บทใหม่ของผม ธีรพงศ์ พัตภักดิ์ @jeabbabe จากอดีต #พรรคก้าวไกล สู่ #พรรคประชาชน

Joined July 2024
50 Photos and videos
Jeabbabe New Chapter retweeted
ลองเทียบดูครับ ว่าใช่หรือไม่
6
222
367
9,359
Jeabbabe New Chapter retweeted
[ เจาะลึกคลิปฮั้ว สว. (ภาค 2): ในเมื่อ กกต. ยังไม่ตอบ มาลองดูว่าประธานวุฒิสภา (มงคล สุระสัจจะ) จะตอบหรือไม่? ] . เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมได้เผยแพร่คลิปหลักฐานที่ปรากฎภาพของ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินเก็บโพยและตักเตือนผู้สมัครเกี่ยวกับการดำเนินการที่ไม่สุจริต ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ . ผมทราบดี (ตามที่ได้พิมพ์ไปตั้งแต่วันนั้น) ว่า กกต. เคยชี้แจงว่าการที่ผู้สมัครคนหนึ่ง จะศึกษาคุณสมบัติของผู้สมัครคนอื่นและบันทึกหมายเลขผู้สมัครที่ตนอยากเลือกลงในกระดาษเพื่อกันลืม ไม่ใช่เรื่องที่ผิดในตัวมันเอง แต่คำชี้แจงดังกล่าว ยังไม่สามารถอธิบายคำถามที่ผมได้ตั้งไว้ว่า: . 1. จากเหตุการณ์ในคลิป: กกต. เห็นอะไรในโพย หรือเห็นพฤติกรรมประกอบอะไรที่เสี่ยงจะไม่สุจริต? หากเอกสารและพฤติกรรมทั้งหมดไม่มีปัญหา กกต. จะเก็บเอกสารทำไม และจะตักเตือนผู้สมัครทำไม? . 2. ณ วันเลือก: กกต. ดำเนินการอย่างไรต่อหลังจากเหตุการณ์ในคลิป? กกต. ได้มีการเรียกประชุมทันทีระหว่างคณะกรรมการ 7 คนเพื่อตรวจหลักฐานหรือไม่? หากไม่ประชุม ทำไมถึงไม่ประชุม? หากประชุมแล้ว เหตุใดถึงไม่ใช้อำนาจยับยั้ง แก้ไข หรือเลื่อนการเลือก? . 3. หลังวันเลือก: กกต. ได้ตรวจสอบหลักฐานต่อหรือไม่ เพื่อวิเคราะห์ร่วมกับหลักฐานอื่น (เช่น เส้นทางการเงิน)? หลักฐานและผลตรวจสอบทั้งหมด อยู่ในสำนวนที่ 7 กกต. กำลังพิจารณา ใช่หรือไม่? . หลังจากผ่านมา 2-3 วัน ผมยังไม่ได้ยินคำชี้แจงใดๆจาก กกต. โดยเฉพาะจากคุณฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ที่ปรากฏอยู่ในคลิป . ในระหว่างที่เรารอคุณฐิติเชฏฐ์ชี้แจง ผมเลยอยากชวนตั้งคำถามถึงบุคคลอีก 1 คน ที่คาดว่าปรากฏอยู่ในคลิปเดียวกัน และเป็นบุคคลที่พี่น้องสื่อมวลชนน่าจะเข้าถึงง่ายกว่า นั่นคือ สว. มงคล สุระสัจจะ หรือท่านประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน . . จากการสังเกตข้อความบนกระดาษที่แปะหลังเก้าอี้ รวมถึงการเทียบสรีระของผู้สมัครหมายเลขต่างๆในคลิป กับภาพของผู้สมัครแต่ละคนในใบสมัคร สว. ผมเข้าใจว่าผู้สมัคร สว. ทั้งหมดที่เราเห็นในคลิป คือผู้สมัครจากกลุ่ม 1 เฉพาะที่ผ่านการเลือกกันเองภายในกลุ่มจากช่วงเช้า . หากดูรายชื่อผู้สมัครดังกล่าวเรียงตามตัวเลข ผู้สมัครที่นั่งอยู่ด้านขวาของผู้สมัครหมายเลข 82 คงเป็นผู้สมัครที่มีหมายเลขถัดไปจาก 82 คือ หมายเลข 84 ซึ่งมีชื่อว่า “มงคล สุระสัจจะ” (น่าเสียดายที่กระดาษที่แสดงหมายเลข 84 ชัดๆ ถูกบังโดยผู้สมัครที่นั่งในแถวถัดไปพอดี) . โดยหากย้อนไปดูในคลิป เราจะเห็นว่า ณ เวลา 19:02:28 (ตามเวลาในมุมบนขวาของคลิป) ผู้สมัครหมายเลข 84 ได้มีการยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้กับ กกต. ฐิติเชฏฐ์ ที่มาเดินเรียกเก็บโพย . จากการเปรียบเทียบสรีระของผู้สมัครหมายเลข 84 กับสรีะระของประธานวุฒิสภา (ลองดูภาพใน comment) และจากทำการเปรียบเทียบในลักษณะเดียวกันกับผู้สมัครหมายเลขอื่นๆในคลิป (ยกเว้น 2 คนที่ดูเหมือนจะนั่งสลับที่กัน) ผมเชื่อว่าบุคคลในภาพ คือ สว. มงคล สุระสัจจะ หรือประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน . ผมจึงมีคำถามเบื้องต้นดังต่อไปนี้ถึงท่านประธานวุฒิสภา . 1. ท่านจะปฏิเสธหรือไม่ ว่าท่านไม่ใช่บุคคลในคลิป? . 2. เอกสารที่ท่านยื่นให้ กกต. ฐิติเชฏฐ์ คือโพยหมายเลขผู้สมัครใช่หรือไม่? . 3. หากใช่ ใครเป็นคนจัดโพยดังกล่าว? ท่านเป็นคนเขียนตัวเลขทั้งหมดด้วยตนเองจากการพิจารณาความเหมาะสมของผู้สมัครแต่ละคน หรือมีคนจัดทำหรือสั่งการให้ท่านเขียนโพยดังกล่าว ก่อนวันเลือก? . 4. ท่านทราบหรือไม่ ว่ามีผู้สมัครคนอื่น ที่มีโพยที่มีตัวเลขชุดเดียวกันกับโพยในมือของท่านหรือไม่? . 5. ท่านยืนยันได้หรือไม่ ว่าท่านไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้สมัครที่มีการจัดทำโพยและจัดตั้งการลงคะแนนร่วมกัน โดยมีการตกลงแลกเปลี่ยนกันเรื่องเงิน ตำแหน่ง หรือผลประโยชน์อื่นใด? . . ในฐานะเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ผมหวังว่าท่านจะให้คำตอบชัดๆต่อคำถามดังกล่าว เพื่อให้เกิดความกระจ่างกับสังคมครับ
14
1,640
1,409
47,136
Jeabbabe New Chapter retweeted
[ เปิดคลิปหลักฐานคดีฮั้ว สว.: “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ” (คำพูดของกรรมการ กกต. ในระหว่างการเดินเก็บโพยจากกลุ่มผู้สมัคร สว. ในวันเลือกระดับประเทศ) ] . คลิปนี้ เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ผมได้รับจากผู้ร้องเรียนที่ได้มายื่นหนังสือต่อสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทางผมและทีมได้พยายามเพิ่มความดังของเสียง (เพื่อให้ได้ยินบทสนทนาที่สำคัญชัดขึ้น) และเบลอหน้าผู้ที่เกี่ยวข้อง . เหตุการณ์ในคลิป คือการเลือก สว. ระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิถุนายน ช่วงเวลา 19.00 น. (รอบไขว้) โดยในคลิปจะปรากฎผู้หญิง 1 คน (เจ้าหน้าที่ กกต.) และ ผู้ชาย 1 คน (จากการตรวจสอบเบื้องต้นคือ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง) ที่ได้เดินตรวจสอบและเก็บ “โพย” จากผู้สมัคร พร้อมกล่าวถ้อยคำที่เสมือนเป็นการยอมรับ ว่าการเลือกในวันดังกล่าว มีความสุ่มเสี่ยงจะเป็นการเลือกโดยไม่สุจริต (ลองดูบทสนทนาของ กรรมการ กกต. ช่วงท้ายคลิป) . ผมเข้าใจว่าการจดบันทึกตัวเลขจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครเพื่อเตรียมไปเลือกในคูหา อาจไม่ได้เป็นความผิดเสมอไป แต่คำถามที่เรายังมีจากคลิปดังกล่าวคือ: . 