Filter
Exclude
Time range
-
Near
Blockworks has done an incredible job raising the standard across the industry and the @MessariCrypto acquisition is another big step. In a recent conversation, @JasonYanowitz and @MikeIppolito_ speak to their vision. Of all the great soundbites, one caught our attention: instead of relying on quarterly reports, disclosure happens in real time. We believe capital will flow to the onchain organizations that view their financial legibility as a competitive advantage, which is exactly why we’re building OpenBooks. Every onchain transaction classified with public books in real time. Congratulations @Blockworks on the acquisition!
2
2
32
979
อ.ที่คณะ รับเล่นซีรีย์แล้วหรอ ตำนานopenbooks แบบบอกโจทย์ข้อสอบเลย ละเอาคำตอบไปลอก เริ่ดๆ5555555
13
Just openbooks asap! “What’s good for the goose is good for the gander” why did you vote against transparency for all parties WHY!! Instead of working for constituents you unelected grifters spend days in parliament politicking and it’s the reason you were roundly rejected at 🗳️
Replying to @RussellFindlay1
If the polis had found evidence of crime they would have charged Nicola Sturgeon. Sit doon for fuck sake. The political stunt that you and Sarwar tried yesterday blew up in your face.
1
14
37 ปี เหตุการณ์เทียนอันเหมิน บาดแผลและบทเรียนสำคัญ เปลี่ยน ‘จีน’ ให้เป็น ‘จีน’ ในวันนี้ ภาพการชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษา พร้อมป้ายประท้วงที่มีข้อความกำกับว่า ALL POWER BELONGS TO THE PEOPLE บริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน ในกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงประเทศจีน เมื่อปี 1989 เป็นภาพที่ยากจะเชื่อว่า ครั้งหนึ่งประชาชนจีนเคยมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเปิดเผย ภาพดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไม่กี่ชิ้นที่ยังค้นหาได้ในปัจจุบัน ซึ่งสามารถบอกเล่าเรื่องราวการประท้วงต่อต้านรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้เป็นอย่างดี วันนี้เมื่อ 37 ปีที่แล้ว จีน หนึ่งในชาติมหาอำนาจของโลกในปัจจุบัน เกิดเหตุการณ์ ‘การสังหารหมู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน’ โดยรัฐบาลใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมและปราบปรามนิสิตนักศึกษา รวมถึงประชาชนที่ออกมารวมตัวกันเรียกร้อง ‘ประชาธิปไตย’ ให้กับประเทศ ส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์จีนร่วมสมัย ที่ไม่เพียงมีอิทธิพลต่อทิศทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดมาได้เกือบ 4 ทศวรรษ The Momentum ชวนผู้อ่านไล่เรียงลำดับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมดังกล่าว พร้อมสำรวจการปรับตัวของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ตลอดจนทำความเข้าใจว่า บาดแผลจากเหตุการณ์เทียนอันเหมินหล่อหลอมเศรษฐกิจและการเมืองจีนมาจนถึงปัจจุบันอย่างไร • กาลครั้งหนึ่ง…ประชาธิปไตยเคย (เกือบ) เบ่งบาน ภายหลังการอสัญกรรมของ เหมา เจ๋อตง (Mao Zedong) ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนและประธานาธิบดีคนแรกของประเทศ พร้อมกับการสิ้นสุดช่วงเวลาของการปฏิวัติวัฒนธรรม (Cultural Revolution) ในปี 1976 จีนตกอยู่ภายใต้การนำของ เติ้ง เสี่ยวผิง (Deng Xiaoping) ผู้นำคนสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ให้กับประเทศผ่านการประกาศใช้ ‘นโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศ’ ซึ่งทำให้จีนในช่วงเวลานั้นเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ การประกาศใช้นโยบายดังกล่าวอาจเกิดจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1.สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศที่ย่ำแย่ อันเกิดจากการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดของเหมา เจ๋อตง และช่วงเวลาดำมืดของการปฏิวัติวัฒนธรรม ในช่วงทศวรรษที่ 1950 ผู้นำรุ่นแรกของประเทศจีนประกาศใช้ ‘นโยบายคอมมูนประชาชน’ (People’s Commune) และ ‘นโยบายก้าวกระโดดไกล’ (Great Leap Forward) โดยทั้ง 2 นโยบายมีลักษณะแบบรวมศูนย์ เพื่อต้องการกรุยทางไปสู่แนวทางเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเอง อย่างไรก็ตาม นโยบายข้างต้นกลับล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ส่งผลให้เกิดปัญหาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ เศรษฐกิจของประเทศหยุดชะงัก คุณภาพชีวิตของประชาชนย่ำแย่ จนมีผู้เสียชีวิตจากความอดอยากมากกว่า 20 ล้านคน และท้ายที่สุดเกิดการแตกหักระหว่างบรรดาผู้นำภายในพรรคคอมมิวนิสต์ จนกระทั่งนำไปสู่การปฏิวัติวัฒนธรรม ซึ่งทำให้จีนต้องตกอยู่ในภาวะอนาธิปไตยยาวนานถึง 10 ปี 2. สำหรับสาเหตุที่ 2 คือ กระแสการเติบโตของแนวคิดเสรีนิยมใหม่ (Neoliberalism) ที่เน้นการเปิดการค้าแบบเสรีและลดข้อจำกัดทางด้านการค้าและการลงทุน เช่น การลดกำแพงภาษี การลดบทบาทของรัฐและเพิ่มบทบาทเอกชน การเปิดประเทศให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น แนวคิดดังกล่าวได้รับอิทธิพลมาจากชาติตะวันตกและเดินทางเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียผ่านกลุ่มประเทศที่เป็นพันธมิตรและได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา ด้วยเหตุนี้ จีนจึงได้รับผลกระทบจากแนวคิดเสรีนิยมใหม่จนส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากสาเหตุข้างต้น จึงทำให้เกิดข้อสรุปจากการประชุมเต็มคณะของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ ครั้งที่ 3 ของสมัชชา 11 ในช่วงปลายปี 1978 และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ สำหรับด้านการเมือง มีการแต่งตั้งให้ จ้าว จื่อหยาง (Zhao Ziyang) ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ หู เย่าปัง (Hu Yaobang) ดำรงตำแหน่งเลขาธิการและประธานพรรคคอมมิวนิสต์ โดยหู เย่าปัง เป็นนักปฏิรูปสายเสรีนิยมคนสำคัญที่จะจุดประกายให้กับกลุ่มนิสิตนักศึกษาในเหตุการณ์เทียนอันเหมินครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ ยังมีการปฏิรูปเกิดขึ้นภายในพรรคซึ่งระบุว่า ผู้นำสูงสุดจะต้องมีวาระในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้วาระละ 5 ปี และต้องไม่เกิน 2 วาระ เพื่อลดการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ตัวบุคคลและเพื่อสร้างเสถียรภาพในการบริหารงานราชการแผ่นดิน ในด้านเศรษฐกิจ เติ้ง เสี่ยวผิงเสนอให้เกิดการพัฒนาทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาด้านเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การทหาร และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘สี่ทันสมัย’ (Four Modernizations) ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิรูปด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมภายในประเทศ รวมถึงการเปิดรับเอาการลงทุนและเทคโนโลยีจากต่างชาติเข้ามาปรับใช้ภายในจีน ผลที่ตามมาจากการใช้นโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศ นอกจากจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อ นับตั้งแต่การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี 1949 และมีการเข้ามาลงทุนจากชาวต่างชาติแล้ว