อัพเดทผลงาน @BankSuphanatMin 🔸️แจ้งปัญหาติดต่อ Line : @bankmin ค่ะ🔸️ #สสอันเป็นที่รักของประชาชน ❌️เป็นทีมเชียร์แต่ไม่แบกนะคะ❌️

Joined September 2025
536 Photos and videos
มาแล้วค่ะ 🎉บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจ่ายค่ารถเมล์ไฟฟ้า จากการผลักดันของ #แบงค์ศุภณัฐมีนชัยนันท์ และกระทรวงคมนาคม🎉 ✨️โดยจำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใน กรุงเทพ 🔸️นครปฐม 🔸️สมุทรสาคร🔸️ สมุทรปราการ 🔸️นนทบุรี🔸️ ปทุมธานี ✨️ มีล้านกว่าคน✨️ รัก #สสแบงค์ กันเยอะๆนะคะ🩷🤍
24
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
ศุภณัฐ แนะกทม.ทำ BKK Asset Management Map แก้ปัญหาโยนความรับผิดชอบ ยกบทเรียนฟุตปาธมีนบุรีพัง . #มติชนออนไลน์
2
15
13
1,071
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
“ศุภณัฐ” สาวไส้ระบบบริหาร กทม. ซับซ้อนจนงง ถอดบทเรียนฟุตบาทพังมีนบุรี ต่างคนต่างปัดรับผิดชอบ สุดท้าย รฟม. ซ่อมให้ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ ดันโมเดลใหม่เสนอ กทม. ทำแผนที่แสดงสิทธิ์ทรัพย์สินสาธารณะ เคลียร์ชัด “ของใคร-ใครซ่อม” สกัดแก้ปัญหาล่าช้า อ่านข่าว : ch3plus.com/news/political/m… #เรื่องเล่าเช้านี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวการเมือง
11
119
161
7,148
TL ชัดเจน อยู่ในขอบเขตที่ กทม มีอำนาจพอที่จะทำได้ ✨️มีหลายมิตืที่เพิ่มความสะดวกและพัฒนาคุณภาพชีวืต 🔸️เพิ่มเส้นทางรถ🔸️ เพิ่มสองแถวเพื่อครอบคลุมและเข้าถึงง่าย🔸️ศาลาอัจฉริยะ 🔸️มี GPS รถสาธารณะเพื่อควบคุมการขับขีและความปลอดภัย
ปัญหา #รถติดในกทม. ปัจจัยหนึ่งคือ คนไม่อยากใช้ขนส่งสาธารณะ โดยมีคนกทม.แค่ 10%-15% เท่านั้น ที่ใช้ขนส่งสาธารณะ และ กทม.ยังไม่มีนโยบายทให้คนไปใช้ขนส่งสาธารณะที่ชัดเจน ✅เราจึงเสนอ นโยบาย #เดินทางง่าย ให้คนยอมหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น ผ่าน 3 กลไก price-facility-coverage [price] 👉🏻 #ตั๋วเช้าตรู่ (ทั้งรถไฟฟ้า, รถเมล์ และรถสองแถว) คือ การให้ส่วนลดค่าโดยสาร 50% ให้คนที่เดินทางช่วงเช้าตรู่ (morning off-peak hour) เพื่อแลกกับส่วนลด เพื่อลดจำนวนรถติดชม.เร่งด่วน ซึ่งเรตพิเศษ สำหรับเดินทาง off peak ในตปท.ทำกันเป็นปกติ เป้าหมายคือ เปลี่ยน mode of transport จากรถส่วนตัว เป็น รถขนส่งสาธารณะ ให้มากขึ้น และดันให้คนออกจากบ้านไวขึ้น (โดยไม่ได้ทำแค่รถไฟฟ้า แต่เราทำ รถเมล์และรถสองแถว) โครงการนี้จะไปต่อยอด ตั๋วร่วม และค่าโดยสารร่วม 17-45 บาท ตามที่เราเสนอ และรัฐบาลเตรียมจะใช้ในปีหน้า (สรุปเขาจะไม่ใช่ทั้ง 20 และ 40 เพราะมันมีปัญหาสัมปทาน) ทั้งนี้ งบที่ใช้จะไม่เยอะ เพราะลด 50% จาก 17-45 บาท และเราไม่ได้ลดราคาตลอดทั้งวัน แค่ช่วง off peak เท่านั้น #นกที่ขยัน ยอมใช้ขนส่งสาธารณะ แขะออกจากบ้านก่อน เพื่อลด traffic ก็จะได้ส่วนลดตรงนี้ไป [facility] 👉🏻ถามว่า แค่ลดราคา คนจะมาใช้ขนส่งไหม? ไม่ครับ เราต้องสร้างระบบนิเวศน์ให้คนขึ้นรถ ไม่ใช่แค่ลดค่าเดินทางแล้วจบ ในกทม.