Everything about our environment and more 🌏 มาร่วมพูดคุย และเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับเรา!

Joined December 2023
63 Photos and videos
25 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมาสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติของเราได้ผ่านร่างแก้ไข พ.ร.บ. ประมง ด้วยเสียงข้างมาก 366 เสียง ไร้การคัดค้าน ประเด็นหลักที่เราอยากให้ทุกคนสนใจ คือมาตรา 69 ที่อนุญาตให้ใช้อวนล้อมจับปั่นไฟด้วยอวนตาถี่ . เดิมทีมาตรา 69 ใน พ.ร.ก. ประมง 2558 เดิมกำหนดว่า ‘ห้ามใช้อวนล้อมจับที่มีช่องตาเล็กกว่า 2.5 ซม. ทำประมงในเวลากลางคืน’ ทว่าร่างใหม่นี้ได้เปลี่ยนเป็น ‘ห้ามใช้อวนล้อมจับในเขต 12 ไมล์ทะเลจากชายฝั่งในเวลากลางคืน’ เท่ากับว่าในเวลากลางคืนนอกชายฝั่ง 12 ไมล์เป็นต้นไป จะสามารถใช้อวนตาถี่จับได้อย่างอิสระ!? . คุณอาจสงสัย กลางคืนแล้วมันทำไม ตอนกลางคืนจะเป็นช่วงเวลาที่เรือประมงออกทำการ นอกจากไม่ต้องทนแดดร้อนแล้วยังสามารถใช้ไฟล่อปลาได้ ซึ่งแน่นอนว่าเรือประมงพาณิชย์ (เรียกง่ายๆ ว่าเรือประมงนายทุน) ที่มีทุนย่อมทำได้โดยง่าย กอปรกับการใช้อวนตาถี่ได้ยิ่งทำให้เกิดการกวาดล้างปลาทุกวัยออกจากทะเลได้อย่างรวดเร็ว . อวนตาถี่ที่ถี่จนสามารถจับได้ทุกอย่าง รูของอวนตาถี่ดังกล่าวมีขนาดเพียง 2.5 เซนติเมตร เล็กจนปากกาบางขนาดไม่สามารถผ่านออกได้ด้วยซ้ำ แล้วลูกปลาจะเหลืออะไร ยังไม่นับว่าสัตว์ทะเลชนิดอื่นที่จะประสบชะตากรรมเลวร้ายติดอวนขึ้นมาด้วย . 12 ไมล์ความไกล ที่ใกล้ความวิบัติ ที่ต้องบอกเช่นนี้ก็ไม่เกินจริงเสียทีเดียว เพราะระยะทางเท่านั้นยังไม่พ้นเขตที่สัตว์น้ำอ่อนวัยกำลังฟูมฟักร่างกายตัวเองเพื่อรอวันจะได้ออกเดินทาง (หรือเป็นอาหารให้มนุษย์ในภายหน้า) กลับต้องมาตายเอาตอนนี้ แล้วเช่นนี้อนาคตของทะเลไทยจะเหลืออะไร . ความโปร่งใสของการเร่งแก้ก็เป็นข้อถกเถียง เพราะผู้แทนจากกลุ่มประมงพื้นบ้านได้รับแจ้งเกี่ยวกับการประชุมครั้งนี้ไม่ถึง 72 ชั่วโมง ไม่มีกระทั่งเวลาคัดค้านหรือให้ความเห็น แล้วการกระทำโดยตั้งใจเช่นนี้จะสามารถเรียกว่าทำเพื่อราษฎรได้จริงหรือ? เหล่าท่านผู้แทนราษฎร . หรือความจริงแล้วสภาของไทยเป็นแหล่งมั่วสุมล็อบบี้ของนักการเมืองและนักธุรกิจ ยังไม่นับว่าการแก้ไขคราวนี้ยังกระทบทั้งด้านแรงงาน ด้านกฎหมาย ฯลฯ แต่ยังไม่สิ้นหวังกฎหมายนี้ต้องผ่านมือของส.ว.ที่เลือกกันเข้ามาเองอีกครั้งถึงจะได้บังคับใช้จริงๆ . #OnThisPoint #nzc #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #ประมงเกินขนาด #สภาผู้แทนราษฎร #นายทุน #ทะเล #สัตว์น้ำ . ที่มา policywatch.thaipbs.or.th/ar… policywatch.thaipbs.or.th/ar… facebook.com/share/p/1EEwRVW…
4
2
218
วันที่ 4 ธันวาคม 2567 ตามเวลาในประเทศไทย ‘ต้มยำกุ้ง’ ได้ถูก UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษชาติ แต่เราอยากนำกระแสความน่าภาคภูมิใจนี้มาเจาะลึกเข้าไปใน ‘กุ้ง’ เพราะฟาร์มกุ้งสร้างก๊าซคาร์บอนมากเกินจินตนาการ . กุ้งที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือจำพวกกุ้งทะเล เพราะพื้นที่ฟาร์มของสัตว์เหล่านี้ทับซ้อนกับพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งมันประกอบไปด้วยไม้ยืนต้นหลากหลายที่มีความสามารถในการดูดซับก๊าซคาร์บอนได้สูงกว่าพื้นที่อื่น จากข้อมูลของ Conservation International พบว่าตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 ถึง 2000 ป่าชายเลนทั่วโลกกว่า 40% (1.6 ล้านไร่) ถูกถางเพื่อใช้เป็นพื้นที่เลี้ยงกุ้งที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น 680% ในช่วงเวลาเดียวกัน . นอกจากต้องถางป่าแล้ว การเลี้ยงกุ้งยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ 13 กิโลคาร์บอนต่อกุ้ง 1 กิโลกรัม ถือเป็นอันดับต้นๆ ของฟาร์มสัตว์น้ำ มากกว่าการเลี้ยงปลาแซลม่อนถึง 2 เท่า ซึ่งปริมาณดังกล่าวประกอบไปด้วยกิจกรรมการผลิตอาหาร 55% การใช้พลังงานไฟฟ้า 43% และอื่นๆ อีก 2% . อาหารนั้นมีส่วนมากเพราะอาหารกุ้งผลิตจากถั่วเหลืองถึง 30% ซึ่งการผลิตถั่วเหลืองนี้เองก็เป็นปัญหาหลักของการทำลายป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยวในอเมริกาใต้ จึงเป็นผลให้ต้องฟื้นฟูพื้นที่หลายแห่งตามต่อกันมา . ไปทั่วโลกขอวนกลับมาไทย การส่งออกกุ้งเป็นรายได้กว่าปีละแสนล้านบาท ปี 2023 คิดเป็นอันดับที่ 6 ของโลกในหมวดกุ้งแช่แข็ง อุตสาหกรรมกุ้งไทยต้องรีบปรับตัวให้ตามทันโลกที่นับวันผู้นำเข้า อย่างยุโรปและสหรัฐฯ ก็ยิ่งมีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้นทุกวัน . ผศ.มารุต สุขสมจิตร จากสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) ได้เผยแนวทางสองแนวทางที่จะช่วยให้ฟาร์มกุ้งไทยไปสู่ฟาร์มยั่งยืนได้ แนวทางแรก คือต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากที่สุด เช่น ใช้ปริมาณอาหารให้เหมาะสม ใช้พลังงานทดแทน เป็นต้น แนวทางที่สอง คือเพิ่มการดูดซับก๊าซเรือนกระจกด้วยการปลูกพืชป่าชายเลนเสริมเข้าไปในฟาร์ม แม้ว่าจะไม่สามารถฟื้นฟูป่าได้แต่ก็ยังช่วยได้ . สุดท้ายนี้เราก็ไม่ได้บอกให้ทุกคนเลิกกินกุ้ง เพราะเรื่องของก๊าซเรือนกระจกมันยิ่งใหญ่กว่ากุ้งเยอะ เราเพียงนำเสนออีกข้อที่ทุกคนอาจมองข้ามไปเท่านั้น และหวังว่าจะสร้างความตระหนักรู้ให้กับทุกคนได้ไม่มากก็น้อย ส่วนตอนนี้เราก็ขอไปซดต้มยำกุ้งก่อนแล้วกัน . #OnThisPoint #nzc #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #ต้มยำกุ้ง #มรดกโลก #UNESCO #อาหาร #ประเทศไทย #softpower . ที่มา : nature.org/.../food.../futur… sustainablefisheries-uw.org/… bangkokbiznews.com/environme… aquadapt.org/.../05/02/shrim… matichon.co.th/ente.../arts-…
1
1
53