1. กรรมการ กกต. เห็นอะไรในโพย หรือ เห็นพฤติกรรมประกอบอะไรในวันเลือก ที่ทำให้มีการพูดระหว่างการเก็บโพยว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น สว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”? . 2. หลังจากเก็บโพยไปแล้ว ทาง กรรมการ กกต. ได้มีการเรียกประชุมกันระหว่างคณะกรรมการ กกต. โดยทันทีหรือไม่ เพื่อตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.ป. สว. มาตรา 59 ที่เปิดช่องให้ กกต. “สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกและสั่งให้ดําเนินการเลือกใหม่..” ได้ “หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม”? . 3. หลังจากประกาศผลการเลือก สว. ไปแล้ว ทางคณะกรรมการ กกต. ได้ดำเนินอย่างไรต่อกับโพยที่เก็บมา? ทาง กกต. ได้มีการตรวจสอบหลักฐานต่อหรือไม่ อาทิ เชื่อมโยงหลักฐานหรือชุดตัวเลขที่ปรากฏในโพย กับหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว สว. (เช่น พยานปาก หลักฐานการนัดหมาย เส้นทางการเงิน)? . 4. โพยเหล่านี้ที่เก็บไป และ ผลการตรวจสอบตามข้อ 3 (หากมี) ถูกรวมอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และกำลังถูกใช้เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ กกต. ที่จะชี้ขาดในเร็วๆนี้ว่าจะส่งคดีดังกล่าวไปศาล ใช่หรือไม่? . ก่อนหน้านี้ ทาง กกต. ได้เคยออกแถลงการณ์ในปี 2568 โดยชี้แจงว่าการนำเอกสารที่จดหมายเลขเข้าไปในสถานที่เลือก *ในตัวมันเอง* อาจไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่แถลงการณ์ดังกล่าว ยังไม่ได้ตอบคำถามหรือข้อสงสัยที่ผมมีเบื้องต้นตามโพสต์นี้ . — . หากมองในภาพใหญ่ การทำหน้าที่ของ กกต. ส่งผลโดยตรงต่อชะตากรรมและกระบวนการยุติธรรมในคดีฮั้ว สว. . อย่างไรที่เราทราบกันดี หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีมติชี้มูลความผิดอย่างน้อย 229 คน (130 คน ที่เป็น สว. และ 90 คนที่เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ซึ่งรวมถึงบางคนที่เป็น สส. และอยู่ใน ครม.) กลุ่มบุคคลที่จะชี้ขาด ว่าจะมีมติเห็นชอบตามคณะไต่สวนเพื่อส่งเรื่องทั้งหมดให้ศาลพิจารณาต่อ หรือจะมีมติเป่าคดีแล้วยกคำร้องของทั้ง 229 คน หรือบุคคลสำคัญบางคน เพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล ก็คือ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” ซึ่งประกอบไปด้วย กรรมการ 7 คน . ที่ผ่านมา สังคมหลายส่วน เริ่มตั้งคำถาม ว่าเราสามารถไว้วางใจ กกต. ได้แค่ไหน ในการตรวจสอบและชี้ขาดเรื่องคดีฮั้ว สว. อย่างตรงไปตรงมา? เพราะ: . 1. คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน มี 4 ใน 7 คน ที่เข้าสู่ตำแหน่งจากมติรับรองของ สว. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ - ประชาชนจึงกังวลว่าการตัดสินใจของ กกต. เป็นการตัดสินใจที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และการถูกรับรองมาเป็น กกต. นั้น มีเงื่อนไขแอบแฝงหรือไม่ ว่าจะต้อง “ช่วยน้ำเงินด้วย”? . 2. คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน ได้ใช้วิธีตั้ง “คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36” เป็นการเฉพาะขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองคดีฮั้ว สว. แทนที่จะใช้คณะอนุกรรมการฯ 1 ใน 35 ชุดที่ กกต. มีอยู่แล้ว - ในเมื่ออนุฯที่ 36 ประกอบไปด้วยกรรมการหลายคนที่มีข้อครหาเรื่องคดีทุจริตคอร์รัปชันและความเป็นกลางทางการเมือง และได้มีมติให้ยกคำร้องทั้ง 229 คน (ซึ่งสวนทาง 100% กับคณะไต่สวนชุดที่ 26) ประชาชนจึงกังวลว่ากลไกดังกล่าวเป็นความพยายามฟอกขาวผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่? . 3. (หาก กกต. ไม่สามารถตอบคำถามต่อคลิปหลักฐานเพิ่มเติมในวันนี้ได้อย่างชัดเจน) คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน (โดยเฉพาะกรรมการบางท่านที่ปรากฏอยู่ในคลิป) จะถูกสังคมตั้งคำถามมากขึ้น ว่าได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการฮั้ว สว. อย่างเต็มที่หรือไม่? . . หาก กกต. ต้องการหลุดพ้นจากข้อครหาดังกล่าว กกต. ควรมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาล และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาตัดสินว่าทั้ง 229 คนดังกล่าวมีการกระทำความผิดจริงหรือไม่
80
6,882
4,569
342,496
Jeabbabe New Chapter retweeted