มีป้ายรถเมล์ 5,600 ป้าย แต่มีศาลาแค่ 2,500 จุด (ส่วนใหญ่เป็นศาลาเก่า ไม่มีจอ) และการปรับปรุงศาลารถเมล์ใหม่ ที่ผ่านมา ทำแค่ เฉลี่ย 130 ศาลา/ปีเท่านั้น แต่เป้าหมายของเรา ภายใน 4 ปีแรก คือ ปรับปรุงศาลาเดิมทั้งหมด และเพิ่มศาลาให้ครบทุกป้าย พร้อมจอ digital ที่ไม่ใช่บอกแค่เวลา - แต่ค้นหาตำแน่ง gps รถ, บอกวิธีการเดินทางจะไปไหนแล้วต้องนั่งสายไหน ไปต่อรถเมล์ เรือ หรือรถไฟฟ้า สายไหน [coverage] 👉🏻แม้ปี 70-71 เราจะเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV ครบ 100% แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่รถเมล์ และรถสองแถว เข้าไม่ถึง สิ่งที่ต้องทำคือ เพิ่มพื้นที่คลอบคลุมระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ 80% ของประชากร เข้าถึงขนส่งสาธารณะได้ในระยะทาง 500 เมตร จากบ้าน ในเฟสแรก เราจะฟื้นเส้นทางเดินรถเดิมที่กำหนดไว้อยู่แล้ว แต่ไม่มีผู้ประกอบการขอวิ่ง เพราะขาดทุน โดยทางกทม.ไม่ต้องวิ่งรถเอง เพราะไม่ชำนาญ แต่กทม.จะอุดหนุนเงินส่วนหนึ่งให้เอกชนมาเดินรถ ในเฟส 2 เราจะเจาะตามซอยด้วย #สองแถวแบบใหม่ มีทางขึ้นด้านข้าง ปลอดภัยกว่าเดิม พร้อมมี gps ติดตามรถ และเราจะกำหนดจุดรอขึ้นรถสองแถวในซอย และเชื่อมซอย แก้ซอยตัน ด้วยการเช่าที่เอกชน เพื่อให้คนกทม.ที่อาศัยอยู่ในซอย เดินออกจากบ้าน มาขึ้นรถสาธารณะได้สะดวก ในรัศมี 500เมตร *ทั้งนี้ยังไม่รวม วางผังคมนาคมทางน้ำ ทำท่าเรือเพิ่มหลายสิบจุด และเพิ่มเส้นทางเดอนเรือ ev ในคลองหลัก และการทำ #หลังคาเชื่อม ระหว่าง สถานีรถไฟฟ้า-ศาลารถเมล์-ท่าเรือ เพื่อการเดินทางไร้รอยต่อ เพราะเราอยากทำให้กทม.เป็นเมืองที่ #ไม่ต้องมีรถก็เดินทางได้จริง
1
13
16
623
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
สุดตีนมาก

1
23
44
1,373
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
เหมือนบางคน พยายามจะอยู่ในวังวน 20บาทตลอดสาย - บางคนพูดเสมือนว่า ทำ20บาท แล้วจบทุกปัญหาในกทม. แล้วพยายามมาเทียบกับนโยบายนี้ ซึ่งมองกันคนเรื่องกันเลย 📌พรรคประชาชน “ไม่ได้”มองว่า ลดราคารถไฟฟ้า แล้วจะจบอย่างเดียว เพราะการ #แก้รถติดในะระยะยาว ไงก็ต้องเปลี่ยน mode จากรถส่วนตัวเป็นขนส่งมวลชนสาธารณะ ให้ได้ ซึ่งนั่นไม่ใช่อาศัยแค่ “ราคา” นะครับ ย้ำว่า‼️ ต้องใช้ทั้ง 3 กลไก ทั้ง “price facility และ coverage” 🔸การลดความแออัดจราจร ทั้งรถส่วนตัวบนถนน และในระบบขนส่ง จำเป็นต้องกระจายเวลาเดินทาง ทั้งการให้มาก่อนเนิ่นๆ กับการเดินทางช้าๆหลังชม.เร่งด่วน และอะไรจะเป็นแรงจูงใจให้พอขยับเวลาได้บ้าง ถ้าไม่ใช่เรื่อง ความสะดวกสบาย และ ราคาที่ถูกลง? เขาเลยคิดเรื่องราคา off peak ขึ้นมา 👉🏻ส่วนลด 50% ตอนเช้าเป็นเพียง “หนึ่งในกลไก” ที่ต่อยอดจาก ราคาค่าโดยสาย 17-45 ที่จะเริ่มใช้ในปีหน้า เพื่อช่วยขยับคนจากช่วง peak time มา off peak และพอ peak time แออัดน้อยลง ก็จะรองรับคนอีกกลุ่มที่เคยรถส่วนตัว เพราะรู้สึกว่าขนส่งไม่สะดวกให้หันมาใช้ขนส่งสาธารณะด้วยได้ ‼️แต่ก็ขอย้ำว่า facility และ coverage เป็นกลไกที่มีอิทธิพลมากกว่าแค่เรื่องราคา ในการทำให้คนหันมาใช้ ขนส่งสาธารณะ แต่ถ้าเรื่องขยับด้านเวลาการเดินทาง ราคาจะมีอิทธิพลสูงกว่า ทั้งนี้ เราก็ทราบกันดี ใครๆก็อยากเดินทางออกจากบ้านช้าที่สุดกันทั้งนั้น แต่ที่รถติด หรือรถไฟฟ้าอัดแน่น ก็เพราะเราทุกคนออกเวลาเดียวกันในชั่วโมงเร่งด่วนไม่ใช่หรือ? ดูอย่างสายสีน้ำเงิน ก็อัดกันแน่นมาก ขบวนรถก็ไม่พอ 👉🏻ถ้าเราลดราคา 50% “ตลอดวัน” มันก็คือการทำ 22.5บาทตลอดทาง ซึ่งคนก็จะไม่เปลี่ยนเวลาเดินทาง ลำพังปัญหาสายสีน้ำเงินก็แออัดมากแล้ว หรือรถเมล์ตอนเช้า ถ้าชม.