เงียบ เงียบเหลือเกิน นับตั้งแต่กลางปีเป็นต้นมาที่เราได้ยินข่าวคราวของเอเลี่ยนสปีชีส์บุกน่านน้ำไทยที่มีชื่อว่า #ปลาหมอคางดำ สิ่งมีชีวิตที่พร้อมกินทุกอย่างที่ขวางหน้า ทนได้แทบทุกสภาพน้ำ และแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วนี้ เคยถูกพูดถึงอยู่แทบทุกพื้นที่สื่อในเวลานั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปยังไม่ทันข้ามปี เราก็เริ่มไม่ค่อยได้ยินชื่อของตัวปัญหานี้อีก ราวกับว่าเรื่องถูกคลี่คลายไปแล้ว เราทุกคนปลอดภัยจากสภาวะฉุกเฉินแล้ว . แต่หารู้ไม่ว่า เอเลี่ยนสปีชีส์ชนิดนี้กำลังแหวกว่ายต่อไปอย่างไม่เกรงกลัวใครรวม 19 จังหวัดแล้วในปัจจุบัน ชาวประมงอาชีพต้องแบกรับปัญหาที่ไม่ได้ก่อ การรักษาสมดุลของระบบนิเวศเอาไว้ก็เป็นไปได้ยากลำบากมากขึ้น . “จากที่เคยปล่อยลูกปูที่อนุบาลไว้ได้ ณ บริเวณริมชายฝั่ง ก็ต้องเดินเรือออกไปไกลถึงสามกิโลเมตร เพื่อเลี่ยงไม่ให้ปลาหมอคางดำกินจนหมด” เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบน ที่ตอนนี้ก็มีหลายครอบครัวต้องละทิ้งอาชีพเพาะเลี้ยงกุ้ง มาเลี้ยงปูดำแทนเพราะมีโอกาสรอดได้มากกว่า ประกอบกับต้องหาอาชีพเสริมอื่นๆ ทำเพราะรายได้ไม่เพียงพอ . ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็ได้ออกมายืนยันถึงความเสียหายว่าใน 2 ปีที่ผ่านมาปลาหมอคางดำได้ยึดครองพื้นที่อ่าวไปแล้ว 60.9% ของชนิดสัตว์น้ำทั้งหมด และพื้นที่ที่น่ากังวลต่อมาของการแพร่ระบาดตอนนี้ ได้ตกไปอยู่ที่ทะเลสาบสงขลา เนื่องจากมีการพบปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้ง และคลองในเขต อ.ระโนด เช่น คลองท่าเข็น คลองปากระวะ และคลองพังยาง ซึ่งเป็นระบบคลองที่เชื่อมโยงกับทะเลสาบ . ทะเลสาบสงขลา ถือเป็นทะเลสาบสามน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นศูนย์กลางความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลามากถึง 453 ชนิด ครอบคลุมพื้นที่ราว 1,000 ตารางกิโลเมตร เนื่องจากอยู่ติดถึง 3 จังหวัดด้วยกัน คือ สงขลา พัทลุง และนครศรีธรรมราช ใหญ่กว่าอ่าวคุ้งกระเบน 69.3 เท่า และด้วยระบบนิเวศที่มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม จึงถือเป็นพื้นที่เสี่ยงอย่างมาก เพราะเป็นสภาพน้ำที่เหมาะแก่การอยู่อาศัยของปลาหมอคางดำ . ความเสียหายเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไป อย่างไร้เสียงเสมือนคลื่นใต้น้ำที่กำลังรวมตัวกันเป็นเกลียวคลื่นยักษ์ รอวันถล่มทุกเสียงที่ปิดปากเงียบอยู่ในขณะนี้ มันไม่ได้ตาย หรือหายไปไหน แต่เป็นเราเองต่างหากที่กำลังจะต้องตาย(ทั้งเป็น) จากอาหารกระสอบสำเร็จรูป และยาปฏิชีวนะที่ปนเปื้อนอยู่ในมื้ออาหารจากการผูกขาดของผู้ที่ใช้ปลาหมอคางดำเป็นเครื่องมือ . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #ปลาหมอคางดำ #เอเลี่ยน #น่านน้ำ #รัฐบาล #อาหาร #news #update . ที่มา : Bigstory Thaipbs BIOTHAI สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
1
1
73
ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเทศเราเป็นหนึ่งในหมุดหมายของชาวจีน ทั้งลงทุน ท่องเที่ยว ทำธุรกิจ ทำงาน หลากหลายอย่าง แต่ในจำนวนนั้นก็ใช่ว่าทั้งหมดจะมาอย่างขาวสะอาด บางกลุ่มก็เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย หรือแย่กว่าคือใหญ่กว่ากฎหมาย อย่างเช่นโรงงานหลอมทองแดงที่ตำบล เขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา . ย้อนกลับไปช่วงวันที่ 11 สิงหาคม 2567 โดยไม่มีใครทราบล้วงหน้า ไม่มีการทำประชาคม แต่มีรถขนดินปริศนาเข้าออกพื้นที่วันละหลายร้อยเที่ยว ปักเสาไฟฟ้าแรงสูง ผู้ใหญ่บ้านทราบภายหลังว่าจะเป็นการสร้างโรงงานคัดแยกขยะกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกซ์ ลวดทองแดง รวมถึงอาจเป็นโรงงานหลอมขยะอิเล็กทรอนิกซ์ ซึ่งหากเปิดทำการจะทำให้อากาศบริเวณนั้นเป็นพิษ มันสร้างความไม่พอใจให้ชาวบ้านอย่างมากถึงกับมีการแปะป้ายประท้วง แต่สุดท้ายก็ถูกดึงออกไป . กระทั่งล่วงเลยไปสองเดือน วันที่ 25 ตุลาคม 2567 โรงงานดังกล่าวกลับกลายเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น โดยมีโรงงานแรกที่เริ่มเปิดทำการแล้วเพราะมีใบอนุญาต ส่วนอีกโรงหนึ่งกำลังก่อสร้างโดยที่ยังไม่มีใบอนุญาตด้วยซ้ำไป ทราบภายหลังว่าบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับนายทุนจีนเทา ซึ่งชาวบ้านกังวลว่าหากโรงงานสร้างเสร็จทั้งสองอาจสร้างมลพิษทางอากาศจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต จึงรวมตัวประท้วงกันกว่า 200 ชีวิต . เราเคยเห็นผลกระทบของโรงงานที่แหกกฎหมายอย่าง เช่น วินโพรเสส ที่จังหวัดระยองมาแล้ว ครานั้นมันได้เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมโดยรอบและวิถีชีวิตชาวบ้านไปโดยสิ้นเชิง แม้ตอนนี้บริษัทดังกล่าวจะถูกดำเนินคดีและจ่ายค่าฟื้นฟูแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ที่สิ่งแวดล้อมจะสามารถฟื้นคืนกลับมาได้เหมือนเก่า . กลับมาที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีข้าราชการท้องถิ่นรู้เห็นเป็นใจและเพิกเฉยต่อชุมชนจนโรงงานดังกล่าวสามารถเปิดได้โดยไร้การทำประชาคม และหากภาครัฐปล่อยให้ทุนจีนสีเทาทำตัวเหนือกฎหมายอย่างนี้ต่อไป สักวันหนึ่งเราก็จะได้เห็นข่าวโรงงานปล่อยมลพิษทางอากาศออกมาเรื่อยไปเป็นแน่ . #OnThisPoint #climatechange #netzerocarbon #environment #sustainability #โรงงาน #ทุนจีน #จีนเทา #มลพิษ #ชาวบ้าน . ที่มา : news.ch7.com/detail/760129 khaosod.co.th/around-thailan… khaosod.co.th/around-thailan…
1
111
“ถ้าคุณสร้างสิ่งเหล่านี้ มันจะทำให้นกตายอย่างแน่นอน คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริงๆ เพราะใบพัดของมันมีความยาวมาก และนกล่าเหยื่อนั้นถูกออกแบบมาให้บินค่อนข้างสูง และจะมองข้างล่างมากกว่าข้างหน้า เพราะในธรรมชาตินั้นไม่มีสิ่งกีดขวางเทียบเท่ากับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น และมันจะทำให้นกตายเพราะนกไม่เห็นมันจริงๆ” หนึ่งในช่วงของบทสัมภาษณ์ของ รศ.