BANGKOK RULES
ด้วยพระเมตตาและพระวิริยะอุตสาหะที่ทรงเห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันในการปฎิบัติต่อนักโทษหญิงในเรือนจำ เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมนักโทษหญิงในทัณฑสถานเมื่อปี พ.ศ. 2544 ทรงพบว่าผู้ต้องขังหญิง โดยเฉพาะผู้ตั้งครรภ์และเด็กที่ติดมารดาในเรือนจำ ขาดโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
พระองค์จึงทรงก่อตั้งโครงการกำลังใจในปี 2549 เพื่อช่วยเหลือนักโทษหญิง
พระเมตตาของพระองค์ภาต่อนักโทษนั้นไม่ได้เริ่มมีเมื่อทรงสำเร็จการศึกษาจากคอร์เนล หากแต่ทรงเห็นถึงความยากลำบากของนักโทษตั้งแต่เมื่อครั้งยังทรงศึกษาอยู่ที่ธรรมศาสตร์ โดยได้ทรงพระราชทานเงินส่วนพระองค์ให้กับโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และเสด็จเป็นการส่วนพระองค์เพื่อทรงเยี่ยมนักโทษที่เจ็บป่วยเสมอ อีกทั้งยังทรงซักถามความเป็นอยู่ และทรงเปิดโอกาสให้นักโทษได้เข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลทราบเรื่องต่าง ๆ ในราชทัณฑ์อยู่เสมอ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดันมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงของสหประชาชาติ ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อ Bangkok Rules หรือ “ข้อกำหนดกรุงเทพ” ที่ได้รับการรับรองโดยสหประชาชาติในปี 2553 และถือเป็นมาตรฐานสากลด้านการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก
Bangkok Rules หรือ United Nations Rules for the Treatment of Women Prisoners and Non-custodial Measures for Women Offenders เป็นมาตรฐานสหประชาชาติฉบับแรกของโลกที่กำหนดแนวทางปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงโดยเฉพาะ ได้รับการรับรองจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2553
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง และทอดพระเนตรเห็นปัญหาที่ผู้ต้องขังหญิงเผชิญอยู่จริง เช่น
การตั้งครรภ์ในเรือนจำ
การเลี้ยงดูบุตร
สุขอนามัยเฉพาะของสตรี
ปัญหาความรุนแรงและการถูกละเมิดก่อนเข้าสู่เรือนจำ
การขาดโอกาสกลับคืนสู่สังคม
พระองค์ทรงเห็นว่า ระบบราชทัณฑ์ทั่วโลกถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้ต้องขังชายเป็นหลัก จึงไม่ตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้หญิงอย่างเพียงพอ
ปี 2549 ฯจึงทรงก่อตั้ง โครงการกำลังใจ และผลักดันประเด็นนี้เข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ จนรัฐบาลไทยเสนอร่างหลักการต่อสหประชาชาติ และพัฒนาเป็น Bangkok Rules ในที่สุด
ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา พระราชกรณียกิจของพระองค์ภาด้านทัณฑสถานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง แต่ได้เปลี่ยนแนวคิดของระบบราชทัณฑ์ไทยจากการ คุมขัง ไปสู่การ ฟื้นฟูและคืนคนดีสู่สังคม
ผ่านการดูแลแม่และเด็ก การศึกษา การฝึกอาชีพ การให้โอกาสผู้พ้นโทษ และการพัฒนามาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มและผลักดันกระบวนการจัดทำกติกาชุดนี้ ด้วยพระดำริและพระเมตตา จึงทำใหไทยได้รับเกียรติให้ใช้ชื่อเมืองหลวงของไทยเป็นชื่อเรียก มาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงของสหประชาชาติ
เช่นเดียวกับ Geneva Conventions, Tokyo Rules, Nelson Mandela Rules
Bangkok Rules จึงกลายเป็นชื่อที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในแวดวงกระบวนการยุติธรรมระดับโลก Bangkok Rules ประกอบด้วย 70 ข้อกำหนด ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนเข้าเรือนจำ ระหว่างถูกคุมขัง จนถึงการกลับคืนสู่สังคม
ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการยุติธรรมทั่วโลก ยกย่องสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้ปัญหาของผู้ต้องขังหญิงได้รับการรับรู้ในระดับสหประชาชาติ และมีบทบาทหลักในการผลักดันให้ Bangkok Rules ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ
Bangkok Rules เป็นหนึ่งในผลงานด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนของไทยที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในเวทีโลก และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่แนวคิดซึ่งเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาในเรือนจำไทย สามารถพัฒนาเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้เป็นแนวทางในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้
ด้วยน้ำพระทัย พระเมตตาและพระดำริต่อนักโทษมาตั้งแต่ครั้งยังทรงศึกษาอยู่โดยแท้ ด้วยทรงเห็นว่านักโทษ ก็ควรได้รับสิทธิและได้รับการปฎิบัติที่ดีและเท่าเทียมกัน
น้อมรฤกในพระกรุณาธิคุณอันเป็นอเนกอนันต์