เร่งด่วน คนก็แน่นมากอยู่แล้ว สุดท้ายมันก็ต้องหามาตรฐานช่วย “กระจายช่วงเวลากันเดินทาง” 🔸ซึ่ง #ตั๋วคนทำงานสาย ราคาพิเศษ เพื่อเดินทางช่วงหลังชม.เร่งด่วน (post peak time) ก็ใช่ว่าจะทำเพิ่มไม่ได้ เพียงแต่เงิน กทม.มีจำกัด ต้ิงเลือกจัดสรรให้เหมาะสม แฃะยังมีคนลำบากในรูปแบบอีกๆมากที่ต้องช่วย ทั้งการรักษาพยาบาล กลุ่มเปราะบาง การพัฒนาขยายเส้นทางเดินรถอื่นๆ 📍ทั้งนี้อีกส่วนนึงคือ คนที่ออกจากบ้านตอนเช้า เพราะต้องไปส่งลูกเรียนตอนเช้า และไปทำงานต่อ หรือ เวลาเข้างานเช้า หรือคนที่อาศัยในชานเมืองต้องเกินทางไกล และกลุ่มคนทำงานกลางคืน ที่จะเดินทางในช่วงเวลา ตี4.30 -6.30 กันทั้งนั้น และคนกลุ่มนี้ที่ผ่านมาก็เจอปัญหารถน้อย ไม่มีรถเมล์ เพราะพอคนขึ้นน้อย รถเมล์ก็ไม่อยากวิ่ง ✅การทำ off peak rate การปรับปรุง facility และ coverage จึงไม่ใช่แค่การลดความแออัด เปิดทางให้คนย้ายมาขึ้นขนส่งมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือค่าเดินทาง แบบ targeted ยิงตรงเป้าให้กลุ่มทำงานหนัก แต่รายได้น้อย ค่าใช้จ่ายเยอะด้วย แม้เงินที่ลดจะไม่เยอะมากที่ 22.5บาท ต่อวัน 🤦🏻‍♂️ทั้งนี้ กทม.ไม่ได้มีเงินมหาศาลที่จะไปทำ 20บาท เองได้ เพราะคงต้องใช้เงิน 15,000 ล้าน/ปี (รถไฟฟ้า รถเมล์ สองแถว) หรือ ถ้าจะไปซับต่อจาก 17-45บาทของรัฐบาล ถ้าจะเอาให้เหลือ20บาทก็น่าจะต้องมี 5,000ล้าน/ปี ฉะนั้นการเลือกลดราคา 50% ใน off peak time และ ต่อยอด on top จาก 17-45บาท โดยนำเงินส่วนที่เหลือไปพัฒนา facility และ coverage เพื่อให้คนเข้าถึงขนส่งจริงๆ น่าจะคุ้มค่ากว่าครับ
11
397
467
59,959
มาแล้ว #ผู้ช่วยหาเสียงสุดหล่อ ของเขต9 #บอสมีนชัยนันท์ หลักสี่ ขอ ที ได้ป่าว?☝️ ที ณพวิทย์ วงศ์อารีย์ ผู้สมัคร สก #หลักสี่ เบอร์ 1
2
34
92
1,250
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
Replying to @InterviewHer
พวก #ชอบเคลม น่าจะเป็น #คนแพ้เลือกตั้ง มากกว่าค่ะ ประชาชนฟ้องสส. ว่า #นแพ้มาเครม ในงานกิจกรรมสงกรานต์ ด้อมสส.ก็ได้ยิน รับรู้กันตั้งแต่ก่อนสส.โพสต์😆 อันนี้คือ TL ที่ #สสแบงค์ ประสานกับเขตให้มาจัดการ web.facebook.com/share/p/17b…

1
4
4
753
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
Replying to @MikeAke
แปลง่ายๆว่า ผู้บรืหารสั่งพักได้ระหว่างสอบแต่ไม่สั่ง แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับผลสอบเพราะเบาไปเลยส่งให้ปปช และให้สัมภาษณ์ขยะแขยงทุจริต และอยากไล่ออก แต่ก็ให้ทำงานปกติตัดเงินเดือน 2% ไปก่อน รอปปช ตัดสิน แทนการให้พักงาน ถูกต้องไหมคะ
2
10
8
389
FYI.
ที่ อ.ทวิดาโพสต์ผิดตรงไหน เป็นสสแต่โง่เรื่องระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน วิ.ปฏิบัติฯ นอกจากจะออกมาพ่นสิ่งที่กฎหมายไม่ให้อำนาจไว้ แล้วยังจะพาติ่งที่โง่อยู่แล้วโง่ซ้ำซ้อนเพิ่มขึ้นไปด้วย