ฟิลิป ดี ราวน์ นักปักษีวิทยา/ที่ปรึกษาภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล ได้กล่าวกับทางรายการ Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS . “คอคอดกระ” เส้นทางนกอพยพ บริเวณเขาดินสอ อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ที่ได้ชื่อว่าเป็นจุดดูเหยี่ยวและนกอพยพดีที่สุดติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ที่กำลังเป็นประเด็นถกเถียงในปัจจุบัน เนื่องจากมีการอนุญาตจากทางกรมป่าไม้ให้เป็นจุดตั้งกังหันลมของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่มีขนาดกำลังผลิต 48,000 เมกะวัตต์ โดยทางโครงการก็ได้ให้เหตุผลว่าพื้นที่ดังกล่าวมีความเร็วลมสม่ำเสมอเฉลี่ยประมาณ 5.75 เมตร/วินาที ที่ระดับความสูง 163 เมตร เหมาะสำหรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม . แม้จะดูเหมือนว่าการได้มาซึ่งพลังงานที่ไม่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ช่องโหว่สำคัญของเรื่องนี้ก็คือไม่มีการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) มีเพียงเอกสารที่ทางโครงการออกมาเองเท่านั้น ซึ่งได้ระบุว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับนกนั้นอยู่ในระดับปานกลาง ขัดแย้งกับข้อมูลของนักนิเวศวิทยา ที่ได้มีการวิจัยมาอย่างยาวนานว่าพื้นที่ดังกล่าวคือจุดอพยพหลักที่สำคัญของนกนับแสนตัว . ซึ่งเรื่องราวโศกนาฏกรรมของนกอพยพจากการบินชนกังหันลมนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด อย่างสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว ก็มีนกตายราว 140,000 ถึง 573,000 ตัวต่อปี จากการชนกับโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้น . นี่จึงนับเป็นเรื่องที่เราควรนำมาพิจารณาและเป็นกรณีศึกษาก่อนจะมีการก่อสร้างเกิดขึ้นจริง เพราะผลกระทบครั้งนี้ไม่ได้เกิดกับนกอพยพเพียงเท่านั้น แต่รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในพื้นที่ด้วยเช่นกัน ซึ่งทางหน่วยงาน Thai PBS ก็ได้มีการทำจดหมายไปยังกรมป่าไม้ เพื่อสอบถามและขอความชัดเจนที่ได้อนุญาตให้เกิดโครงการนี้ขึ้น แต่กลับไม่มีคำตอบใดกลับมา . การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานนั้นถือเป็นเป้าหมายหลักที่หลายหน่วยงานต้องการไปให้ถึง Net Zero แต่ขณะเดียวกันการคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวิภาพก็เป็นสิ่งที่ต้องทำเช่นกัน เราไม่สามารถเลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งได้ เพราะนั่นไม่ใช่คำตอบของคำว่ายั่งยืนที่แท้จริง . #OnThisPoint #climatechange #netzerocarbon #environment #sustainability #นก #กังหันลม #RE #พลังงานลม . ที่มา : youtube.com/watch?v=DmZbIJbY… bbc.com/.../20240425-these-t…... "เอกสารสรุปข้อมูลโครงการอัลฟ่า วัน จ.ชุมพร"
1
47
10 ปีเป็นระยะเวลายาวนาน ยาวนานมากพอให้เด็กทารกเข้าเรียนประถมปลาย ยาวนานพอให้โทรศัพท์ใหม่กลายเป็นของตกรุ่น และยาวนานมากพอให้ป่าไม้ไทยลดลงจนเหลือ 31.47% ของพื้นที่ประเทศ . ย้อนไปเมื่อปี 2516 พื้นที่ป่าไม้ของไทยมีมากถึง 43.21% ของพื้นที่ประเทศหรือ 138,566,875 ไร่ แต่ผ่านมา 50 ปี พื้นที่ป่าไม้ของไทยลดลงฮวบฮาบอย่างน่าใจหาย แต่ปี 2566 ถึง 2567 กลับกลายเป็นปีที่พื้นที่ป่าไม้ลดลงถึง 317,819 ไร่ ถือว่ามากที่สุดในรอบ 10 ปีหลัง . หากจำแนกตามภูมิภาคแล้วภาคที่พื้นที่ป่าไม้หายไปมากที่สุดคือภาคเหนือที่ลดลงกว่า 171,143 ไร่ กระนั้นภาคเหนือก็ยังเหลือป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุดในประเทศอยู่ดี ส่วนภูมิภาคที่ป่าหายไปรองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 87,575 ไร่ ภาคตะวันตก 49,667 ไร่ ภาคกลาง 9,953 ไร่ ภาคใต้ 8,395 ไร่ และภาคตะวันออก 7,874 ไร่ . เห็นได้ว่าพื้นที่ป่าไม้ที่หายไปเกินครึ่งเป็นพื้นที่ของภาคเหนือ ซึ่งจากรายงานของ Policy Watch พบว่าปัญหามาจากหลายสาเหตุด้วยกัน . สาเหตุแรกคือการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเปลี่ยนจากพื้นที่ป่าเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือเป็นพื้นที่เกษตรกรรม อีกนัยหนึ่งก็คือการบุกรุกพื้นที่ป่าของมนุษย์นั่นเอง ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม . ต่อมาคือไฟป่า เราคงได้ยินเรื่องไฟป่ากันจนชิน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติทั้งโลกที่ร้อนทำให้พื้นที่แห้งแล้งขึ้นเสี่ยงต่อการติดไฟป่า ทว่าเหตุการณ์ไฟป่าส่วนใหญ่ในไทยเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ ทั้งการเผาไร่และการบุกรุกป่า ทำให้ป่าที่แห้งอยู่แล้วกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดี . พื้นที่ป่าไม้เป็นส่วนสำคัญของนโยบายทุกรัฐบาลที่ต้องการให้มีพื้นที่มากกว่า 40% แต่กลับไม่มีรัฐบาลชุดไหนเลยที่ทำได้ตามเป้าหมาย กลับกันพื้นที่ป่าไม้กลับลดลงอย่างต่อเนื่อง ต้องมาดูกันว่าจะมีรัฐบาลชุดไหนที่สามารถเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ตามเป้าหรือไม่ มิเช่นนั้นความหลากหลายทางชีวภาพและพื้นที่อันเขียวขจีของประเทศอาจลดลงจนเป็นเพียงความทรงจำอันเลือนรางของคนไทย . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #ต้นไม้ #ป่า #ประเทศไทย . ที่มา policywatch.thaipbs.or.th/ar… seub.or.th/document/สถานการณ์ป่าไม้ไทย/2024-279/
1
47
นอกจากสายฝนที่โปรยปรายส่งท้ายฤดู การเข้าสู่เดือนตุลาคมยังนำพาคำว่า ‘ถือศีล กินเจ’ วนกลับมา แต่คุณรู้ไหมว่าการกินเจสามารถช่วยลดโลกร้อนได้ด้วย . เทศกาลกินเจจัดตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน เป็นเวลา 9 วัน 9 คืน โดยปีนี้ตรงกับวันที่ 3 – 11 ตุลาคม หลักการของการกินเจคือ งดเว้นเนื้อสัตว์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นนมหรือไข่ งดเว้นผักฉุน งดรสจัดและของหมักดอง ที่สำคัญคือถือศีล 8 ข้อตามหลักศาสนาพุทธ เพื่อเป็นการบำเพ็ญบุญกุศล . แล้วการกินเจช่วยลดโลกร้อนอย่างไร? . เป็นที่รู้กันว่าอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก ซึ่งระหว่างปี 2006 – 2022 อุตสาหกรรมปศุสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 11.1% - 19.6% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด นอกจากนี้ยังใช้น้ำและพื้นที่มากกว่าพืชตลอดกระบวนการผลิต . เนื้อวัว 1 กิโลกรัมใช้น้ำ (Water Footprint) กว่า 15,400 ลิตรในการผลิต ซึ่ง 99% ของปริมาณนั้นถูกใช้ไปกับการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ ส่วนหมูใช้น้ำ 5,990 ลิตรต่อกิโลกรัม ไก่ใช้ 4,330 ลิตรต่อกิโลกรัม แต่หากเราหันมามองด้านผักจะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำที่ใช้นั้นลดลงมหาศาล เช่น กะหล่ำปลีใช้น้ำเพียง 280 ลิตรต่อกิโลกรัม แตงกวาและฟักทองใช้น้ำ 350 ลิตรต่อกิโลกรัม