อรรถรส สรุปประเด็น 📣 เลื่อนฟีดใน Tiktok แล้วเจอคลิป ที่มีคนออกมาพูดถึงประเด็นว่าถูกศิลปินในค่ายทำร้ายร่างกายจนเป็นซึมเศร้า ซึ่งเขาบอกในคลิปว่าคดีถึงชั้นศาลแล้ว! แต่พอจะโทรไปถามค่ายว่าจะยื่นเอกสารแจ้งเรื่องที่ไหน พนักงานที่บริษัทตอบกลับว่า จะแจ้งทำไม...?
#ศิลปินค่ายดังทำร้ายร่างกาย
🔵 เจ้าตัวเล่าถึงจุดเริ่มต้นคดี
◼️ ในคลิปเจ้าตัวเล่าว่า ตนเองต้องติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ มาเป็นเวลาถึง 1 ปีเต็ม
◼️ เขาเปิดเผยว่าตนเองถูกศิลปินท่านหนึ่งที่อยู่ในสังกัดบริษัท (ค่าย) แห่งหนึ่งทำร้ายร่างกาย
◼️เขาบอกว่าเหตุการณ์นี้ทำให้เขาทุกข์ทรมานมากๆ ในทุกๆ วัน และต้องเข้ารับการรักษาอาการแพนิค รวมถึงโรคซึมเศร้า
◼️ ซึ่งตอนนี้เรื่องไม่ได้เงียบหายไปไหน แต่ได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายมาเป็นเดือนแล้ว
◼️ โดยเจ้าตัวระบุว่า ทางอัยการได้ทำการส่งฟ้องศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตอนนี้ตัวเขากำลังรอที่จะไปขึ้นศาล
🔵 เขาได้โทรหาค่ายเพื่อถามที่ยื่นเอกสาร
◼️ เจ้าตัวชี้แจงว่า เมื่อคดีถึงชั้นศาล เขาจึงให้ทนายทำหนังสือเพื่อจะยื่นแจ้งให้ทางค่ายต้นสังกัดรับทราบว่า ศิลปินในสังกัดกำลังมีคดีอาญาเรื่องทำร้ายร่างกาย
◼️ เขายืนยันเจตนาในคลิปว่า ไม่ได้จะไปกล่าวหาใคร และไม่ได้ต้องการให้ค่ายมาทำหน้าที่เป็นศาลเพื่อตัดสินว่าใครถูกหรือผิด แค่ต้องการแจ้งให้ทราบเฉยๆ
◼️ แต่เพราะการติดต่อบริษัทนั้นยากและมีแผนกแยกย่อยเยอะ เขาจึงโทรเข้าไปถามพนักงานแค่ว่า "จะสามารถเอาหนังสือจากทนายไปยื่นได้ที่ไหน"
◼️ เจ้าของคลิปได้เปิดคลิปเสียงให้ฟัง ซึ่งพนักงานปลายสายถามกลับมาว่า "โทรมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร" และบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ให้ไปจัดการกันเอาเองตามกระบวนการกฎหมาย
◼️ เมื่อเขาพยายามถามย้ำว่าสรุปต้องส่งเอกสารไปที่ไหน พนักงานก็ตอบแค่ว่า "ได้เบอร์มาจากไหน ก็ไปยื่นที่นั่น" ทำให้สุดท้ายเขาก็ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ
◼️ เขาตัดพ้อว่าเรื่องนี้ไม่แฟร์เลย ถ้าบริษัทไม่มีนโยบายรับเรื่องก็แค่บอกมา เขาจะได้ไปจัดการเอง แต่พอเจอแบบนี้เลยรู้สึกงง เป็นทุกข์ และต้องออกมาขอความช่วยเหลือจากสังคม
🔵 คอมเมนต์สนั่นโซเชียล
◼️ พอคลิปนี้ลงไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ถามว่า ในเมื่อฟ้องศาลไปแล้ว จะโทรไปแจ้งค่ายอีกทำไม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฝ่ายกฎหมายหรือรอหมายศาลส่งไปถึงบริษัทเองเลยน่าจะดีกว่า
◼️ แต่ก็มีชาวเน็ตอีกมุมที่มองว่า พนักงานรับสายพูดจาไม่เป็นมืออาชีพและขาดความเข้าใจ เพราะแค่ตอบดีๆ ว่าให้ไปยื่นเอกสารที่ไหน หรือบอกว่า "ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบ" เรื่องก็คงจบไปแล้ว ไม่เห็นต้องกวนใส่กัน
◼️ มีคนแนะนำเพิ่มเติมว่า ให้เขาทำเป็น "หนังสือร้องเรียน" ส่งตามระบบบริษัทไปเลยดีกว่าโทรไปพูดปากเปล่า
◼️ และควรให้ทนายเป็นคนจัดการสื่อสารแทนเพื่อไม่ให้เสียรูปคดี แถมยังเตือนให้ระวังโดนฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาทด้วย
◼️ ทางด้านเจ้าของคลิปก็ได้เข้ามาคอมเมนต์ชี้แจงชาวเน็ตเพิ่มเติมว่า ที่เรื่องมาถึงจุดนี้ได้ เพราะคดีมีมูลความจริงมากพอ ตำรวจและอัยการถึงยอมสั่งฟ้อง ถ้าไม่มีมูลก็คงโดนปัดตกไปแล้ว
◼️ เขายังย้ำในคอมเมนต์อีกว่า ตัวเองทรมานมานาน และยังมีพฤติกรรมอีกหลายอย่างของอีกฝ่ายที่เขายังไม่ได้พูดถึง การออกมาพูดครั้งนี้คือเรื่องจริง ไม่ได้กล่าวหาใคร และตัวเขาเองพร้อมเป็นคนรับผลที่จะตามมาทั้งหมด