ยังทำให้เกิดการพัฒนาทางด้านการศึกษาด้วยเช่นกัน กล่าวคือ จีนเริ่มต้นปฏิรูปการศึกษาเพื่อเร่งผลิตบัณฑิตเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้น รวมถึงมีการรับเอาแนวคิดจากชาติตะวันตกเข้ามามากขึ้น ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลจีนยังมีศักยภาพมากพอที่จะส่งนิสิตนักศึกษาของประเทศไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน แม้ว่าเราจะได้เห็นแนวโน้มการเริ่มผลิบานของประชาธิปไตยจากการพัฒนาด้านการศึกษา อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดทางด้านการเมือง จึงทำให้ประเทศยังคงเต็มไปด้วยปัญหาทุจริต คอร์รัปชัน การเล่นพรรคเล่นพวก หรือแม้กระทั่งการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานบางประการของประชาชน ซึ่งแม้ว่าหู เย่าปังจะพยายามกวาดล้างปัญหาเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ในท้ายที่สุด เขาก็ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งด้วยข้อกล่าวอ้างที่ว่า ‘ผิดพลาดต่อการดำเนินนโยบายทางการเมือง’ การเสียชีวิตของหู เย่าปัง ด้วยภาวะหัวใจวายในเดือนเมษายน 1989 นับเป็นชนวนสำคัญที่นำไปสู่การรวมตัวกันของกลุ่มนิสิตนักศึกษา บริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน เพื่อแสดงความอาลัยต่ออดีตผู้นำสายปฏิรูป แต่อีกนัยหนึ่ง การชุมนุมดังกล่าวยังถูกสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจต่อปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคมของกลุ่มนิสิตนักศึกษา อีกทั้งใช้เป็นพื้นที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศอย่างจริงจังมากขึ้นอีกด้วย การชุมนุมขยายตัวอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เดือนเมษายน 1989 เป็นต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่กลุ่มนิสิตนักศึกษาเริ่มอดอาหารประท้วงในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม เพื่อกดดันให้รัฐบาลหันมารับฟังข้อเรียกร้องจากผู้ชุมนุม การเคลื่อนไหวดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจากหลายภาคส่วน ทั้งจากแรงงาน ปัญญาชน และข้าราชการ ส่งผลให้การประท้วงลุกลามไปตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีการคาดการณ์ว่า เฉพาะในกรุงปักกิ่ง มีผู้ชุมนุมออกมารวมตัวกันมากกว่า 1 ล้านคน กระทั่งในคืนวันที่ 3 เข้าสู่วันที่ 4 มิถุนายน 1989 ทหารจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (People’s Liberation Army: PLA) จำนวนหลายพันคน พร้อมด้วยอาวุธรบอย่างรถถัง รถหุ้มเกราะ รวมถึง ‘กระสุนจริง’ ได้เข้าปิดล้อมจัตุรัสเทียนอันเหมิน ก่อนจะเปิดฉากปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจีนอ้างว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวราว 3,000 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตมีประมาณ 200 ราย อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการสังหารหมู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินอาจมีมากกว่าที่รัฐบาลจีนให้ข้อมูล โดยอาจสูงถึง 1 หมื่นราย เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนที่รุนแรงที่สุดของประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์จีน อีกทั้งยังถูกมองว่าเป็นการปิดฉากความหวังในการเปิดกว้างทางการเมืองที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาตลอดช่วงทศวรรษ 1980 • กลบบาดแผลใหญ่ ด้วยการผลักดันประเทศก้าวสู่ WTO ภายหลังเหตุการณ์สังหารหมู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน จีนต้องเผชิญกับแรงกดดันจากนานาชาติอย่างหนัก โดยสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานธิบดี จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช (George H. W. Bush) รวมไปถึงชาติพันธมิตรอื่นๆ อย่างกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นประกาศคว่ำบาตรและจำกัดการร่วมมือกับจีน แม้ว่าจีนจะเพิ่งเปิดประเทศและมีความสัมพันธ์กับนานาประเทศได้เพียงแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น ในอีกด้านหนึ่ง พรรคคอมมิวนิสต์ก็เริ่มมีการ ‘ถอดบทเรียน’ เพื่อทำความเข้าใจสาเหตุการเรียกร้องของประชาชน และเพื่อหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก ทั้งนี้ เหล่าผู้นำภายในพรรคกลับมีมุมมองต่อสาเหตุของเหตุการณ์แตกต่างกันออกเป็น 2 กระแส โดยฝ่ายหนึ่งเชื่อว่า การปฏิรูปประเทศเกิดขึ้น ‘เร็ว’ เกินไป จนทำให้แนวคิดและค่านิยมจากตะวันตกหลั่งไหลเข้าสู่สังคมจีนและกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวทางการเมือง ขณะที่อีกฝ่ายมองว่า ปัญหาเกิดจากการปฏิรูปที่ ‘ล่าช้า’ เกินไป โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ คอร์รัปชัน จนกระทั่งสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชน อย่างไรก็ดี เติ้ง เสี่ยวผิงซึ่งยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของจีนในขณะนั้นเห็นว่า จีนควรเร่งเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจให้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ภายใต้หลักการพัฒนาเศรษฐกิจแบบตลาด ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์ ด้วยเหตุนี้ จีนจึงเริ่มปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศขนานใหญ่อีกครั้งในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ผ่านการปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ ระบบสวัสดิการ รวมถึงการปฏิรูปหน่วยงานรัฐ จีนพัฒนาระบบเศรษฐกิจได้ดีขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งได้รับการยอมรับจากนานาชาติอีกครั้ง และสามารถนำพาประเทศเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) ได้สำเร็จในปี 2001 ทำให้เศรษฐกิจของประเทศยิ่งเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้จีนกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสำรองเงินตราระหว่างประเทศสูงที่สุดในโลก ความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์ได้รับการนิยามว่าเป็น ‘ความสำเร็จ’ ที่ทำให้องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งยังต้องนำพลวัตดังกล่าวของจีนมาใช้เป็นกรณีศึกษา ไม่เพียงแค่นั้น จีนยังสามารถก้าวเข้ามามีบทบาทและอิทธิพลในเวทีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจวบจนถึงปัจจุบัน • พรรคคอมมิวนิสต์ฯ ถอดบทเรียน เพื่อความอยู่รอด เหตุการณ์เทียนอันเหมินไม่ได้นำไปสู่การปฏิรูปทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีความเข้มแข็งและระมัดระวังต่อภัยคุกคามที่อาจจะสร้างความสั่นคลอนให้กับอำนาจของตนมากขึ้น ภาพดังกล่าวสะท้อนให้เห็นภายหลังเหตุการณ์นองเลือดดังกล่าว พรรคยุติความพยายามในการเปิดกว้างทางการเมือง และดำเนินมาตรการควบคุมทางการเมืองอย่างเข้มงวดมากขึ้น ในช่วงแรก ผู้นำสายปฏิรูปหลายคนสูญเสียอิทธิพลทางการเมือง ขณะที่กลุ่มผู้นำสายอนุรักษนิยมได้รับบทบาทในการกำหนดทิศทางประเทศมากขึ้น จนกระทั่งในยุคผู้นำรุ่นที่ 5 อย่าง สี จิ้นผิง (Xi Jinping) แนวโน้มการรวมศูนย์อำนาจและการบริหารแบบบน-ล่าง (Top-Down) ก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้น ไม่เพียงแค่นั้น ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลจีนยังเพิ่มมาตรการการกำกับดูแลสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการขยายหน่วยงานด้านความมั่นคง ตลอดจนการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้สอดส่องประชาชนภายในประเทศ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือการชุมนุมประท้วงที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของพรรค และอีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญคือ ตลอด 37 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนไม่เคยดำเนินการสอบสวนหรือเปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตและรายละเอียดของเหตุการณ์นี้ต่อสาธารณชนอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นเรื่องต้องห้ามภายในประเทศจีนที่ไม่สามารถกล่าวถึงได้ การกล่าวถึงเหตุการณ์เทียนอันเหมินผ่านสื่อ ตำราเรียน หรือบนโลกออนไลน์ภายในจีน ถูกควบคุมและเซนเซอร์อย่างเข้มงวดมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นคำว่า ‘เหตุการณ์ 4 มิถุนายน’ ‘การปราบปรามที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน’ หรือแม้แต่ภาพและเรื่องราวของ ‘ชายผู้ยืนขวางรถถัง’ (Tank Man) ก็ตาม นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังจำกัดการจัดกิจกรรมรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่ หรือแม้กระทั่งในพื้นที่เขตปกครองตนเองพิเศษอย่างฮ่องกง จนอาจทำให้เหตุการณ์นี้ค่อยๆ เลือนหายไปจากการรับรู้ของชาวจีนรุ่นใหม่ ทั้งนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ไม่อาจสามารถปฏิเสธได้ว่า หยดเลือดของนักศึกษาและประชาชนในวันนั้น ถือเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันให้จีน กลายเป็นจีนที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘มหาอำนาจ’ ของโลกอย่างในทุกวันนี้ ภาพ: AFP อ้างอิง: - วรศักดิ์ มหัทธโนบล. (2557). เศรษฐกิจการเมืองจีน. กรุงเทพมหานคร: openbooks - history.state.gov/milestones… - britannica.com/biography/Hu-… - bbc.com/news/world-asia-chin… - amnesty.org/en/latest/campai… - yuhuawang.scholars.harvard.e… - pbs.org/wgbh/frontline/artic… #TheMomentum #China #ChineseCommunistParty #จีน #พรรคคอมมิวนิสต์จีน #เทียนอันเหมิน #สังหารหมู่เทียนอันเหมิน #เติ้งเสี่ยวผิง #ปฏิรูปเศรษฐกิจ #ประชาธิปไตย #สังคมนิยม
48
39
3,838
เรามักรู้สึกว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องของคนมีอำนาจ เป็นข่าวการเมือง เป็นตัวเลขงบประมาณก้อนใหญ่ที่อยู่ไกลจากชีวิตประจำวัน แต่ ‘หางกระดิกหมา’ ชวนมองกลับกันว่า ทุกครั้งที่ถนนพังเร็วกว่าอายุใช้งาน โรงพยาบาลขาดของจำเป็น โรงเรียนไม่มีงบพอ หรือประชาชนต้องเสียเวลาไปกับระบบที่ไม่ชัดเจน เราอาจกำลังจ่ายราคาของคอร์รัปชันอยู่โดยไม่รู้ตัว หนังสือเล่มนี้เขียนโดย บรรยง พงษ์พานิช และ ธนกร จ๋วงพานิช เล่าเรื่องคอร์รัปชันด้วยภาษาที่อ่านสนุก คม และตรงไปตรงมา พาไปดูตั้งแต่ที่มาของการโกง การใช้อำนาจรัฐ การติดสินบน การซื้อความสะดวก ไปจนถึงวิธีคิดของสังคมที่เริ่มยอมรับว่าการโกงเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนที่ชอบที่สุด คือหนังสือไม่ได้ชวนให้เราเกลียดชัง แต่ชวนให้เข้าใจว่าคอร์รัปชันเกิดขึ้นซ้ำได้อย่างไร และทำไมการปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ จึงทำให้ทั้งสังคมค่อย ๆ เสียโอกาส เสียเวลา และเสียอนาคตไปพร้อมกัน ในวาระ 72 ปีของ Banyong Pongpanich openbooks CLUB กับ The Cloud ขอเชิญมิ่งมิตรร่วมแสดงมุทิตาจิต ผ่านงานเปิดตัวหนังสือ ‘หางกระดิกหมา : 72 ปี บรรยง พงษ์พานิช’ ฉบับใหม่ ออกแบบและดูแลการผลิตใหม่ทั้งหมดโดย openbooks รวบรวมเนื้อหาไว้อย่างครบสมบูรณ์ มีบางบทที่ไม่เคยตีพิมพ์มาก่อน พร้อมคำนำเสนอโดย ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา และภาพประกอบโดย ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ ศิลปิน