาจจะไม่ได้แข่งกันเรียนหรอก แต่ทุกอย่างมันจะบีบให้เรารู้สึกว่าเรายังไม่เก่ง เก่งไม่พอ ต้องเรียนเพิ่ม เวลาผิดพลาดก็จะโทษตัวเอง เวลาคนไข้ไม่ดีขึ้นก็โทษตัวเอง แบบที่จากที่คิดว่าตัวเองฉลาดมาทั้งชีวิตแต่พอมาเรียนหมอแล้วรู้สึกโง่เลยทันที ฟิลนั้น