เป็นต้น . ส่วนด้านพื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์ถูกคิดเป็น 20% ของพื้นที่ทั้งหมดของโลก และแน่นอนว่าพื้นที่เหล่านั้นหมดไปกับการปลูกพืชเพื่อเลี้ยงสัตว์ ขณะที่ 11% ของโลกถูกใช้ไปกับการปลูกพืช นอกจากนี้เมื่อเราเทียบพลังงานที่ได้รับจากพืชและสัตว์ต่อพื้นที่ก็จะพบว่าพืชใช้พื้นที่น้อยกว่าสัตว์ถึง 100 เท่า . แต่มีได้ก็มีเสีย เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าสารอาหารบางชนิดสามารถหาได้จากเนื้อสัตว์เท่านั้น อีกทั้งอาหารเจบางชนิดก็มีข้อเสีย เช่น ไขมันสูง พลังงานเยอะ สารอาหารน้อย ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือการปรับการกินของเราแบบพอดี ไม่สุดโต่งจนเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิต อาจเป็นวันละมื้อ หรือสัปดาห์ละวัน แต่ไหนๆ อาหารเจมากมายก็รอคุณอยู่แล้วทำไมไม่ลองเปลี่ยน 9 วันนี้เป็น 9 วันที่คุณได้ลองกินเจวันละมื้อดูบ้างล่ะ? . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #เทศกาลกินเจ #vegan #เยาวราช #จีน #คนไทยเชื้อสายจีน #เจ . ที่มา : waterfootprint.org/.../inter… thebreakthrough.org/.../live…... fefac.eu/.../a-few-facts-abo… ourworldindata.org/land-use-…
1
54
ใครๆ ก็รู้ว่าการตัดป่าทำเกษตรกรรมเป็นเรื่องแย่ แต่มันสามารถแย่ได้อีก เมื่อการปลูกข้าวโพดภาคเหนือเจ้าเก่า (ต้นเหตุฝุ่น PM 2.5) อาจสร้างปัญหาน้ำท่วมให้เราด้วย . เช้าวันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา มวลน้ำมหาศาลได้ไหลหลั่งจากภูเขาทะลักท่วมอำเภอเวียงป่า จังหวัดเชียงราย ไม่ต่างอะไรกับสึนามิภาคพื้นดิน ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 1,400 หลังคาเรือน สาธารณูปโภคของหมู่บ้านเสียหาย ทั้งไฟฟ้าและน้ำไม่สามารถใช้การได้ ซ้ำร้ายยังมีดินสไลด์ขัดขวางทางเดิน ทำให้การเข้าช่วยเหลือยากลำบากกว่าเดิม . แต่เหตุการณ์นี้มันน่าสงสัยตรงที่ว่าบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ป่าอุดมสมบูรณ์ ซึ่งไม่ควรจะเกิดน้ำหลากและดินสไลด์ได้ . จากการรายงานของ ThaiPBS พบว่าพื้นที่บริเวณนี้อยู่ใกล้กับ ‘ภูเขาหัวโล้น’ ที่ปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนจากป่าไม่อุดมสมบูรณ์สู่ไร่ข้าวโพดส่งสายพานนายทุน . พวกเขาพบว่าพื้นที่ป่าไม้ภาคเหนือปี 2566 ลดลงจากปี 2565 ถึง 171,143 ไร่ เหลือเพียง 63.24% ของพื้นที่ทั้งหมดของภูมิภาค จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเกิดเหตุการณ์น้ำหลากเมื่อฝนตกหนัก . การปลูกข้าวโพดไม่ได้สร้างปัญหาแค่น้ำท่วมเท่านั้นมันยังเป็นต้นตอของฝุ่น PM 2.5 ด้วย เพราะพื้นที่บนภูเขาไม่สามารถใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ไปจัดการกับตอซังข้าวโพดได้โดยง่าย วิธีการเผาจึงรวดเร็วและลดต้นทุนอีกด้วย . ปัญหาเหมือนจะง่ายก็แค่ออกกฎหมายไม่ให้เผา แต่ความจริงคือการปลูกข้าวโพดบนภูเขาเป็นเพียงพรมที่ซุกปัญหาไว้มากมาย ทั้งการผูกขาดของนายทุนผลิตอาหารสัตว์ ความเหลื่อมล้ำทางรายได้ รัฐที่เอื้อนนายทุน ฯลฯ เพราะหากเลือกได้ก็คงไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุความทุกข์ยากของคนอื่น แต่เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือกจึงต้องถางป่าปลูกข้าวโพด และถูกกดขี่โดยนายทุนเงินหนาที่ไม่ได้สนใจสิ่งใดนอกจากตัวเลขในบัญชี . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #อาหาร #ถุงยังชีพ #น้ำท่วม #ภัยพิบัติธรรมชาติ #ผู้ประสบภัย #pm25 #นายทุน #ข้าวโพด . ที่มา : thaipbs.or.th/news/content/3… thaipbs.or.th/news/content/3… greenpeace.org/.../food-agri…
1
79
สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุดขณะนี้คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์น้ำท่วมฝนตกหนักบริเวณภาคเหนือ สร้างความลำบากให้แก่คนในพื้นที่ประสบภัย สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่มากไปกว่านั้นเหตุการณ์น้ำท่วมส่งผลเสียทางเศรษฐกิจมากกว่าที่คิด และมันกำลังมาในรูปแบบของราคาผักที่แพงขึ้น . Thai PBS ได้ลงสำรวจราคาผักบริเวณภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นำเข้าผักส่วนใหญ่จากภาคเหนือ และพบว่าผักหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้นไปกว่าเท่าตัว . เบื้องต้นพวกเขาพบว่า ผักชีราคาขึ้นไปที่ 250 บาทต่อกิโลกรัม ต้นหอม 150 บาทต่อกิโลกรัม พริกสด 60 – 80 บาทต่อกิโลกรัม แต่ที่ได้รับผลกระทบมากกว่าสิ่งอื่นคือผักที่ปลูกบนดอยของภาคเหนือซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยตรง เช่น บล็อกโคลี่ จากกิโลกรัมละ 55 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 120 บาท ดอกกะหล่ำขาว จากราคากิโลกรัมละ 70 บาท ปรับขึ้นเป็น 130 บาท . ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวแสดงให้เราเห็นว่าภัยพิบัติธรรมชาติไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ประสบภัยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อวงจรเศรษฐกิจโดยรวมอีกด้วย . สอดคล้องกับการรายงานของธนาคารโลก (World Bank) ที่ได้รวมสถิติความเสียหายทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วมไทยไว้ ซึ่งพบว่าโดยเฉลี่ยประเทศไทยสูญเงินกว่าปีละ 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (91,000 ล้านบาท) นับเป็นเกือบ 100% จากความเสียหายทางภัยพิบัติทั้งหมด อีกทั้งประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุดในโลก . เห็นได้ว่าแค่น้ำท่วมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนในพื้นที่ที่ต้องหนีน้ำเท่านั้น แต่ยังกระทบถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกด้วย ไม่แน่ว่าหากอนาคตน้ำท่วมรุนแรงขึ้นและรัฐบาลไม่สามารถรับมือปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน มันอาจไม่จบแค่ผักแพง แต่อาจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอย่างอื่นของเราราคาสูงขึ้นไปด้วย . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #ธนาคารโลก #น้ำท่วม #ผัก #ผักแพง #หมูเด้ง . ที่มา : thaipbs.or.th/news/content/3… climateknowledgeportal.world…...