3
27
41
2,359
และนี่คือน้องชายที่รักพี่มากที่สุด #บอสมีนชัยนันท์ 🤍🩷
4
288
512
11,915
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
❌โพสนโยบาย 10โพส = ไม่สนใจ ทำเป็นมองไม่เห็น ปัดผ่าน ✅โพสทุจริต 1โพส = ทำไมไม่พูดเรื่องนโยบายบ้าง พูดแต่เรื่องทุจริต 🤷🏻‍♂️🤷🏻‍♂️ บางที ผมก็งงกับบางคนจริงๆนะครับ อคติ - 2 มาตรฐาน เกินไปครับ
53
1,715
2,143
101,720
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
ศุภณัฐ ย่องเข้า ป.ป.ช. ติดตามคดีเครื่องออกกำลังกาย ของกทม. ไม่หวังให้สรุปคดีเสร็จก่อนเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. บอกทราบดี ป.ป.ช.ทำงานช้า
2
11
17
2,319
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
ลุยจี้ปปช. ศุภณัฐ ทวงถามผลสอบทุจริตเครื่องออกกำลังกายกทม. สงสัยทำไมทำคดีล่าช้า #มติชนออนไลน์
3
61
132
4,778
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
'ศุภณัฐ' ยื่นหนังสือ ป.ป.ช. ถามความคืบหน้า 24 โครงการส่อทุจริต กทม. ชี้ระบบยุติธรรมไทยล่าช้า ไม่คาดหวังจบเรื่องก่อนเลือกตั้งผู้ว่าฯ วันนี้ (11 มิถุนายน) ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือเพื่อติดตามความคืบหน้ากระบวนการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งครอบคลุมถึงคดีทุจริตโครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายของกรุงเทพมหานคร รวมถึงโครงการอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 24 โครงการที่เคยยื่นเรื่องตรวจสอบไว้ก่อนหน้านี้ โดยระบุว่าที่ผ่านมาได้นำส่งพยานหลักฐานต่างๆ เข้าสู่ระบบตามขั้นตอนกฎหมายอย่างครบถ้วนแล้ว แต่ปัญหาสำคัญในขณะนี้คือความล่าช้าในกระบวนการทำงานของ ป.ป.ช. ซึ่งบางโครงการปล่อยเวลาล่วงเลยมานานกว่า 2 ปี โดยไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร ​ศุภณัฐ ได้สะท้อนข้อจำกัดของหน่วยงานตรวจสอบโดยระบุว่า ปัจจุบัน ป.ป.ช. มีการเลือกเร่งรัดเฉพาะบางโครงการที่มีประเด็นทางการเมือง แต่สำหรับโครงการภาคปกครองทั่วไปกลับมีความล่าช้าอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังมีอุปสรรคในเรื่องระบบการติดตามคดีที่ตัวผู้ร้องเรียนหรือผู้เป็นต้นเรื่องไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลความคืบหน้าได้เลย หากไม่มีการยื่นหนังสือสอบถามอย่างเป็นทางการ แม้ที่ผ่านมาจะมีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้ข้อมูลประสานงานเป็นการภายในบ้าง แต่ก็ไม่สามารถนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะหรือใช้เป็นข้อมูลทางราชการได้ ตราบใดที่ยังไม่มีหนังสือตอบรับอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องเดินทางมายื่นเอกสารติดตามความคืบหน้าในวันนี้ ​เมื่อถามย้ำถึงเป้าหมายในการเดินทางมาครั้งนี้ ว่าเป็นการเร่งรัดให้ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดคดีเครื่องออกกำลังกาย กทม. ให้เสร็จสิ้นก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่กำลังจะมาถึงหรือไม่ ศุภณัฐ ยืนยันว่า ตนไม่ได้คาดหวังให้กระบวนการเสร็จสิ้นรวดเร็วถึงขนาดนั้น เพราะตามข้อเท็จจริงของระบบราชการไทย การที่ผู้ร้องได้รับหนังสือตอบรับชี้แจงความคืบหน้าจาก ป.