ผมเห็นว่าวันนี้ ทางนายกฯ อนุทิน (ในฐานะ รมว. มหาดไทย) ได้เข้าประชุมเพื่อมอบนโยบายสำคัญให้กับผู้บริหารในกระทรวง ซึ่งมีทั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง (นฤชา โฆษาศิวิไลซ์) เข้าร่วมประชุมด้วย . วันนี้ (15 มิ.ย.) ถือว่าผ่านมาแล้ว: - 18 วัน หลังจากข้อความ LINE “ช่วยน้ำเงินด้วย” ของอธิบดีกรมการปกครอง ได้ปรากฏต่อสาธารณะ - 11 วัน หลังจากที่ผมได้ถามกระทู้สด รมต. มหาดไทย ในประเด็นดังกล่าว (โดยไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน) . ผมเข้าใจว่านายกฯตอบนักข่าวในประเด็นนี้วันนี้ แค่เพียงว่า “ทุกอย่างยังเป็นไปตามขั้นตอน” ผมเลยขอถามชัดๆว่า “ตามขั้นตอน” ที่ว่านี้: . 1. ตกลงท่าน (ในฐานะ รมว. มท.) หรือ ปลัด มท. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิบดีกรมการปกครองแล้วหรือยัง? . 2. หากยังไม่ตั้ง ทำไมถึงยังไม่ตั้ง? และจะตั้งได้เมื่อไหร่? . 3. นับถึงวันนี้ ทางกระทรวงได้มีดำเนินการสอบหรือ “พิสูจน์ด้วยวิธีวิทยาศาสตร์” ตามที่ รมช. มหาดไทย ตอบผมในกระทู้สดเมื่อ 11 วันก่อน แล้วหรือยัง และอย่างไรบ้าง? . 4. เมื่อตั้งแล้ว ท่านจะวางกรอบให้คณะกรรมการจะสอบสวนเสร็จเมื่อไหร่? คณะกรรมการจะมีใครบ้าง? และจะวางหลักเกณฑ์การทำงานอย่างไรให้สังคมมั่นใจได้ว่าจะมีความโปร่งใสและเป็นอิสระ โดยไม่เป็นการปล่อยให้สีน้ำเงินตรวจสอบและช่วยเหลือกันเอง? . 5. ความล่าช้าที่เกิดขึ้นในกระบวนการทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับแนวทางการทำงานของนายกฯเรื่อง “สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวาน” หรือไม่?
3
368
480
8,324
Jeabbabe New Chapter retweeted
[ ช่วยกันบอกต่อ! เข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน ให้ สสร. มาจากการเลือกตั้ง ต้องการ 50,000 ชื่อโดยเร็วที่สุด ] . ผลการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นที่ชัดเจนว่าประชาชนต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ จากเสียงเห็นชอบถึง 21.6 ล้านคน จากผู้มาใช้สิทธิ 36.8 ล้านคน . โดยปัจจุบันมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มหมวด 15/1 เรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากพรรคการเมืองยื่นต่อสภารวม 2 ฉบับ . (1) ฉบับพรรคประชาชน ยืนยัน 3 หลักการสำคัญคือ ๐ หนึ่ง สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ๐ สอง ป้องกันการผูกขาด-กินรวบโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ๐ สาม ไม่เพิ่มอำนาจหรือเงื่อนไขพิเศษให้ สว. ในการชี้ขาดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . (2) ฉบับพรรคภูมิใจไทย ที่ไม่ได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือก สสร. แต่จะให้ สสร. มาจากการคัดเลือกของรัฐสภา ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าเป็นการเปิดช่องนำไปสู่การกินรวบของ “สสร. สีน้ำเงิน” และจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายในท้ายที่สุด . ทั้งนี้ พรรคประชาชนประกาศตั้งแต่ต้นว่าเราพร้อมลงชื่อให้กับร่างของพรรคการเมืองอื่น หรือ สมาชิกรัฐสภาส่วนอื่น ที่ต้องการเสียงเพิ่มเพื่อให้เพียงพอต่อการเสนอร่าง ตราบใดที่ร่างดังกล่าวสอดคล้องกับ 3 หลักการสำคัญข้างต้น . ล่าสุด เครือข่ายภาคประชาชน ConforAll ได้รณรงค์ให้ประชาชนร่วมเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยสาระสำคัญของร่างฯ สอดคล้องกับหลักการของพรรคประชาชน คือการให้ประชาชนมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลางน้ำ คือการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และปลายน้ำ คือการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ . เราจึงขอเชิญชวนทุกคนที่ต้องการเห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน ร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน เพื่อให้ร่างนี้ถูกบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 . ✒️ร่วมลงชื่อได้ตั้งแต่วันนี้ ที่เว็บไซต์ conforall.com/ . 🙋คุณสมบัติของผู้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย เป็นคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้ง (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ในวันที่เข้าชื่อ และไม่เป็นบุคคลต้องห้ามใช้สิทธิเลือกตั้ง . 🔥เป้าหมาย ต้องได้ขั้นต่ำ 50,000 รายชื่อตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถ้าไม่ถึงจำนวนนี้ ร่างนี้จะไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมรัฐสภา . 👉อ่านสรุปเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนได้ที่ ilaw.or.th/articles/58142
12
2,145
1,109
56,891
Jeabbabe New Chapter retweeted
คลิปยืนยัน ว่าทวิดาพูดแบบนั้นจริง บอกว่าไม่เห็นเอกสาร ทั้งที่สส.แบงค์พูดเรื่องนี้จนออกข่าวทุกสำนัก และทีมชัชชาติก็มักจะมาตอบประเด็นของสส.แบงค์ในทวิตเตอร์ทุกวัน แต่บอกว่าไม่รู้ ไม่เห็น ว่ามีอีก 17 โครงการทุจริต ที่ควรต้องสอบสวนเพิ่ม
1
64
90
3,651
จากรายการคุณสรยุทธ ผมทราบว่า อ.ชัชชาติ และ อ.ทวิดา ยังไม่เคยเห็นหนังสือของผมที่พูดถึง 17 โครงการ ผมเลยเอาสำเนารับ มาให้ดูครับ เลขที่รับ 9115 ปั๊มรับวันที่ 14 มีนาคม 2568 โดย กทม.ครับ 📍ทั้งนี้จากที่อ.ทวิดาออกยอมรับ ทำให้เราได้พบความจริง คือ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กทม.ยังไม่ได้เริ่มตรวจสอบทุจริต เครื่องออกกำลังกายอีก 17 โครงการ - สิ่งที่กทม.ตรวจ มีแค่ 7โครงการแรก ที่เพจ Strong ร้องไป แต่นอกนั้นไม่เคยมีการตรวจสอบเลย 👉🏻เรื่องนี้ผมซีเรียสมาก เพราะอ.ชัชชาติเคยให้สัมภาษณ์กับมติชนเองว่า “ไม่ได้ตรวจแค่ 7 โครงการ แต่ได้สั่งให้ตรวจสอบทุกโครงการ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น” (แต่สุดท้ายกลับไม่ได้มีการตรวจสอบ ตามที่แจ้งสื่อแต่อย่างใด) - matichon.co.th/local/quality… 👉🏻และวันที่ 6/6/67 คุณสรยุทธ phone in กับ อ.ชัชชาติ โดยโชว์ให้เห็นว่า ลู่วิ่งมีการปรับราคาขึ้นมาเรื่อยๆ จากสมัยผว.