39
ภัยพิบัติธรรมชาติ คือ สิ่งที่มนุษย์เราต้องเตรียมพร้อมรับมือมากขึ้นสำหรับปัจจุบันนี้ เพราะแค่ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา หน้าไทม์ไลน์สื่อก็มีข่าวความไม่ปกติของโลกมาให้เห็นไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว ไฟป่า พายุฝน น้ำท่วม หรือดินถล่ม ที่พร้อมจะทำให้เรากลายเป็นผู้ประสบภัยได้ตลอดเวลา . ความช่วยเหลือที่ไม่สามารถเอาแน่เอานอนได้ว่าจะมาเวลาไหน ทำให้เราเองต้องหันมาเตรียมพร้อมรับมือเป็นการส่วนตัว เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะสามารถมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้สักระยะหนึ่ง และด่านแรกที่สำคัญก็คือ ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำอาหารที่เหมาะสำหรับสภาวะฉุกเฉินที่มีคุณค่าทางโภชนาการร่วมด้วย ไม่เพียงแค่ประทังหิวเท่านั้น ได้แก่ . #ธัญพืช ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ข้าวโอ๊ต หรือธัญพืชรูปแบบอัดแท่ง ถือได้ว่าเป็นแหล่งพลังงานชั้นเลิศ ทั้งยังมีสารอาหารที่หลากหลาย ช่วยให้อิ่มท้องได้นาน #ถั่วและพืชตระกูลถั่ว อาหารหลักในการดำรงชีวิต เพราะมีโปรตีน คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน และไฟเบอร์ ถือเป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่สำคัญ เมื่อนำถั่วมาผสมกับธัญพืช เช่น ข้าว ถั่วจะให้กรดอะมิโนที่จำเป็นทั้งหมดแก่ร่างกายและสร้างโปรตีนที่สมบูรณ์ #กล้วยตาก ที่เปรียบเสมือน Energy bar ของคนไทย เพราะให้พลังงานสูง มีทั้งคาร์โบไฮเดรต น้ำตาลจากธรรมชาติ ใยอาหารและวิตามิน ทานง่าย ช่วยเพิ่มทั้งพลังกายและพลังสมอง #น้ำผึ้ง ความหวานที่จำเป็นต่อร่างกายโดยเฉพาะสมอง นอกจากนี้น้ำผึ้งก็ยังมีคุณสมบัติเป็นยาด้วยเช่นกัน ซึ่งควรเก็บไว้ในขวดแก้วเพราะจะช่วยยืดอายุได้นานขึ้น #อาหารกระป๋อง ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ หรือเนื้อสัตว์กระป๋อง เพราะนอกจากจะเก็บไว้ได้นานและทนทานต่อการกัดกร่อนแล้ว ก็ยังคงคุณค่าสารอาหารเอาไว้ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรบริโภคติดต่อกันมากเกินไป เพราะยังคงมีความเสี่ยงจากสารเคมีและแบคทีเรียบางชนิด . ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงการแนะนำที่เราคัดเลือกมาให้แล้วว่าสามารถหาได้ง่ายและคุ้มค่าต่อการเก็บรักษาไว้ได้ในระยะยาว ซึ่งนอกจากอาหารแล้ว น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จำเป็นอื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่ต้องเตรียมไว้ด้วยเช่นกัน และที่สำคัญคือต้องอยู่บนพื้นฐานของลักษณะพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยด้วยว่า มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติประเภทใด เพื่อให้เหมาะสมและรองรับกับสถานการณ์นั้นๆ ได้อย่างดี . อย่างไรก็ดี เราขอให้ทุกคนที่กำลังเผชิญปัญหาอุทกภัยครั้งนี้ ผ่านพ้นวิกฤตและฟื้นตัวได้ในเร็ววัน และสำหรับพื้นที่เสี่ยงที่จะต้องเจอกับพายุอีกระลอก ก็ขอให้เตรียมพร้อมในส่วนที่สามารถเตรียมได้ เพราะในสภาวะฉุกเฉินนั้น เราไม่รู้เลยว่าจะสามารถพึ่งพาใครได้มากแค่ไหน และหากวันใดที่ต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยขึ้นมา อย่างน้อยได้เป็นผู้ประสบภัยแบบพรีเมียมก็ยังดี . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #อาหาร #ถุงยังชีพ #น้ำท่วม #ภัยพิบัติธรรมชาติ #ผู้ประสบภัย . ที่มา : theprovidentprepper.org/top-… realsimple.com/.../shopping.… vcanfit.blogspot.com/2015/01…
87
เราคงได้ข่าวกันมาบ้างแล้วว่าวันที่ 20 – 22 กันยายน 2567 นี้ ประเทศไทยเกือบทั้งประเทศกำลังจะเผชิญฝนตกหนักจากพายุฤดูร้อน แต่คุณรู้ไหมว่าพายุเหล่านั้นเริ่มมีกำลังแรงขึ้นเพราะอากาศโลกแปรปรวน . อากาศที่ร้อน อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้น้ำทะเลในมหาสมุทรร้อนขึ้นตาม ท้ายที่สุดมันก็จะทำให้พายุก่อตัวได้ไวและง่ายขึ้นด้วย อย่างที่สหรัฐอเมริกา โดยปกติแล้วฤดูที่พายุเข้าจะเป็นช่วงเดือนกันยายน ทว่าปีนี้มันกลับมาถึงพวกเขาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ลากยาวถึงปัจจุบัน . นอกจากความร้อนของมหาสมุทรจะทำให้พายุก่อตัวเร็วขึ้นแล้ว มันยังเพิ่มระยะเวลาของพายุทำให้มันสลายตัวช้ากว่าที่ควรจะเป็นด้วย ส่งผลให้ความเสียหายมากกว่าเดิมเป็นเท่าทวี แน่นอนว่านอกจากการกำเนิดก่อนเวลาและระยะเวลาที่ยาวแล้ว ความรุนแรงของมันก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน . จากงานวิจัยในปี 2020 พบว่าความรุนแรงของพายุระหว่างปี 1979 ถึง 2017 เพิ่มขึ้นทศวรรษละ6% ทำให้พายุในปัจจุบันแรงกว่า 40 ปีที่แล้วถึง 25% . แม้บ้านเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากลมพายุเฉกเช่นอเมริกา แต่สิ่งหนึ่งเราสัมผัสได้แน่ชัดคือปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก็เป็นผลมาจากความรุนแรงและการเคลื่อนที่ของพายุอย่างที่กล่าวไปเบื้องต้น แต่นอกจากความรุนแรงแล้วพายุทั้งหลายก็เริ่มเปลี่ยนทิศทางไปจากเดิมด้วย . ปี 2014 มีงานวิจัยเผยออกมาว่าในซีกโลกเหนือพายุจะขยับขึ้นเหนือไปประมาณ 53 กิโลเมตรต่อทศวรรษ ส่วนซีกโลกใต้พายุจะวิ่งเข้าหาทิศใต้ 62 กิโลเมตรต่อทศวรรษ การเปลี่ยนทิศทางของพายุส่งผลให้การคาดการณ์และการรับมือยากขึ้นไปอีก . สิ่งที่เราจะทำได้ในโลกที่ผันแปรเช่นนี้คงไม่พ้นการปรับตัวของเราเอง ทั้งในด้านการรับมือปริมาณน้ำฝนที่มากขึ้น หรือช่วยชะลอความร้อนของโลกไม่ให้พุ่งสูงไปกว่านี้ เพื่อที่วันข้างหน้าเราจะไม่โดนพายุและน้ำฝนทำร้ายจนสิ้นใจไปเสียก่อน . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #ภาวะโลกรวน #พายุ #น้ำท่วม #ฝน #ภัยพิบัติ #น้ำท่วมกรุงเทพ . ที่มา : bbc.com/.../20240712-modern-…... youtube.com/watch?v=oKfrYHMp…
40
เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมภาคเหนือและอีสานทวีความรุนแรงมากขึ้นจนเกินกว่าจะแก้ได้ด้วยการบริหารภายในประเทศ ปัญหาการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนบนจึงถูกพูดถึงกันเป็นกิจวัตร แต่ทุกคนรู้ไหมว่าเรามีคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission :MRC) องค์กรระหว่างประเทศเพื่อแม่น้ำโขงอยู่ . แม่น้ำโขง แม่น้ำที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็งและหิมะบริเวณที่ราบสูงทิเบต ไหลผ่านประเทศทิเบต จีน ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม และไทย อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำสาละวิน เป็นแม่น้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพสูง อีกทั้งยังหล่อเลี้ยงผู้คนบริเวณลุ่มน้ำมาช้านาน MRC จึงถือกำเนิดขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือในด้านการรักษาความอุดมสมบูรณ์นี้ไว้ . ปี 1995 ประเทศไทย กัมพูชา ลาว และเวียดนามได้ร่วมลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการร่วมมือ ‘การพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงแบบยั่งยืน’ (Mekong Agreement) ณ จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย และเกิดคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ขึ้นมา . โดยพันธกิจหลักขององค์กรระหว่างประเทศนี้คือการพัฒนาแม่น้ำโขงในด้านความยั่งยืนเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้พวกเขามีแผนการสำหรับการพัฒนาแม่น้ำโขงในปี 2021 – 2030 อยู่ในมือโดยมุ่งเน้นไปที่ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และการร่วมมือระหว่างประเทศ พวกเขามุ่งหวังให้แม่น้ำโขงกลับมามีชีวิตดังเดิม . ถึงแม้วิสัยทัศน์และพันธกิจจะดูสวยงาม ทว่าอำนาจขององค์กรนี้ช่างน้อยนิดเหลือเกิน . สิ่งที่ MRC ทำได้มีเพียงการเก็บข้อมูล คาดการณ์สถานการณ์ และชี้แนะนโยบายให้แก่ประเทศสมาชิก แต่สิ่งที่พวกเขาแตะไม่ได้คือประเทศมหาอำนาจนอกองค์กร ‘ประเทศจีน’ . เป็นที่รู้กันว่าต้นทางแม่น้ำโขงอยู่ที่จีน ทำให้พวกเขาสามารถสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงไว้เพื่อประโยชน์ภายในประเทศได้ (?) และสามารถควบคุมการไหลของน้ำได้ดั่งใจ แต่สิ่งที่ตามมาคือบริเวณลุ่มน้ำโขงตอนล่างที่ MRC ดูแลไม่สามารถทำตามแผนการได้เพราะน้ำไม่ได้ไหลตามธรรมชาติ ครั้นจะไปสั่งประเทศจีนก็กระไรอยู่ จึงต้องอาศัยการเจรจาระหว่างประเทศเข้าช่วย . แต่อย่างที่รู้กันว่าขณะนี้ประเทศเราอ่อนข้อทางการต่างประเทศขนาดไหน ถึงขนาดจะเปิดให้ต่างชาติซื้อที่อยู่อาศัยได้แล้ว การเจรจาต่อรองเพื่อคืนเสรีภาพให้ธรรมชาติลุ่มน้ำโขงคงจะเป็นเรื่องยาก แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไปธรรมชาติรอบลุ่มน้ำโขงคงจะพังทลายไป ไม่ต่างกับอธิปไตยไทยที่ต้องคอยเดินตามประเทศยักษ์ใหญ่เรื่อยไป . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #แม่น้ำโขง #MRC #น้ำท่วม #จีน . ที่มา : mrcmekong.org/mekong-river-c… mrcmekong.org/.../Basin-Deve…... wwf.or.th/.../wetlands_and..…
75
หลายท่านคงตื่นตะลึง (หรือเบื่อหน่าย) กับการเปิดตัวไลน์อัพ iPhone 16 และสินค้าต่างๆ ของ Apple บริษัทเทคโนโยลีรายใหญ่ของโลกไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน (2567) ที่ผ่านมาแล้ว แต่ไม่ว่าท่านจะเบื่อผลิตภัณฑ์หน้าเดิมหรือตื่นเต้นกับนวัตกรรมใหม่ เราอยากจะชวนไปดูว่าสินค้าใหม่ของ Apple ชิ้นไหนส่งผลดีแก่สิ่งแวดล้อมบ้าง . เริ่มต้นจาก iPhone 16 และ iPhone 16 Plus ตามการรายงาน Apple ระบุว่าวัสดุที่ใช้ผลิตตัวเครื่องของทั้งสองรุ่นเป็นวัสดุรีไซเคิลกว่า 30% นอกจากนั้นยังใช้พลังงานคาร์บอนต่ำในกระบวนการผลิตอีก 30% ทำให้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนในการผลิต iPhone 16 Plus จาก 84 กิโลคาร์บอนสู่ 60 กิโลคาร์บอนต่อเครื่อง . ขยับมาที่พี่ใหญ่อย่าง iPhone 16 Pro และ iPhone 16 Pro Max พวกเขาได้รายงานว่าเครื่องทั้งสองใช้วัสดุรีไซเคิล 25% ซึ่งต่ำกว่ารุ่นทั่วไป แต่ยังใช้พลังงานหมุนเวียน 30% เท่ากัน ทำให้สามารถลดการปล่อยคาร์บอนในการผลิต iPhone 16 Pro Max จาก 105 กิโลคาร์บอนสู่ 74 กิโลคาร์บอนต่อเครื่อง . สุดท้ายกับ Apple Watch Series 10 นาฬิกาอัจฉริยะที่ปีนี้มาในขนาดที่เล็กและบางลง และยังเป็นอุปกรณ์ที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) อีกด้วย ทางวัสดุตัวเครื่องเป็นวัสดุรีไซเคิลกว่า 30% แต่ในด้านการผลิตพวกเขาใช้พลังงานสะอาด 100% ตลอดกระบวนการผลิต อีกทั้งยังลดการขนส่งทางอากาศลงกว่า 50% ทำให้สามารถลดคาร์บอนจาก 48.1 กิโลคาร์บอนสู่ 8.3 กิโลคาร์บอนต่อเครื่อง และ Apple ก็จ่ายค่าคาร์บอนเครดิตคืน ทำให้ Apple Watch Series 10 มีความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างสมบูรณ์ . นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ของ Apple เกือบทั้งหมดยังลดการใช้พลาสติก ใช้กระดาษที่รู้แหล่งที่มาจากป่าปลูกชัดเจน อีกทั้งยังใช้กระดาษรีไซเคิลอีกด้วย . Apple เป็นบริษัทที่เดินหน้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก แม้บางอย่างจะมีข้อกังขามากมายเช่นการไม่แจกหัวชาร์จพร้อมกับการซื้อ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้แก่บริษัทเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันพวกเขาก็หมายมั่นให้บริษัทมีความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างสมบูรณ์ในปี 2030 . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #iPhone #Apple #TimCook #IOS #iPhone16 #AppleWatch #android #Samsung . ที่มา : apple.com/th/environment/ apple.com/.../iPhone_16_and_…... apple.com/.../Apple_Watch_Se…... apple.com/.../iPhone_16_Pro_…...
112
วันนี้ (12 กันยายน 2567) คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คนที่ 31 ได้ออกมาแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ให้ได้ทราบถึงเจตนารมฌ์ และยุทธศาสตร์ ในการบริหารจัดการภายใต้ “9 ความท้าทาย” ซึ่งหนึ่งในนั้นมีปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกร่วมอยู่ด้วย โดยมีเนื้อหาระบุไว้ ดังนี้ . “ จากสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (Climate Change) ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งภาคเกษตรกรรมและภาคการท่องเที่ยว ตัวอย่างเช่น ในปี 2567 ประเทศไทยเผชิญกับภาวะภัยแล้งในช่วงครึ่งปีแรกและจะเผชิญภาวะฝนตกหนักผิดปกติ ในช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสถานการณ์มลพิษทางอากาศ PM2.5 ของไทยยังย่ำแย่ต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้มีคนป่วยจากมลพิษทางอากาศกว่า 10 ล้านคน ในปี 2566” . จากประเด็นข้างต้น ทำให้รัฐบาลเห็นถึงความสำคัญและความเร่งด่วนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ดำเนินควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนทางเศรฐกิจ และสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายหลัก 3 ข้อ ด้วยกัน คือ - รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ : อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และรักษาสมดุลของระบบนิเวศท้องถิ่น และเพิ่มขีดความสามารถของพื้นที่และชุมชนท้องถิ่นในการจัดการสิ่งแวดล้อม เพื่อให้รับมือต่อภัยธรรมชาติได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหา PM2.5 และการบริหารจัดการน้ำ ที่จะต้องได้รับความร่วมมือระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ก็ได้มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาการลักลอบกำจัดหรือฝังกลบกากอุตสาหกรรม/ของเสียอันตรายด้วยความเข้มงวด - รัฐบาลจะยกระดับการบริหารจัดการน้ำ : จัดหาน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภคให้ประชาชนทุกพื้นที่เข้าถึงได้ และจะเร่งให้น้ำถึงไร่นาด้วยการเพิ่มศักยภาพแหล่งกักเก็บน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพระบบกระจายน้ำควบคู่กับการขยายเขตชลประทานเพื่อรองรับการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ รัฐบาลจะแก้ปัญหา น้ำท่วม น้ำแล้งร่วมกับทุกภาคส่วน โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับศักยภาพของลุ่มน้ำและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน - รัฐบาลจะสานต่อนโยบายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) : ส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นผู้นำของอาเซียนในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะช่วยเปิดประตูบานใหญ่สู่การค้าโลกและช่วยสร้างข้อได้เปรียบให้ผู้ผลิตสินค้าและบริการในประเทศ ตลอดจนส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านการซื้อขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ของอาเซียนผ่านตลาดหลักทรัพย์ไทย . ถือว่าแถลงการนโยบายฉบับนี้ ก็เป็นสิ่งที่เราในฐานะประชาชนไทย อยากเห็นมันเกิดขึ้นจริง เพราะหากมองดีๆ ความท้าทายทั้งหมดนั้นขึ้นตรงอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติ หากเราไม่ได้รักษาและเร่งฟื้นฟูความสมดุลนี้ การขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจก็จะเป็นไปได้ยาก และ “ความหวัง โอกาส และความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม” ที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้ ก็อาจเป็นเพียงวาทกรรมสวยหรูที่จับต้องไม่ได้จริง . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #รัฐบาล #รัฐบาลแพทองธาร #ครม #อุ๊งอิ๊ง #นายกรัฐมนตรี #นโยบายสิ่งแวดล้อม #ประชุมสภา . ที่มา : drive.google.com/.../1imuX7b…...
