เรื่องนี้กำลังจะเงียบหายไป แต่เกษตรกรกำลังจะตาย
ป้าลงทุนทำบ่อกุ้ง 50 ไร่ ผ่านไปไม่กี่เดือน สิ่งที่ได้กลายเป็นปลาหมอคางดำ 5 ตัน
เกษตรกรหญิงวัย 61 ปี ใน จ.สมุทรสงคราม ทำอาชีพเลี้ยงกุ้งมานานกว่า 20 ปี ล่าสุดเธอเปิดบ่อกุ้งขนาดกว่า 50 ไร่ หวังจะจับกุ้งขาวไปขายเหมือนทุกครั้ง แต่สิ่งที่ได้กลับไม่ใช่กุ้ง
สิ่งที่อยู่ในบ่อเกือบทั้งหมดคือ “ปลาหมอคางดำ” ขนาด 2-4 นิ้ว น้ำหนักรวมกว่า 5 ตัน
ปลาหมอคางดำทั้งหมดขายได้เพียงกิโลกรัมละ 8 บาท คิดเป็นเงินแค่ 40,000 บาท ไม่คุ้มทั้งต้นทุน ค่าอาหาร และค่าแรงที่ลงไป
เจ้าของบ่อเล่าว่า สมัยก่อนเปิดบ่อแต่ละครั้งได้กุ้งจำนวนมาก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่หลังจากปลาหมอคางดำหลุดเข้ามาในพื้นที่ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
ช่วงแรกมีไม่มาก แต่ปลาหมอแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน เวลาจับสัตว์น้ำขึ้นมาจากบ่อก็แทบไม่เจออะไรนอกจากปลาหมอคางดำ
ป้าบอกว่า “ตอนนี้เหมือนเลี้ยงปลาหมอคางดำ”
ด้านผู้รับซื้อปลาหมอคางดำรายใหญ่ในพื้นที่บอกว่า ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่เกษตรกรรายเดียว แต่กำลังกระทบทั้งระบบเศรษฐกิจชุมชน
ลูกกุ้ง ลูกปู และสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่ปล่อยลงบ่อจำนวนมาก ถูกปลาหมอคางดำกินตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้โตไม่ทันขาย
ยิ่งไปกว่านั้น ปลาชนิดนี้มีมูลค่าต่ำมาก ส่วนใหญ่ถูกนำไปทำอาหารสัตว์หรือใช้เป็นเหยื่อประมง รับซื้อกันเพียงกิโลกรัมละ 5-6 บาท
บางครั้งชาวบ้านจ้างคนงานมาจับปลา เสียค่าแรงเป็นหลักหมื่น แต่จับปลาได้เพียง 1 ตัน ขายได้เงินราว 5,000 บาท เท่ากับขาดทุนตั้งแต่ยังไม่เริ่มนับต้นทุนอื่น
ชาวบ้านในพื้นที่จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหามาตรการควบคุมประชากรปลาหมอคางดำอย่างจริงจัง เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป อาชีพเลี้ยงกุ้งและปูทะเล ซึ่งเคยเป็นอาชีพหลักของคนจำนวนมากในสมุทรสงคราม อาจค่อยๆ หายไปจากพื้นที่ในอนาคต
#ปลาหมอคางดำ