อัศวิน 250,000-500,000 ถึง สมัยอ.ชัชชาติ 500,000-750,000 โดยอ.ชัชชาติแจงว่า “เราต้องขยายผล และไม่ได้มีแค่ปี 66 แต่มีมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว” (แปลว่า อ.ทราบแต่แรกว่า มีการจัดซื้ออีกหลายโครงการ) - youtube.com/watch?v=wKwrWZh9… (นาทีที่ 24 เป็นต้น) 🔸ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะรู้ว่า มีการซื้อลู่วิ่งแพง ตัวละ 500,000 หลายโครงการ แต่กลับไม่มีการตรวจสอบแต่อย่างใด - คนที่ทุจริตไม่เคยถูกตรวจสอบ และยังลอยนวลอยู่ในกทม. 🥲อีกเรื่องที่ผิดหวังคือ ทัศนคติในการตรวจสอบการทุจริตของอ.ทวิดา (🙏🏻ผมขออภัยอ.จริงๆแต่ที่อ.พูดนั้น ผมติดใจมาก) เพราะอ.พูดเสมือนว่า อ.ต้องรอให้คนอื่นร้องเรียนก่อนแล้วถึงจะเริ่มตรวจสอบทุจริต หรือตั้งคกก.สอบได้ ทั้งที่มาตรฐานทั่วไปคือ ถ้าผู้บริหารทราบว่า มีโครงการต้องสงสัย ก็ควรให้มีการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งคนอื่นครับ —————- ✅ มีคนถามว่า ทำไมไม่ยื่น ปปช.? - ผมยื่นตั้งแต่ปี สิงหา 67 แล้วครับ และไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว (แต่การสอบวินัย กทม.ทำเองได้ ไม่ต้องรอปปช.ครับ) - facebook.com/share/p/1KpncJs… 🧐มีคนถามว่า ทำไมไม่พูดเรื่องนโยบาย พูดแต่เรื่องปราบทุจริต? 1. พูดนโยบายเยอะครับ แค่คุณไม่ได้สนใจ คุณเลยไม่ทราบ 2. “การปราบทุจริต” เองก็เป็นหนึ่งในนโยบายไม่ใช่เหรือครับ? ในเมื่อเราทุกคนพูดว่าจะปราบทุจริต แต่ทำไมพอพูดเรื่องทุจริตที่เกิดขึ้นจริง กลับไม่กล้าเผชิญหน้าหละครับ เรามีเคสที่ชัดเจนว่า กทม.มีการซื้อลู่วิ่ง 500,000 แต่ทำไมไม่ลงมือตรวจสอบ? แล้วแบบนี้จะ “ปราบทุจริต” อย่างที่พูดได้อย่างไรครับ? 🧐มีคนถามว่า ทำไมพึ่งพูดตอนนี้? 1. ถ้าเป็นเรื่องทุจริตของคนอื่น คุณจะถามไหมครับ? - ถ้าผมพูดเรื่องถนนยุบวชิระ หรือทุจริตอ.รัฐสภา หรือปัญหา scammer ช่วงเลือกตั้ง คุณจะห้ามไหมครับ? - ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พูดเมื่อไร ปัญหาคือ ถือพูดเกี่ยวกับคนอื่น = พูดได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับอ.ชัชชาติ = ห้ามพูด อันนี้คือคุณกำลัง 2 มาตรฐานอยู่ครับ 2. เราพูดเรื่องทุจริตในกทม.มาตลอด พูดจนเบื่อ ก่อนหน้านี้ พึ่งยื่นหนังสือถึงอ.ชัชชาติ เรื่องทุจริตเช่ารถกวาดฝุ่นกทม. 558ล้าน - facebook.com/share/1A691bB3Z… - facebook.com/share/1EDTk8f2u… และล่าสุดพึ่งแถลงการจับทุจริตด้วย AI และยกเคสเครื่องออกกำลังกายกทม. - x.com/thestandardth/status/2…
ชัยวัฒน์เปิดตัว ‘Bangkok Red Flag AI’ ระบบจับโกง สืบทุจริตจากเอกสาร เพื่อกรุงเทพฯ ที่โปร่งใส แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน แสดงวิสัยทัศน์การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมเปิดตัวระบบ AI จับโกง ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติของเอกสารราชการ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการจัดซื้อจัดจ้างและป้องกันการฮั้วได้ โดยย้ำความสำคัญของระบบที่ดี ไม่เพียงหวังพึ่งพา ‘คนดี’ เพียงอย่างเดียว ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน แถลงข่าวในวันนี้ (19 พฤษภาคม) หัวข้อ ‘กรุงเทพฯ โปร่งใส AI จับโกง’ เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยระบุว่า ปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาเรื้อรังที่บ่อนทำลายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ทำให้งบประมาณที่ควรนำไปพัฒนาเมืองและสวัสดิการรั่วไหล ทั้งในรูปแบบของการโกงงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างและการเรียกรับสินบนเพื่อขออนุญาตต่างๆ สำหรับกรุงเทพมหานครที่มีงบประมาณกว่าหนึ่งแสนล้านบาทนั้น ทางพรรคประชาชนมองเห็นโอกาสที่จะดึงเงินงบประมาณคืนกลับมาให้ชาวกรุงเทพฯ ได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการป้องกันการทุจริตในโครงการจัดซื้อจัดจ้างจำนวน 10,000 ล้านบาท และการประหยัดงบประมาณจากการแก้ปัญหาการเรียกรับส่วยและสินบนอีก 10,000 ล้านบาท ชัยวัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารงานในอดีตที่ผ่านมาว่า แม้จะมีการเปลี่ยนตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในหลายยุคสมัย แต่ปัญหาการทุจริตก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคดีรถเรือดับเพลิง คดีฮั้วประมูลก่อสร้าง คดีจ้างเดินรถไฟฟ้า คดีไฟประดับลานคนเมือง โครงการเช่ารถขยะพลังงานไฟฟ้า โครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายที่มีราคาสูงผิดปกติ หรือแม้แต่โครงการซ่อมแซมสภา กทม. ที่มีปัญหาการเบิกจ่ายพื้นที่ทับซ้อนเกินจริง “สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการพึ่งพาตัวบุคคลที่เชื่อว่าเป็นคนดีเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมีการสร้างระบบที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดสามารถกระทำการทุจริตได้” ชัยวัฒน์ได้อธิบายถึงกระบวนการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ฝังรากลึกมานานว่าสามารถแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก คือการล็อกสเปกหรือการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าให้แคบจนเกินไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ผลิตเพียงรายเดียว, การจัดทำราคากลาง