112
สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ ณ ภาคเหนือ ของประเทศไทยตอนนี้ ยังคงต้องตามติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และกระแสน้ำไหลเชี่ยว ส่งผลต่อการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยของเจ้าหน้าที่อย่างมาก จนล่าสุดในบางพื้นที่ไม่สามารถเดินเท้าเข้าไปได้ ต้องอาศัยเฮลิคอปเตอร์เพื่อเข้าไปช่วยเหลือ . รายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตอนนี้ พบว่ามีพื้นที่ได้รับความเสียหาย รวม 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบรวม 1,191 ครัวเรือน และร้านค้าได้รับความเสียหายราว 92 แห่ง ซึ่งล่าสุดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ก็กลับเผชิญกับน้ำสีแดงขุ่นทะลักออกจากถ้ำหลวง นั่นหมายถึงว่าน้ำต้องเต็มทุกโถงภายในถ้ำ ซึ่งรุนแรงยิ่งกว่าปี 2554 (13 ปี ที่ผ่านมา) . ในฝั่งของ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ก็ประสบน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง สัญญาณโทรศัพท์ขัดข้องและไฟฟ้าดับ เกิดดินโคลนไหลถล่ม ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตจำนวน 4 ราย และสูญหายอีก 2 ราย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเร่งค้นหา . สถานการณ์ครั้งนี้ นับเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่พรากทั้งชีวิตและทรัพย์สิน สร้างความเสียหายในวงกว้าง ซึ่งหากใครต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือครั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : thairath.co.th/news/local/no… . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #น้ำท่วม #พายุยางิ #แม่สาย #เชียงราย #แม่อาย #เชียงใหม่ . ที่มา : thaipbs.or.th/news/content/3… thaipbs.or.th/news/content/3… thaipbs.or.th/news/content/3…
35
พูดถึงคำสามัญในสายงานที่คาบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม คงไม่พ้นคำว่า ‘Green Skills’ แต่หลายคนคงงุนงงกับคำนี้จนเกิดคำถามว่าแล้วนิยามที่แท้จริงของมันคืออะไร วันนี้เราเลยจะมาแนะนำทุกคนให้รู้จักกับ ‘Green Skills’ ทักษะที่ทุกคนควรมี . หากแปล ‘Green Skills’ เป็นไทยจะได้คำว่า ‘ทักษะสีเขียว’ ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้นิยามไว้ว่าทักษะนี้จะครอบคลุม ชุดความรู้ ศักยภาพและความสามารถเฉพาะทางที่จะทำให้ผู้คนสามารถทำงานและใช้ชีวิตในวิถีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือยั่งยืนมากยิ่งขึ้น โดยไม่คำนึงว่าเป็นภาคส่วนหรืออุตสาหกรรมใด . เห็นได้ว่า Green Skills ไม่ได้จำกัดเลยว่าจะต้องอยู่ในสายงานสิ่งแวดล้อมโดยตรง แต่มันเป็นเพียง ‘ทักษะเสริม’ ที่แสดงให้เห็นว่าเรามีความรู้และความเข้าใจในด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้หอการค้าไทยได้จำแนกทักษะสีเขียวยอดนิยมไว้ 7 อย่าง ดังนี้ 1. Climate Change – ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ 2. Sustainable Design – ทักษะในการออกแบบอย่างยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 3. Renewable Energy – ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน 4. Energy Efficiency – ทักษะในการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 5. Agronomy – ทักษะการบริหารจัดการพืชไร่ 6. Erosion Control – ความรู้และทักษะในการควบคุมการกัดเซาะ 7. Environment Awareness – จิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม . นอกจากนี้รายงานของ LinkedIn เครือข่ายการทำงานอันดับหนึ่ง ยังบอกว่าความต้องการคนที่มีทักษะสีเขียวในตลาดแรงงานโลกเพิ่มขึ้นถึง 22.4% ในปี 2022 – 2023 ซึ่งเราเคยข้อมูลการจ้างงานของ LinkedIn ไว้แล้ว หากใครสนสามารถอ่านได้ที่นี่ : facebook.com/netzerocarbonth… . เห็นได้ว่าจะมีทั้งทักษะเฉพาะทางและทักษะโดยทั่วไปผสมกัน จริงอยู่ที่บางทักษะอาจนำไปประยุกต์ใช้ได้แค่บางสายอาชีพ แต่ทักษะอย่าง Climate Change และ Environment Awareness เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ไม่ยากและแน่นอนว่าการมีทักษะสีเขียวจะทำให้เรามีแต้มต่อในด้านอาชีพการงานด้วย #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #greenskills #ทักษะสีเขียว . ที่มา : thaichamber.org/.../tcc-busi…... unicef.org/.../Green skill…... curriculumandlearning.com/..…...
26
เป็นที่รู้กันดีว่านอกจากบ่อฝังกลบขยะจะสร้างก๊าซมีเทน หนึ่งในก๊าซเรือนกระจกอย่างมหาศาลแล้ว มันยังส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้คนโดยรอบด้วย ซึ่งบ่อขยะที่ตำบลปากโทก จังหวัดพิษณุโลก ที่ถูกปิดปรับปรุงก็เป็นบ่อขยะที่สร้างผลกระทบให้แก่ชาวบ้านอย่างมหาศาล ทว่านั่นกลับสร้างปัญหาขยะล้นเมืองให้แก่พิษณุโลกแทน . วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา (2567) อบต.ปากโทกได้สั่งปิดบ่อขยะบริเวณวัดบ่อทองคำ เนื่องจากถูกร้องเรียนจากชาวบ้านนานหลายปี เพราะบ่อขยะฝังกลบแห่งนี้ไม่ได้ฝังกลบอย่างถูกวิธี ทำให้เกิดเป็นภูเขาขยะส่งกลิ่นเหม็นไปกว่า 3 กิโลเมตร กระทบชุมชนกว่า 200 ครัวเรือน ยิ่งขณะนี้ที่ฝนตกหนักทำให้สิ่งปฏิกูลหลั่งไหลตามสายน้ำเข้าสู่บ้านเรือน สร้างผลกระทบทางกลิ่นและความสะอาด จึงน้ำมาสู่การปิดปรับปรุงบ่อขยะดังกล่าว . ทว่าการปิดครั้งนี้ส่งผลให้ 33 เขตปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีสถานที่รองรับขยะ เกิดเป็นปัญหาขยะล้นเมืองพิษณุโลกในขณะนี้ โดยปัญหาทั้งสองล้วนเป็นความบกพร่องและความหละหลวมของภาครัฐ . ประการแรกคือการปล่อยผ่านให้เกิดการสร้างบ่อฝังกลบขยะที่ไม่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังปล่อยปะละเลยไม่จัดการปรับปรุงให้ทันท่วงที เพราะว่าบ่อขยะแห่งนี้สร้างความทรมานแก่ประชาชนมาแล้ว 6 ปี . อีกประการคือเมื่อต้องมีการปรับปรุงภาครัฐก็ไม่มีแนวทางรองรับปริมาณขยะมหาศาล เหมือนกับว่าไม่ได้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนเพื่อรองรับปัญหาที่จะตามมา ทำให้ตอนนี้สองริมถนนรวมถึงคลองชลประทานมีขยะเกลื่อน สร้างความเสียหายให้แก่สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก . จริงอยู่ที่มีการออกนโยบายให้ประชาชนทำลายขยะในพื้นที่ของตัวเอง และแนะนำให้แยกขยะเบื้องต้น เพื่อป้องกันขยะเอ่อล้นเมือง แต่ความจริงมันไม่ได้ง่ายเช่นนั้นเมื่อประชาชนไม่ได้ถูกปลูกฝังจิตสำนึกด้านขยะไว้ตั้งแต่แรก อีกทั้งการกำจัดขยะเองในชุมชนเมืองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย การเผาขยะก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพคนในบริเวณอยู่ดี . เหตุการณ์ที่ทำลายสุขภาพมนุษย์และสิ่งแวดล้อมคงจะไม่เกิดขึ้นหากทุกอย่างมีการเตรียมการมาอย่างดีไม่ใช่การทำไปเพียงเราะว่าต้องทำโดยไม่มีการหามาตรการรองรับไว้ก่อน . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #บ่อขยะ #พิษณุโลก #ขยะล้นเมือง . ที่มา : komchadluek.net/news/general… komchadluek.net/news/general… youtube.com/watch?v=czTqu9LB… phitsanulokhotnews.com/2024/…
2
1
70
Fast Fashion เป็นอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดมลพิษหลายทาง แต่แทนที่จะใช้เครื่องนุ่งห่มให้คุ้มค่า สภาพัฒน์ฯ กลับพบว่าคนไทยกว่า 40% ใช้เสื้อผ้าเพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง . การค้นพบนี้ถูกบรรจุอยู่ในรายงาน ‘ภาวะสังคมไทย ไตรมาสที่สอง ปี 2567’ ของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ที่ได้รวบรวมข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคมเอาไว้ ซึ่ง Fast Fashion ก็เป็นหนึ่งในนั้น . Fast Fashion เป็นศัพท์ที่เอาไว้เรียกเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ถูกใช้เพียงไม่กี่ครั้งก็ถูกทิ้ง ทั้งด้วยการเปลี่ยนผ่านของกระแส คุณภาพที่ห่วยแตก หรือความเบื่อหน่ายของผู้บริโภคก็ตาม เมื่อมันถูกทิ้งก็ไปจบที่กองขยะฝังกลบ . earth.org ได้ระบุว่ามีขยะจาก Fast Fashion กว่า 92 ล้านตันถูกส่งเข้าหลุมฝังกลบในปี 2566 และคาดว่าจะมีมากถึง 134 ล้านตันในปี 2576 . ขยะจากสิ่งทอพวกนี้เป็นขยะที่ย่อยสลายยาก เป็นต้นตอของไมโครพลาสติก ในปี 2565 ไมโครพลาสติกจาก Fast Fashion คิดเป็น 35% ของจำนวนไมโครพลาสติกในมหาสมุทรทั้งหมด . ยังไม่เพียงแค่นั้น กระบวนการผลิตของ Fast Fashion ก็เป็นปัญหา ทั้งสร้างก๊าซเรือนกระจกกว่า 1,700 ล้านตันต่อปี คิดเป็น 10% ของทั้งหมด มากกว่าอุตสาหกรรมการบินที่เป็นเป้าโจมตีเสียอีก! อีกทั้งเสื้อเชิ้ตฝ้ายหนึ่งตัวต้องใช้น้ำมากถึง 2,700 ลิตร เทียบเท่าน้ำที่มนุษย์ 1 คนดื่ม 2.5 ปี . ทว่าช่องว่างระหว่างการผลิตและการทิ้งมันช่างสั้นเหลือเกิน จากผลการสำรวจของ YouGov พบว่า 40% ของคนไทยทิ้งเสื้อหลังใส่เพียงครั้งเดียว โดย 1 ใน 4 ของจำนวนนั้นทิ้งอย่างน้อย 3 ตัว จึงไม่น่าแปลกใจที่ขยะจาก Fast Fashion จะมากขึ้นทุกปี ซึ่งสภาพัฒน์ฯ ได้เสริมว่าค่านิยมของโลกที่เปลี่ยนไปจากการีวิวของอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างผลกระทบนี้ขึ้นมา . เห็นได้ว่า Fast Fashion สร้างผลกระทบให้แก่สิ่งแวดล้อมมากมาย ทว่าค่านิยมในปัจจุบันกลับทำให้การทิ้งเสื้อผ้าเป็นเรื่องปกติไปเสียอย่างนั้น ซึ่งตัวเลข 40% ในไทยก็เป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศเราทิ้งของกันง่ายเหลือเกิน หากเราไม่ตระหนักและปลูกฝังค่านิยมให้ประชาชนเห็นคุณค่าของสิ่งของสักวันหนึ่งใต้ผืนดินที่เรายืนอยู่อาจเต็มไปด้วยขยะจากเสื้อผ้าไร้คุณภาพเหล่านั้น . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #สภาพัฒน์ #fastfashion #เสื้อผ้ามือสอง #loopers #reuse . ที่มา : nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?…...