ป.ช. กลับมาก็ถือเป็นเรื่องที่ยากมากแล้ว พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าในประวัติศาสตร์การตรวจสอบการทุจริตของประเทศ มีหลายคดีความที่ใช้เวลายาวนานนับ 10 ปี จนผู้ถูกกล่าวหาเสียชีวิตไปแล้ว จึงจะสามารถติดตามไปยึดทรัพย์จากกองมรดกได้ สถานการณ์เหล่านี้จึงเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความล่าช้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะภายในสำนักงาน ป.ป.ช. เท่านั้น แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างในภาพรวมของระบบกระบวนการยุติธรรมไทยทั้งหมดที่จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ณาฌารัฐภักดีอาสา
6
117
247
3,884
วันนี้ตอน 11.15 น. พี่ #แบงค์ศุภณัฐมีนชัยนันท์ ไป ป.ป.ช. เพื่อติดตามคดีเครื่องออกกำลังกาย Cr. PPTV HD36 🙏🙏🙏🥰
2
56
126
2,052
คลับคนรักสส.แบงค์ retweeted
จากรายการคุณสรยุทธ ผมทราบว่า อ.ชัชชาติ และ อ.ทวิดา ยังไม่เคยเห็นหนังสือของผมที่พูดถึง 17 โครงการ ผมเลยเอาสำเนารับ มาให้ดูครับ เลขที่รับ 9115 ปั๊มรับวันที่ 14 มีนาคม 2568 โดย กทม.ครับ 📍ทั้งนี้จากที่อ.ทวิดาออกยอมรับ ทำให้เราได้พบความจริง คือ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กทม.ยังไม่ได้เริ่มตรวจสอบทุจริต เครื่องออกกำลังกายอีก 17 โครงการ - สิ่งที่กทม.ตรวจ มีแค่ 7โครงการแรก ที่เพจ Strong ร้องไป แต่นอกนั้นไม่เคยมีการตรวจสอบเลย 👉🏻เรื่องนี้ผมซีเรียสมาก เพราะอ.ชัชชาติเคยให้สัมภาษณ์กับมติชนเองว่า “ไม่ได้ตรวจแค่ 7 โครงการ แต่ได้สั่งให้ตรวจสอบทุกโครงการ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น” (แต่สุดท้ายกลับไม่ได้มีการตรวจสอบ ตามที่แจ้งสื่อแต่อย่างใด) - matichon.co.th/local/quality… 👉🏻และวันที่ 6/6/67 คุณสรยุทธ phone in กับ อ.ชัชชาติ โดยโชว์ให้เห็นว่า ลู่วิ่งมีการปรับราคาขึ้นมาเรื่อยๆ จากสมัยผว.อัศวิน 250,000-500,000 ถึง สมัยอ.ชัชชาติ 500,000-750,000 โดยอ.ชัชชาติแจงว่า “เราต้องขยายผล และไม่ได้มีแค่ปี 66 แต่มีมาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว” (แปลว่า อ.ทราบแต่แรกว่า มีการจัดซื้ออีกหลายโครงการ) - youtube.com/watch?v=wKwrWZh9… (นาทีที่ 24 เป็นต้น) 🔸ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะรู้ว่า มีการซื้อลู่วิ่งแพง ตัวละ 500,000 หลายโครงการ แต่กลับไม่มีการตรวจสอบแต่อย่างใด - คนที่ทุจริตไม่เคยถูกตรวจสอบ และยังลอยนวลอยู่ในกทม. 🥲อีกเรื่องที่ผิดหวังคือ ทัศนคติในการตรวจสอบการทุจริตของอ.ทวิดา (🙏🏻ผมขออภัยอ.จริงๆแต่ที่อ.พูดนั้น ผมติดใจมาก) เพราะอ.พูดเสมือนว่า อ.ต้องรอให้คนอื่นร้องเรียนก่อนแล้วถึงจะเริ่มตรวจสอบทุจริต หรือตั้งคกก.สอบได้ ทั้งที่มาตรฐานทั่วไปคือ ถ้าผู้บริหารทราบว่า มีโครงการต้องสงสัย ก็ควรให้มีการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งคนอื่นครับ —————- ✅ มีคนถามว่า ทำไมไม่ยื่น ปปช.? - ผมยื่นตั้งแต่ปี สิงหา 67 แล้วครับ และไปให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว (แต่การสอบวินัย กทม.