ซึ่งมักจะใช้วิธีการสืบราคาจากผู้จำหน่ายที่ได้มีการตกลงบวกเงินส่วนต่างหรือเงินทอนเตรียมไว้ล่วงหน้า, การล็อกเงื่อนไขคุณสมบัติผู้เข้าประมูลหรือการกำหนดระยะเวลาส่งมอบที่ผิดปกติเพื่อกีดกันผู้แข่งขันรายใหม่ และขั้นตอนสุดท้ายคือการฮั้วประมูลโดยการจัดฉากนำบริษัทเครือข่ายหรือนอมินีมาเสนอราคาคู่เทียบเพื่อให้ดูเหมือนว่ามีการแข่งขันจริง ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทุจริตเหล่านี้รอดพ้นการตรวจสอบไปได้ เป็นเพราะเอกสารคำของบประมาณมักจัดทำอยู่ในรูปแบบกระดาษหรือไฟล์รูปภาพที่ไม่สามารถนำไปประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ได้ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบโดยมนุษย์ในระยะเวลาที่จำกัด ▪️เปิดตัว Bangkok Red Flag AI สืบทุจริตจากเอกสาร เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ชัยวัฒน์ได้นำเสนอระบบที่เรียกว่า ‘Bangkok Red Flag AI’ ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบและแจ้งเตือนความผิดปกติ โดยประกอบด้วยการทำงานหลัก 7 ด้าน 1. การบังคับให้เอกสารคำของบประมาณจากฝ่ายบริหารต้องจัดทำในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลที่คอมพิวเตอร์อ่านได้ (Machine Readable) เพื่อให้ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่อได้ 2. จากนั้นระบบจะทำหน้าที่แจ้งเตือน (Red Flag) หากพบการกำหนดสเปกที่จำกัดแคบจนเกินไป 3. การเปรียบเทียบราคาจัดซื้อที่แพงกว่าปกติเมื่อเทียบกับฐานข้อมูลในอดีต 4. การสร้างแคตตาล็อกราคากลางที่เชื่อมโยงกับราคาตลาดจริง 5. การวิเคราะห์เอกสารขอบเขตของงาน (TOR) เพื่อให้คะแนนความเสี่ยงในการทุจริต 6. การตรวจสอบความเชื่อมโยงของบริษัทที่เข้ามาแข่งขันประมูลว่ามีกรรมการหรือที่อยู่เดียวกันหรือไม่ และ 7. การตรวจสอบความผิดปกติจากร่องรอยดิจิทัล (Digital Forensic) ของเอกสารเพื่อป้องกันการฮั้วประมูล นอกจากนี้ ชัยวัฒน์ยังได้เน้นย้ำว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยเจตจำนงที่แน่วแน่ของฝ่ายบริหาร ซึ่งพรรคประชาชนได้พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วจากการบริหารงานในองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ที่สามารถประหยัดงบประมาณและใช้จ่ายได้ต่ำกว่าราคากลางมากที่สุดในประเทศถึงร้อยละ 26.7 พร้อมกันนี้ ภายในงานยังได้มีการสาธิตระบบปฏิบัติการ AI เสมือนจริง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตรวจจับการล็อกสเปกเครื่องออกกำลังกายและการตรวจสอบเครือข่ายบริษัทที่มีความใกล้ชิดกัน ▪️ระบบ AI ผู้ช่วยจับโกง ต้องควบคู่ระบบราชการที่ดี ในช่วงตอบข้อซักถาม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. และอดีต สส. พรรคประชาชน ได้ร่วมชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการบริหารและการทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยระบุว่า ความบกพร่องในการบริหารจัดการสามารถเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือการมีกลไกตรวจสอบเชิงระบบ หากมีระบบ AI เข้ามาช่วยคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดความอึดอัดใจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการอนุมัติงบประมาณ สำหรับปัญหาการต่อรองเพื่อตัดงบประมาณของกลุ่ม ส.ก. บางส่วน เพื่อนำไปเรียกรับผลประโยชน์หรือนำผู้รับเหมาของตนเข้ามารับงานนั้น พรรคประชาชนมีแนวทางในการจัดการโดยการเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมและเปิดเผยข้อมูลโครงการในทุกขั้นตอนให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใส ซึ่งหากโครงการใดเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ประชาชนในพื้นที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องงบประมาณและตรวจสอบการทำงานของ ส.ก. ด้วยตนเอง “AI เทคโนโลยีก็ส่วนหนึ่ง แต่ยังมีระบบโครงสร้างการทำงาน และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างผู้ว่าฯ กับ ส.ก. ก็ต้องดี ชิดเกินไปหรือห่างเกินไปก็ไม่ดี ที่แย่ที่สุดคือ ดูเหมือนห่างแต่หลังม่านใกล้ชิด อันนี้เลวร้ายที่สุด” วิโรจน์กล่าว ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว ชัยวัฒน์ได้ชี้แจงถึงบทบาทของทีมบริหารที่พรรคประชาชนได้ทาบทามเข้ามาทำงานร่วมกัน โดยระบุว่า แต่ละบุคคลมีหน้าที่รับผิดชอบที่แตกต่างกันตามความถนัด ทั้งการทำงานเบื้องหน้าในการรณรงค์หาเสียง และการทำงานเบื้องหลังเชิงนโยบาย โดยหลังจากนี้ทางพรรคจะเริ่มนำทีมบริหารลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อจัดทำนโยบายเฉพาะกลุ่ม ชัยวัฒน์ได้ปิดท้ายด้วยการกล่าวให้เครดิตแก่ นิธิกร บุญยกุลเจริญ ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI ดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคด้วย ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร . #TheStandardPhoto #TheStandardNews #ศวิตาพูลเสถียร
38
1,490
1,524
111,464
"ไชยชนก" เดินหา "รักชนก" ถึงถิ่นพรรคประชาชน กลางห้องประชุมร่วมรัฐสภา มีเปิดโทรศัพท์ให้กันดูด้วย ก่อน “เจ๊มันแกว” ร่วมวงอีกคน ขณะบรรยากาศเกือบทั้งวันสงบเรียบร้อย #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง #ไชยชนก #รักชนก
27
66
291
123,703
ทำไมพรรคเพื่อไทยเงียบเรื่อง TH-AI Passport ?? ไหนด่าอีส้มว่าไม่กล้าอะไรกับน้ำเงิน แต่จากการกระทำไม่ใช่เพียงคำพูดอีกส้มจัดน้ำเงินทุกดอกไม่ปล่อย แต่หันไปมองเพื่อไทยคือ???