Abstract Expressionism ที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของไทย ภายในงานยังมีการประมูลภาพวาดจริงที่ใช้ในเล่ม รายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้บ้านกาญจนาภิเษก รับมอบโดย ทิชา ณ นคร งานเปิดตัวหนังสือ ‘หางกระดิกหมา : 72 ปี บรรยง พงษ์พานิช’ ฉบับใหม่ วันที่ 6 เดือน 6 เวลา 16.00 น. พบกันที่สวนโมกข์กรุงเทพ และ 50 ท่านแรกที่ลงทะเบียน รับหนังสือ ‘หางกระดิกหมา’ ฉบับปกอ่อน มูลค่า 795 บาท ฟรี! (หนังสือฉบับนี้เป็นการผลิตเฉพาะกิจ ไม่ได้จัดทำเพื่อจัดจำหน่ายทั่วไป) ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมได้ที่ forms.gle/SYcsam7fQPdHwLGU8 หนังสือ : หางกระดิกหมา : 72 ปี บรรยง พงษ์พานิช ผู้เขียน : บรรยง พงษ์พานิช และ ธนกร จ๋วงพานิช คำนำเสนอ : ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ภาพประกอบ : ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ที่น่าสนใจต่อได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com #readthecloud #TheCloud #openbooksCLUB #หางกระดิกหมา #บรรยงพงษ์พานิช #ธนกรจ๋วงพานิช #ไทวิจิตพึ่งเกษมสมบูรณ์ #บ้านกาญจนาภิเษก #สวนโมกข์กรุงเทพ #หนังสือ #คอร์รัปชัน
9
15
1,806
Replying to @adamdelphantom
Very aligned with this. We’re building toward the terminal vision with broader decision market discovery, including integrations beyond the markets we cover today. But more markets only matter if traders have access to information and understand the value of the ownership coins behind them. That’s where the time we've been spending on treasury intelligence and OpenBooks fits in. Don’t be surprised if new decision markets start showing up on 01Resolved soon.
1
2
144
🎧 Oliver Werneyer is an Open Book 🎧 In the latest episode of Open Books, Pamela Hellig sits down with Swiss-based entrepreneur Oliver Werneyer to explore startup life, AI innovation, business strategy and entrepreneurship. Originally from South Africa, Oliver shares his journey from the actuarial world into building and scaling startups in Europe, including launching a payments company for insurers and now developing AI-powered automation tools in Switzerland. The conversation unpacks the realities of entrepreneurship, from founder psychology and product-market fit to solving hard problems, making better decisions and thinking differently about the future of work. Tune in for a practical, thought-provoking conversation on innovation, strategy and building with purpose. 📺 YouTube: youtube.com/watch?v=Y9ALEdU4… 🎙️ Spotify: open.spotify.com/episode/5tJ… 🎙️ Apple: podcasts.apple.com/za/podcas… #OpenBooks #InsightWithImpact
1
32
Net Asset Value (NAV) is now live for every ownership coin on the 01Resolved home page. NAV is derived from the work we've been doing on treasury intelligence and OpenBooks, the system behind these numbers, which is rolling out now. --- Our methodology: ▪️ NAV measures the value of non-native assets held by the DAO treasury less its liabilities. ▪️ On 01Resolved, we show NAV per token using an Adjusted Supply (AS) framework. We divide DAO-owned non-native asset value by the economically active token supply. This excludes protocol controlled tokens, unvested team and investor allocations and tokens held in protocol owned LP positions. ▪️ We also