ทำเองได้ ไม่ต้องรอปปช.ครับ) - facebook.com/share/p/1KpncJs… 🧐มีคนถามว่า ทำไมไม่พูดเรื่องนโยบาย พูดแต่เรื่องปราบทุจริต? 1. พูดนโยบายเยอะครับ แค่คุณไม่ได้สนใจ คุณเลยไม่ทราบ 2. “การปราบทุจริต” เองก็เป็นหนึ่งในนโยบายไม่ใช่เหรือครับ? ในเมื่อเราทุกคนพูดว่าจะปราบทุจริต แต่ทำไมพอพูดเรื่องทุจริตที่เกิดขึ้นจริง กลับไม่กล้าเผชิญหน้าหละครับ เรามีเคสที่ชัดเจนว่า กทม.มีการซื้อลู่วิ่ง 500,000 แต่ทำไมไม่ลงมือตรวจสอบ? แล้วแบบนี้จะ “ปราบทุจริต” อย่างที่พูดได้อย่างไรครับ? 🧐มีคนถามว่า ทำไมพึ่งพูดตอนนี้? 1. ถ้าเป็นเรื่องทุจริตของคนอื่น คุณจะถามไหมครับ? - ถ้าผมพูดเรื่องถนนยุบวชิระ หรือทุจริตอ.รัฐสภา หรือปัญหา scammer ช่วงเลือกตั้ง คุณจะห้ามไหมครับ? - ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พูดเมื่อไร ปัญหาคือ ถือพูดเกี่ยวกับคนอื่น = พูดได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับอ.ชัชชาติ = ห้ามพูด อันนี้คือคุณกำลัง 2 มาตรฐานอยู่ครับ 2. เราพูดเรื่องทุจริตในกทม.มาตลอด พูดจนเบื่อ ก่อนหน้านี้ พึ่งยื่นหนังสือถึงอ.ชัชชาติ เรื่องทุจริตเช่ารถกวาดฝุ่นกทม. 558ล้าน - facebook.com/share/1A691bB3Z… - facebook.com/share/1EDTk8f2u… และล่าสุดพึ่งแถลงการจับทุจริตด้วย AI และยกเคสเครื่องออกกำลังกายกทม. - x.com/thestandardth/status/2…
ชัยวัฒน์เปิดตัว ‘Bangkok Red Flag AI’ ระบบจับโกง สืบทุจริตจากเอกสาร เพื่อกรุงเทพฯ ที่โปร่งใส แคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรคประชาชน แสดงวิสัยทัศน์การแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน พร้อมเปิดตัวระบบ AI จับโกง ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติของเอกสารราชการ เพื่อประเมินความเสี่ยงในการจัดซื้อจัดจ้างและป้องกันการฮั้วได้ โดยย้ำความสำคัญของระบบที่ดี ไม่เพียงหวังพึ่งพา ‘คนดี’ เพียงอย่างเดียว ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคประชาชน แถลงข่าวในวันนี้ (19 พฤษภาคม) หัวข้อ ‘กรุงเทพฯ โปร่งใส AI จับโกง’ เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โดยระบุว่า ปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาเรื้อรังที่บ่อนทำลายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ทำให้งบประมาณที่ควรนำไปพัฒนาเมืองและสวัสดิการรั่วไหล ทั้งในรูปแบบของการโกงงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างและการเรียกรับสินบนเพื่อขออนุญาตต่างๆ สำหรับกรุงเทพมหานครที่มีงบประมาณกว่าหนึ่งแสนล้านบาทนั้น ทางพรรคประชาชนมองเห็นโอกาสที่จะดึงเงินงบประมาณคืนกลับมาให้ชาวกรุงเทพฯ ได้มากกว่า 20,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการป้องกันการทุจริตในโครงการจัดซื้อจัดจ้างจำนวน 10,000 ล้านบาท และการประหยัดงบประมาณจากการแก้ปัญหาการเรียกรับส่วยและสินบนอีก 10,000 ล้านบาท ชัยวัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตถึงการบริหารงานในอดีตที่ผ่านมาว่า แม้จะมีการเปลี่ยนตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในหลายยุคสมัย แต่ปัญหาการทุจริตก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคดีรถเรือดับเพลิง คดีฮั้วประมูลก่อสร้าง คดีจ้างเดินรถไฟฟ้า คดีไฟประดับลานคนเมือง โครงการเช่ารถขยะพลังงานไฟฟ้า โครงการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายที่มีราคาสูงผิดปกติ หรือแม้แต่โครงการซ่อมแซมสภา กทม. ที่มีปัญหาการเบิกจ่ายพื้นที่ทับซ้อนเกินจริง “สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการพึ่งพาตัวบุคคลที่เชื่อว่าเป็นคนดีเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพออีกต่อไป แต่จำเป็นต้องมีการสร้างระบบที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดสามารถกระทำการทุจริตได้” ชัยวัฒน์ได้อธิบายถึงกระบวนการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างที่ฝังรากลึกมานานว่าสามารถแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก คือการล็อกสเปกหรือการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของสินค้าให้แคบจนเกินไปเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ผลิตเพียงรายเดียว, การจัดทำราคากลาง ซึ่งมักจะใช้วิธีการสืบราคาจากผู้จำหน่ายที่ได้มีการตกลงบวกเงินส่วนต่างหรือเงินทอนเตรียมไว้ล่วงหน้า, การล็อกเงื่อนไขคุณสมบัติผู้เข้าประมูลหรือการกำหนดระยะเวลาส่งมอบที่ผิดปกติเพื่อกีดกันผู้แข่งขันรายใหม่ และขั้นตอนสุดท้ายคือการฮั้วประมูลโดยการจัดฉากนำบริษัทเครือข่ายหรือนอมินีมาเสนอราคาคู่เทียบเพื่อให้ดูเหมือนว่ามีการแข่งขันจริง ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทุจริตเหล่านี้รอดพ้นการตรวจสอบไปได้ เป็นเพราะเอกสารคำของบประมาณมักจัดทำอยู่ในรูปแบบกระดาษหรือไฟล์รูปภาพที่ไม่สามารถนำไปประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ได้ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบโดยมนุษย์ในระยะเวลาที่จำกัด ▪️เปิดตัว Bangkok Red Flag AI สืบทุจริตจากเอกสาร เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม ชัยวัฒน์ได้นำเสนอระบบที่เรียกว่า ‘Bangkok Red Flag AI’ ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบและแจ้งเตือนความผิดปกติ โดยประกอบด้วยการทำงานหลัก 7 ด้าน 1. การบังคับให้เอกสารคำของบประมาณจากฝ่ายบริหารต้องจัดทำในรูปแบบข้อมูลดิจิทัลที่คอมพิวเตอร์อ่านได้ (Machine Readable) เพื่อให้ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่อได้ 2. จากนั้นระบบจะทำหน้าที่แจ้งเตือน (Red Flag) หากพบการกำหนดสเปกที่จำกัดแคบจนเกินไป 3. การเปรียบเทียบราคาจัดซื้อที่แพงกว่าปกติเมื่อเทียบกับฐานข้อมูลในอดีต 4. การสร้างแคตตาล็อกราคากลางที่เชื่อมโยงกับราคาตลาดจริง 5. การวิเคราะห์เอกสารขอบเขตของงาน (TOR) เพื่อให้คะแนนความเสี่ยงในการทุจริต 6. การตรวจสอบความเชื่อมโยงของบริษัทที่เข้ามาแข่งขันประมูลว่ามีกรรมการหรือที่อยู่เดียวกันหรือไม่ และ 7. การตรวจสอบความผิดปกติจากร่องรอยดิจิทัล (Digital Forensic) ของเอกสารเพื่อป้องกันการฮั้วประมูล นอกจากนี้ ชัยวัฒน์ยังได้เน้นย้ำว่า