45
854
760
41,485
เราจะอยู่กันในระบบบิดเบี้ยวแบบนี้กันจริงๆเหรอครับ ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร เอาแบบนี้จริงๆเหรอ
38
3,774
1,850
66,059
Jeabbabe New Chapter retweeted
อันนี้เป็นเกมจัด tier list ครับ ว่าปัญหาไหนใช้เวลาแก้เท่าไหร่ บางอันผมว่าผู้สมัครตีความต่างกัน อย่างน้ำท่วมรอระบาย ผู้ว่าชัชชาติกับคุณอนุชาน่าจะมองว่า ถ้าน้ำขัง แล้วใช้เวลากี่วันน้ำถึงจะลด ซึ่งแน่นอนว่าวันเดียว แต่คุณโจเหมือนมองว่าโจทย์คือทำยังไงให้น้ำไม่ท่วมแต่แรก เลยเอาไปไว้ 1-6 เดือน #เกมคุมเมือง #เลือกตั้งผู้ว่า69 #เลือกผู้ว่ากทมอีกสักตั้ง #ไทยรัฐทีวี #ไทยรัฐออนไลน์
7
102
159
13,746
Jeabbabe New Chapter retweeted
คำแนะนำประธานศาลฎีกาเรื่องคดีฟ้องปิดปากฉบับเต็มออกมาแล้วครับ ทำให้เราพอรู้ว่าคดีฟ้องปิดปากในมุมมองของศาลคือคดีประมาณไหนบ้าง โดยประเภทคดีฟ้องปิดปากที่น่าสนใจ คือ 1. คดีที่จงใจไปฟ้องที่ไกลๆ - เพราะพวกคดีหมิ่นประมาทออนไลน์ จะฟ้องที่ไหนก็ได้เพราะข้อความหมิ่นประมาทดูได้จากทุกที่ ทีนี้ก็เลยฟ้องให้ไกลสุดฟ้าเพื่อแกล้งจำเลยกัน 2. คดีที่ฟ้องคนที่สื่อสารเรื่องสิทธิมนุษยชน, สิทธิแรงงาน, สิ่งแวดล้อม - เพราะคดีพวกนี้กระทบนายทุนโดยตรง ก็เลยมีคดีฟ้องปิดปากพวกนี้มาไม่น้อย 3. คดีฟ้องคนที่เปิดโปงการทุจริต 4. คดีที่จริงๆเป็นเหตุเดียว แต่แตกออกไปฟ้องหลายๆคดีให้จำเลยสู้คดีลำบาก ก็ขอบคุณศาลอีกครั้งที่ออกมาตรการนี้ครับ แต่ก็จะช่วยได้เฉพาะคดีที่ประชาชนฟ้องเอง ส่วนคดีที่มาทางตำรวจและอัยการ อันนี้ก็ขอร้องให้ตำรวจและอัยการออกอะไรประมาณนี้มาแบบศาลบ้าง จะได้ปิดช่องการฟ้องปิดปากให้สมบูรณ์มากขึ้น เพื่อที่คดีรกศาลจะได้น้อยลง และประชาชนจะไม่เสียกำลังใจแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ครับ
86
135
4,127
Jeabbabe New Chapter retweeted
ไทยรัฐทำเก๋ ให้เล่นเกมจิ๊กซอว์ ทายสถานที่ใน กทม. ยังกะแฟนพันธุ์แท้ #เกมคุมเมือง #เลือกตั้งผู้ว่า69 #เลือกผู้ว่ากทมอีกสักตั้ง #ไทยรัฐทีวี #ไทยรัฐออนไลน์
14
28
3,615
Jeabbabe New Chapter retweeted
กกต. เกาหลีทำบัตรเลือกตั้งไม่พอ ประธาน กกต. ลาออก หลายๆประเทศด่า แต่คนไทยชม เพราะชินกับสภาพ กกต. ไทย สงสารประเทศไทยมาก
403
411
9,037
Jeabbabe New Chapter retweeted
ยอมรับข้อมูลเรื่องเส้นเลือดฝอยของผู้ว่าชัชชาติ พอเปิดภาพปริศนามาเป็น 5 แยกลาดพร้าว แกรู้หมดว่าน้ำตรงนี้ต้องระบายไปที่คูไหนคลองไหน อุโมงค์ไหน ซึ่งอันนี้เป็นภาพปริศนาไม่รู้ล่วงหน้าเลยว่าจะเปิดเจอจุดไหน #เกมคุมเมือง #เลือกตั้งผู้ว่า69 #เลือกผู้ว่ากทมอีกสักตั้ง #ไทยรัฐทีวี #ไทยรัฐออนไลน์
1
24
59
5,480
Jeabbabe New Chapter retweeted
ส่วนคุณโจ ตอบเป็นภาพใหญ่ โดยชี้ว่างบลอกท่อน้อยเกินไป ถ้าเป็นผู้ว่าจะเพิ่มงบลอกท่อ แล้วพูดอีกเรื่องน่าสนใจ คือแยกน้ำฝนกับน้ำเสีย อันนี้ผมเคยอ่านมาว่าสิงคโปร์ทำแล้วได้น้ำดีมาใช้เยอะมาก น่าสนใจครับ #เกมคุมเมือง #เลือกตั้งผู้ว่า69 #เลือกผู้ว่ากทมอีกสักตั้ง #ไทยรัฐทีวี #ไทยรัฐออนไลน์
3
138
241
6,608
ป.ป.ช. ตรวจสอบ “ศักดิ์สยาม” คดีซุกหุ้น ไปไม่สุดซอย! หรือนี่คืออีกผลงาน “ช่วยน้ำเงินด้วย”? . ย้อนไปต้นปี 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากกรณี “ซุกหุ้น” ใช้นอมินีอำพรางการถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ รับงานมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท . ขณะเดียวกัน อีกช่องทางคู่ขนานที่พรรคร่วมฝ่ายค้าน (ในเวลานั้น) ยื่นเรื่องในเดือนกันยายน 2565 เพื่อขอให้ ป.ป.ช. พิจารณาว่าศักดิ์สยามจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือไม่ ปรากฏว่า ป.ป.ช. กลับใช้เวลากว่า 3 ปี จนมาถึงปี 2569 ได้ข้อสรุปว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ยุติการตรวจสอบ ยกคำร้อง และไม่ดำเนินการไต่สวน . เมื่อการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. สร้างข้อกังขาเรื่องความตรงไปตรงมา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา พรรคร่วมฝ่ายค้าน และ สว. บางส่วน จึงร่วมกันยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 กล่าวหา ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาเพื่อตั้งคณะไต่สวนอิสระ ซึ่งประธานรัฐสภาควรตัดสินใจได้โดยไม่ล่าช้า ก่อนปิดสมัยประชุมสภากลางเดือนกรกฎาคมนี้ . ข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. ในคำร้องที่เรายื่น แบ่งออกเป็น 4 ข้อกล่าวหาหลัก . 🔵[ 1. ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบ ด้วยกระบวนการที่บกพร่อง ] . ตั้งแต่ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เมื่อกันยายน 2565 ป.