added a column showing the spot price premium or discount to NAV. If NAV (AS) is greater than spot price, the project is trading at a relative discount. If NAV (AS) is less than spot price, the project is trading at a relative premium. ▪️ Finally, we added a column showing mNAV. This compares fully diluted market cap against DAO-owned non-native asset value. --- In simple terms, these metrics help investors understand financial fundamentals of a project and whether a token is trading at a premium or discount to its non-native asset backing, and how much the market is valuing the project above or below its balance sheet. This is not the full value of an ownership coin. It does not capture user retention, growth, competitive moat, revenue potential, governance quality, community strength or future cash flows. But it gives investors, teams and launchpads a cleaner baseline. One caveat. NAV is an estimate and relies on some of our own assumptions. Without direct input from project teams, three things limit its accuracy: (1) Offchain and custodial holdings that can't be verified onchain (2) Revenue accrual that isn't cleanly traceable (3) Wallet scope (which addresses actually hold DAO-owned value) We want to work directly with teams on bookkeeping, account registries, movement classification and offchain attestations to make sure the numbers reflect reality. 01Resolved was built on a foundation of trust and accuracy. The metrics only matter if they're right. If you're a project team and want your NAV to be accurate, get in touch. [Telegram Link in Bio]
5
5
33
2,409
The Cloud มีรายการดี ๆ มากมายที่จะช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้ติดตามชม เริ่มจากรายการ openbooks CLUB กับ The Cloud (OPTC) ที่เราชวน ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา มาเล่าเบื้องหลังหนังสือของสำนักพิมพ์ openbooks แต่ละเล่ม (แอบเตือนว่าดูจบแล้วอาจจะต้องเสียเงินซื้อหนังสือตาม) หรือถ้าใครมองหาแรงบันดาลใจทำบ้านที่ปลูกเพื่อผู้อยู่ เรามีรายการ Homemade บ้านตามใจ ที่พาไปชมบ้านในฝันที่อยู่แล้วผาสุกเป็นมิตรกับทั้งคนและโลก ปิดท้ายด้วยรายการ Cloud Documentary สารคดีภาพละมุนที่จะพาเราไปเจอความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ในสิ่งรอบตัว รายการ openbooks CLUB กับ The Cloud ชวนคุยเรื่องหนังสือเล่มสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นความคิดบำรุงปัญญาแบบที่ฟังแล้วต้องไปหาหนังสืออ่านตาม readthecloud.com/column/open… รายการ Homemade บ้านตามใจ พาชมบ้านในฝันที่ออกแบบอย่างเป็นมิตรกับโลกและอยู่แล้วผาสุก readthecloud.com/story/homem… รายการ Cloud Documentary สารคดีที่จะทำให้เราเจอความหมายในสิ่งรอบตัว readthecloud.com/story/cloud… หวังว่าบทสนทนาที่เราตั้งใจเล่านี้จะช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้คุณมีรอยยิ้มและแรงก้าวเดินต่อไปในทุก ๆ วันนะ พบกับเรื่องราวอื่น ๆ ของ The Cloud ที่น่าสนใจต่อได้ที่เว็บไซต์ readthecloud.com #readthecloud #TheCloud readthecloud.com
1
8
1,863
Replying to @pmarca
All of them. Start up idea... OpenBooks for non-profits that want to escape the public trust crisis that's coming. If your non-profit is legit and most of your resources actually goes to the cause people care about... why wouldn't you brag about that with OpenBooks?