เทคโนโลยีดังกล่าวจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยเจตจำนงที่แน่วแน่ของฝ่ายบริหาร ซึ่งพรรคประชาชนได้พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วจากการบริหารงานในองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ที่สามารถประหยัดงบประมาณและใช้จ่ายได้ต่ำกว่าราคากลางมากที่สุดในประเทศถึงร้อยละ 26.7 พร้อมกันนี้ ภายในงานยังได้มีการสาธิตระบบปฏิบัติการ AI เสมือนจริง เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการตรวจจับการล็อกสเปกเครื่องออกกำลังกายและการตรวจสอบเครือข่ายบริษัทที่มีความใกล้ชิดกัน ▪️ระบบ AI ผู้ช่วยจับโกง ต้องควบคู่ระบบราชการที่ดี ในช่วงตอบข้อซักถาม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. และอดีต สส. พรรคประชาชน ได้ร่วมชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการบริหารและการทำงานร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) โดยระบุว่า ความบกพร่องในการบริหารจัดการสามารถเกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือการมีกลไกตรวจสอบเชิงระบบ หากมีระบบ AI เข้ามาช่วยคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยลดความอึดอัดใจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในการอนุมัติงบประมาณ สำหรับปัญหาการต่อรองเพื่อตัดงบประมาณของกลุ่ม ส.ก. บางส่วน เพื่อนำไปเรียกรับผลประโยชน์หรือนำผู้รับเหมาของตนเข้ามารับงานนั้น พรรคประชาชนมีแนวทางในการจัดการโดยการเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมและเปิดเผยข้อมูลโครงการในทุกขั้นตอนให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใส ซึ่งหากโครงการใดเป็นประโยชน์ต่อชุมชน ประชาชนในพื้นที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องงบประมาณและตรวจสอบการทำงานของ ส.ก. ด้วยตนเอง “AI เทคโนโลยีก็ส่วนหนึ่ง แต่ยังมีระบบโครงสร้างการทำงาน และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารความสัมพันธ์ระหว่างผู้ว่าฯ กับ ส.ก. ก็ต้องดี ชิดเกินไปหรือห่างเกินไปก็ไม่ดี ที่แย่ที่สุดคือ ดูเหมือนห่างแต่หลังม่านใกล้ชิด อันนี้เลวร้ายที่สุด” วิโรจน์กล่าว ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว ชัยวัฒน์ได้ชี้แจงถึงบทบาทของทีมบริหารที่พรรคประชาชนได้ทาบทามเข้ามาทำงานร่วมกัน โดยระบุว่า แต่ละบุคคลมีหน้าที่รับผิดชอบที่แตกต่างกันตามความถนัด ทั้งการทำงานเบื้องหน้าในการรณรงค์หาเสียง และการทำงานเบื้องหลังเชิงนโยบาย โดยหลังจากนี้ทางพรรคจะเริ่มนำทีมบริหารลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อจัดทำนโยบายเฉพาะกลุ่ม ชัยวัฒน์ได้ปิดท้ายด้วยการกล่าวให้เครดิตแก่ นิธิกร บุญยกุลเจริญ ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI ดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคด้วย ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร . #TheStandardPhoto #TheStandardNews #ศวิตาพูลเสถียร
38
1,490
1,525
110,051
เพราะการเมืองเป็นเรื่องของคนเก่งและหล่อ🥰 พักชมโฆษณาเอ๊ยหน้าหล่อๆ แป๊บนึงนะคะ 🙏🥰 วีดีโอโดยพี่เบนเบน #ด้อมแบงค์ศุภณัฐ
1
17
55
690