ป.ช. ได้ดำเนินการตรวจสอบ โดยแยกออกเป็น 2 เส้นทางสำคัญ - เส้นทางที่ 1 = ตรวจสอบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทรัพย์สิน จนยุติการตรวจสอบเมื่อกันยายน 2568 - เส้นทางที่ 2 = ตรวจสอบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา จนยุติการตรวจสอบเมื่อกุมภาพันธ์ 2569 . สำหรับเส้นทางที่ 1: การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน มี 3 ระดับ แบ่งตามระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบ 1. ตรวจสอบปกติ = ตรวจสอบโดยทั่วไปเวลามีคนยื่นบัญชีทรัพย์สิน 2. ตรวจสอบยืนยัน = ตรวจสอบหากสงสัยว่ามีข้อมูลคลาดเคลื่อนหรือไม่ครบถ้วน 3. ตรวจสอบเชิงลึก = ตรวจสอบหากสงสัย ว่ามีการซุกซ่อนหุ้น หรือ มีการถือครองแทนกัน . สำหรับกรณีศักดิ์สยาม - สิ่งที่ ป.ป.ช. ควรทำคือการ “ตรวจสอบเชิงลึก” เนื่องจากข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการซุกซ่อนหุ้น หรือ ใช้นอมินีมาถือครองแทน แต่สิ่งที่ ป.ป.ช. ทำกลับเป็นเพียงการ “ตรวจสอบปกติ” และ “ตรวจสอบยืนยัน” . สำหรับเส้นทางที่ 2: การตรวจสอบความผิดอาญา จะแบ่งออกเป็น 2 ขยัก . 1. ตรวจสอบเบื้องต้น - หากพบว่ามี “ข้อมูลหรือรายละเอียดไม่เพียงพอ” → ป.ป.ช. ไม่รับเรื่องไว้พิจารณาต่อ - หากพบว่ามี “ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอ” → ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนต่อไป . สำหรับกรณีศักดิ์สยาม สิ่งที่ ป.ป.ช. ควรทำ คือการดำเนินการไต่สวน แต่สิ่งที่ ป.ป.ช. กลับทำ คือการสรุปว่าข้อมูลไม่เพียงพอ และไม่ดำเนินการไต่สวน ซึ่งทำให้ ป.ป.ช. ไม่เคยมีการเรียกผู้ร้อง (เช่น ปกรณ์วุฒิ) มาให้ถ้อยคำ และไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบนิติกรรมอำพรางหรือเส้นทางการเงินตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยไต่สวนไว้ . โดยสรุป ป.ป.ช. ไป “ไม่สุดซอย” ในการตรวจสอบคดีคุณศักดิ์สยาม ก่อนจะตัดสินใจยุติการตรวจสอบ - เส้นทางที่ 1 (บัญชีทรัพย์สิน) = ไปถึงแค่ “การตรวจสอบยืนยัน” แต่ไม่ใช้อำนาจ “ตรวจสอบเชิงลึก” - เส้นทางที่ 2 (ความผิดอาญา) = ไปถึงแค่ “การตรวจสอบเบื้องต้น” แต่ไม่ใช้อำนาจ “ไต่สวน” . 🔵[ 2. ป.ป.ช. ใช้ดุลพินิจ วินิจฉัยผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง ] . ที่ผ่านมาสังคมมักเปรียบเทียบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกับคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ซึ่ง ป.ป.ช. อาจจะแย้งว่าฐานความผิดเป็นคนละฐานความผิด และสิ่งที่ผูกพัน ป.ป.ช. คือ “ผล” ของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าให้ศักดิ์สยามพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี . อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ป.ป.ช. ปฏิเสธไม่ได้ คือ “ข้อเท็จจริง” ที่ ป.ป.ช. ควรต้องใช้พิจารณา ควรจะต้องเป็น “ข้อเท็จจริง” ชุดเดียวกันกับที่ปรากฏในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ (เช่น หลักฐานการโอนหุ้น / เส้นทางการเงิน / ใบเสร็จเบิกค่าน้ำมัน / ใบวางบิลที่มีข้อพิรุธเรื่องที่อยู่ / สถานะทางการเงินและประวัติการทำงานของนาย ศ. ที่เป็นนอมินี) . ดังนั้น เราเห็นว่าข้อเท็จจริงเหล่านี้ มีความหนักแน่นและชัดเจนเพียงพอ ให้ ป.ป.ช. สรุปได้ว่าศักดิ์สยามมีพฤติการณ์ซุกหุ้น เหมือนกับที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยสรุปว่าศักดิ์สยามมีพฤติการณ์ซุกหุ้นจนต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี . 🔵[ 3. ป.ป.ช. มีพฤติการณ์ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบ ] . หากพิจารณาลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมา: - กันยายน 2565 ผู้ร้อง (ปกรณ์วุฒิ) ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. - กันยายน 2568 ป.ป.ช. มีมติยุติการตรวจสอบกรณีบัญชีทรัพย์สิน - กุมภาพันธ์ 2568 ป.ป.ช. มีมติยุติการตรวจสอบกรณีความผิดอาญา - กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2568 ป.ป.ช. เปิดเผยผลการตรวจสอบปกติบนเว็บไซต์ ป.ป.ช. - เมษายน 2569 ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์ชี้แจงข้อเท็จจริง - พฤษภาคม 2569 ผู้ร้อง (ปกรณ์วุฒิ) ยื่นขอเอกสารจาก ป.ป.ช. (เช่น รายงานแสวงหาข้อเท็จจริง) . กระบวนการที่ผ่านมาชี้ให้เห็นถึงความล่าช้าและการเพิกเฉยต่อการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ร้องและสาธารณะ ป.ป.