1
29
ดินถล่มที่ภูเก็ตเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคร่าชีวิตชาวบ้านและนักท่องเที่ยว 13 ราย ถือเป็นเหตุสลดที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่สาเหตุของเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักอย่างเดียว ทว่ามาจากการรุกที่ป่าเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างบนภูเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต สิ่งนั้นคือพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี หรือที่รู้จักกันในนาม ‘พระใหญ่’ (Big Buddha) แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด . ย้อนความไปเมื่อปี 2545 โครงการก่อสร้างศาสนสถานบนภูเขานาคเกิดได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้สร้างบนพื้นที่ป่าสงวน 15 ไร่ ต่อมาปี 2550 พระใหญ่องค์นี้ก็ถูกตั้งให้เป็นพระพุทธรูปประจำเมือง ทว่าการก่อสร้างบริเวณโดยรอบไม่เคยหยุด . หลังจากองค์พระเสร็จสิ้น มูลนิธิเจ้าของโครงการเดินหน้าขยายบริเวณโดยรอบ นำมาซึ่งการขุดภูเขา ถางป่า ทำลายพื้นดิน ทำให้ไม่มีต้นไม้มากพอจะป้องกันดินถล่มประกอบกับน้ำหนักขององค์พระอย่างน้อย 135 ตันยิ่งเพิ่มปัจจัยเสี่ยงให้มากขึ้นไปอีก . กระทั่งปี 2566 พื้นที่นี้ถูกเทศบาลเข้าตรวจสอบและพบว่าสิ่งปลูกสร้างนี้กระทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร จึงถูกสั่งให้รื้อถอน แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือ เทศบาลจึงเข้าแจ้งความไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว . จนเมื่อเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้นมาเรื่องนี้ถึงได้ร้อนรนไปจนถึงอธิบดีกรมป่าไม้ต้องเข้ามาตรวจสอบเองและพบว่านอกจากจะก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตแล้วยังรุกพื้นที่ป่าเพิ่มไปอีก 5 ไร่ กรมป่าไม้จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติม . แต่ 13 ชีวิตที่สูญสิ้นก็ไม่อาจหวนคืน เหมือนกับหมู่ไม้และธรรมชาติที่สูญเสียไป . “เดินไปหาหน่วยงานไหนก็บอกว่าให้มันเกิดก่อน ถ้าให้มันเกิดก่อนก็รอให้ผมตายก่อนเหรอ” สุเทพ ภิญโญยาง ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบกล่าวกับสื่อ . เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดสำคัญถึงความหละหลวมของภาครัฐตั้งแต่เริ่มต้นก่อสร้างไปจนถึงการตรวจสอบการใช้พื้นที่ของผู้ขออนุญาต ทั้งที่พระพุทธรูปองค์นี้ไม่ได้เพิ่งถูกสร้าง กลับกันพระองค์นี้มีชื่อเสียงถึงขนาดได้เป็นพระพุทธรูปประจำจังหวัดไปแล้ว เป็นที่น่าตั้งคำถามว่ากฎหมายด้านการควบคุมป่าของเราอ่อนเกินไปหรือไม่ เพราะป่าเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์แก่มนุษย์ การหละหลวมกับชีวิตป่าจึงไม่ต่างอะไรเลยกับการเพิกเฉยต่อชีวิตคน . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #ดินถล่ม #ภูเก็ต #ป่าไม้ #ชาวบ้าน #พระใหญ่ #ดินถล่มภูเก็ต . ที่มา : thaipbs.or.th/news/content/3… thaipbs.or.th/news/content/3… youtube.com/watch?v=X2gdV2bp…
70
วานนี้ (27 ส.ค. 2567) คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาชี้แจงถึงสถานการณ์มวลน้ำจากภาคเหนือที่กำลังเดินทางมายังกรุงเทพฯ ในวันที่ 2 กันยายนนี้ ว่าไม่น่ากังวลเท่ากับ น้ำฝน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น จึงส่งผลให้ฝนตกหนักมากขึ้นตามมา ซึ่งหากเกิดฝนตกหนักในช่วงเวลาที่น้ำเหนือเข้ามาผนวกพอดี ก็จะส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินให้เกิดความเสียหายตามมาได้ . แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทาง กทม. ก็ได้เตรียมพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว ตั้งแต่การขุดลอกคูคลอง 200 กม. กำจัดผักตบชวาและขยะ 2,000 กม. และลอกท่อระบายน้ำอีก 4,000 กม. ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ทำมาตลอดทั้งปี . พร้อมทั้งได้ตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนจุดเสี่ยงต่าง ๆ อย่างละเอียด เสริมคันกั้นน้ำให้สูงกว่าระดับน้ำท่วมในปี 2554 และเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์ ด้วยการเสริมแนวคันกั้นน้ำถาวรให้สูงขึ้น และเรียงกระสอบทรายเป็นเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่จำเป็น . และตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา 96 สถานี และบ่อสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง โดยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังประจำจุดต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที . เห็นได้ว่าภัยพิบัติธรรมชาติปัจจุบันนั้นทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมาก และยิ่งหากเราไม่ตระหนักในความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ก็ไม่ต่างกับการต้องเผชิญกับโรคระบาดที่พร้อมจะกลายพันธ์ทุกเมื่อ แต่ภูมิต้านทานของเรานั้นกลับถดถอยลง และผลลัพธ์ก็เป็นที่ประจักษ์ให้เห็น โดยไม่ต้องบรรยายสิ่งใดเพิ่มเติม . เราก็ได้แต่หวังว่าความเสียหายครั้งนี้ มันจะไม่ทวีคูณเพิ่มขึ้นมากไปกว่านี้อีกแล้ว และสุดท้ายเหตุการณ์ครั้งนี้ก็คงย้ำเตือนใครหลายคนให้ได้หันมาเห็นถึงความจริงกันแล้วว่า โลกเราทุกวันนี้ไม่ใช่โลกใบเดิมที่เราคุ้นเคยอีกต่อไป แล้วเราจะอยู่กับมันไปได้อีกนานแค่ไหน หากไม่เริ่มดูแลมันอย่างจริงจังเสียที . #OnThisPoint #netzerocarbon #climatechange #environment #sustainability #carbonfootprint #น้ำท่วม #อุทกภัย #ภัยพิบัติ #ชาวบ้าน #โลกร้อน #กทม #ชัชชาติ #น้ำท่วม67 . ขอบคุณภาพจาก : @themomentumco ที่มา : facebook.com/bangkokbma thaipbs.or.th/news/content/3…
1
67