ช. ใช้เวลานานจากการยุติการตรวจสอบจนกว่าจะออกแถลงการณ์ มาถึงวันนี้ ป.ป.ช. ยังไม่ได้แจ้งผู้ร้อง ยังไม่ได้ส่งเอกสารให้ผู้ร้อง ยังไม่ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบยืนยันกรณีบัญชีทรัพย์สินและยังไม่ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบกรณีความผิดอาญาแก่ผู้ร้อง (ปกรณ์วุฒิ) แต่อย่างใด . 🔵[ 4. ป.ป.ช. ละเลยการตรวจสอบข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ] . ตัวอย่างข้อหาหนึ่งที่ ป.ป.ช. ละเลยคือ ฐานความผิดเรื่อง “ขัดกันแห่งผลประโยชน์” (พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 126) ซึ่งรวมถึงการถือหุ้นในบริษัทที่ไปเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานที่ตนกำกับ-ดูแล . สิ่งที่น่าประหลาดใจ คือ ป.ป.ช. เหมือนจะไม่ได้วินิจฉัยว่าศักดิ์สยามทำผิดเรื่อง “ขัดกันแห่งผลประโยชน์” หรือไม่ (1) ในความผิดเรื่องการจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ: ป.ป.ช. วินิจฉัยว่าศักดิ์สยามไม่ผิด (ไม่ได้จงใจยื่นเป็นเท็จ / ไม่ได้มีเจตนาปกปิด) (2) ในความผิดเรื่องการใช้อำนาจแทรกแซงเพื่อเอื้อประโยชน์: ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าศักดิ์สยามไม่ผิด (3) ในความผิดเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์: ป.ป.ช. ไม่ได้วินิจฉัย? . แน่นอนว่าเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ว่าศักดิ์สยามไม่ได้จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จและไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงเพื่อเอื้อประโยชน์ . แต่แม้เรายอมเชื่อตาม ป.ป.ช. ก็ไม่ได้หมายความว่าศักดิ์สยามไม่ได้ผิดเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะหาก ป.ป.ช. เพียงสรุปว่า ศักดิ์สยามยังเป็นผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานในกระทรวงคมนาคม ก็เท่ากับว่าศักดิ์สยามได้กระทำความผิดเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์แล้ว โดยไม่ต้องไปพิสูจน์ว่าศักดิ์สยามมี “เจตนา” ยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จหรือไม่ และโดยไม่ต้องไปพิสูจน์ว่าศักดิ์สยามได้ “แทรกแซง” ให้บริษัทได้รับงานจากรัฐหรือไม่ . จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่ ป.ป.ช. ไม่วินิจฉัยเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ และ ป.ป.ช. ไม่วินิจฉัยว่าศักดิ์สยามยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่นหรือไม่ เป็นเพราะ ป.ป.ช. ต้องการปกป้องศักดิ์สยาม หรือ “ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือไม่? . เพราะ ป.ป.ช. รู้ว่าหากต้องวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว จากหลักฐานทั้งหมด ไม่มีทางที่ ป.ป.ช. จะวินิจฉัยเป็นอื่นได้ นอกจากวินิจฉัยว่าศักดิ์สยามยังคงเป็นผู้ถือหุ้นและได้กระทำความผิดเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์
6
545
673
12,628
Jeabbabe New Chapter retweeted
นี่ว่าโสภณ ซางเล้ง ไม่น่าจะรับเรื่องนี้ต่อคือปัดตกแล้วยึดคำวินิจฉัยปปช.เป็นหลักนั่นแหล่ะ แล้วอย่าคิดว่ามันจะแคร์เสียงหรือกระแสสังคมมั้ย เพราะเรื่องทุเรศๆที่คนเค้าตั้งข้อสงสัยกันทั้งบ้านทั้งเมืองมันเคยแคร์ที่ไหน ใดๆเลยไอติมตามขยี้โสภนหนักมากก555
1
188
317
8,162
Jeabbabe New Chapter retweeted
เลือกตั้งประกันสังคม!! อันนี้คือเรื่องใหญ่ที่เราต้องช่วยกัน เพราะอนาคตของประกันสังคมจะเป็นยังไงก็ขึ้นกับการเลือกตั้งครั้งนี้เลย คือบอร์ดประกันสังคมมีทั้งหมด 21 คน - ข้าราชการ 7, นายจ้าง 7, ลูกจ้าง 7 รอบที่แล้วประกันสังคมก้าวหน้าส่งแค่ฝั่งลูกจ้าง ทำให้ได้เสียงมาแค่ 7 จาก 21 เสียง ซึ่งผลักดันอะไรลำบากมาก เสียงไม่ถึงครึ่ง รอบนี้ก็เลยส่งฝั่งนายจ้างด้วย เพื่อหวังว่าจะได้ 14 จาก 21 เสียง จะได้ผลักดันได้มากกว่าเดิม เราก็น่าจะเห็นกันแล้วว่าผู้บริหารเดิมๆหมดสภาพแค่ไหน พ่อมดมั้ยล่ะ มาช่วยกันครับ ลงทะเบียนเลือกตั้งได้ถึง 15 กรกฎาคมนี้ และไปเลือกตั้งกัน ใครที่ลงได้ทั้งฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง อยากให้ลงฝั่งนายจ้างมากกว่า เพราะฝั่งนายจ้างยังต้องการพลังอีกมาก มาช่วยกันครับ ผู้ประกันตนทั้งหลาย
6
356
398
9,785
Jeabbabe New Chapter retweeted
ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะเจอ พูดตรงๆนะครับ เล่าเรื่องผีนี่ยากกว่าอภิปรายในสภาเยอะครับ ถ้าเล่าตะกุกตะกักใช้คำฟุ่มเฟือยเยอะไปหน่อย ขออภัยชาวแก๊งเดอะโกสเตอร์ ด้วยนะครับ youtu.be/qHLcuFcDou8?si=3OSk…
120
4,590
4,805
492,874