7
9
103
6,192
กามนิต โดย สนพ.openbooks รอฉบับนี้มา 7 ปี ในที่สุดก็คลอดสักที (มีถ้วยดินเผาด้วย ใครอยากได้มั้ย ขายต่อ)
1
1
3
110
Transparency isn’t a luxury — it’s the price of admission when you ask the public for money. Whether it’s a nonprofit, a charity partner, or an ideological organization, people deserve clarity about where funds come from and where they go. When reporting is clean, consistent, and easy to verify, trust grows. When reporting becomes vague, incomplete, or hidden behind layers of confusion, trust breaks — and when trust breaks, people stop giving. This isn’t about sides. This isn’t about ideology. This is about accountability, public confidence, and respect for donors. If an organization wants long‑term support, it must earn it through: 🔍 Clear disclosures 📄 Accessible public filings 💬 Honest communication 💸 Responsible stewardship Because the moment transparency disappears, so does trust — and without trust, no mission can survive. If you’re asking the public to believe in your work, show them the receipts. Transparency is how you honor the people who choose to support you. Source: projects.propublica.org/nonp… #TransparencyMatters #Accountability #PublicRecords #NonprofitIntegrity #FundraisingEthics #TrustAndVerify #OpenBooks #DonorConfidence #FinancialClarity #ReceiptsNotRhetoric
1
1
2
46
#abookinabag เล่มนี้ตอนเปิดดูในบูท openbooks นี่แบบ ตาเรืองแสง พิมพ์เทคนิคอะไรคะ สีโคตรรรรรสวยทั้งเล่ม
1
51
114
5,906
THE 100 YEAR LIFE - ชีวิตศตวรรษ 📝 หนังสือที่ทำให้เราเรียนรู้ถึงความงดงามของการเติบโตในแต่ละช่วงวัย อยากให้ทุกคนได้อ่านจริงๆ แล้วจะรู้ว่าการโตเป็นผู้ใหญ่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเราได้เตรียมตัว เรียนรู้ ปรับตัว รับมือกับเรื่องราวในอนาคต ถ้ามีอายุถึง 100 ปีก็ไม่เป็นไร เราเติบโตไปพร้อมกันได้  เล่มนี้เป็นหนังสือแถม! ที่ sc เขาร่วมกับสนพ.openbooks ตอนไปงานหนังสือ ซื้อหนังสือวิถีแห่งเต๋าที่ก็จะได้เล่มนี้มา พอได้อ่านก็รู้สึกว่าเป็นเล่มที่เหมาะกับยุคที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงตอนนี้มากๆ
1
21
24
2,321
‘The 100 Year Life - ชีวิตศตวรรษ’ เนื้อหาหนังสือตรงตัวเลย เกี่ยวกับว่าถ้าเรามีอายุ 100 ปี เราควรจะศึกษาเรียนรู้อะไรบ้าง กับโลกที่จะเปลี่ยนไป เตรียมตัวยังไงกับมันดี เพื่อให้มีความสุข 

ตัวเล่มนี้ได้แถมมาเป็น re-print จากบูธ openbooks ถ้าซื้อหนังสือ วิถีแห่งเต๋า สปอนจาก SC Asset เค้ามาแจกของที่บูธ แล้วมีของ premium เป็น book cover กับถุงผ้าด้วย 

พิกัด : openbooks - G08 เค้ามีแจกจนกว่าของจะหมด #งานหนังสือ #สัปดาห์หนังสือ
1
2
2
1,000
ต่อให้ชอบ ebook มากแค่ไหน แต่งานหนังสือก็เป็นอีกกิจกรรมที่ต้องหาเวลาไปเดินให้ได้แทบทุกครั้ง รักการอ่านหนังสือเป็นเล่มมากก ชอบโมเม้นท์กลิ่นกระดาษ เปิดหน้าหนังสือ  แล้วปีนี้งานหนังสือคึกคักมากกก ไปได้หนังสือฟรีจาก SC ของสนพ openbooks มา หนาสะใจ แถมคู่กับการซื้อหนังสือ เป็นเรื่อง The 100 Year Life เกี่ยวกับว่าเรากำลังกลายเป็นมนุษย์รุ่นแรกที่อายุขยับไปมีอายุขัยถึง 100 ปี ควรจัดการชีวิต 100 ปีนี้ยังไงดี แล้วไปสะดุดกับการบริหารสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ นอกเหนือจากการลงทุน บ้าน ที่ดิน ทอง อะไรที่เห็นเป็นชิ้นอัน แต่อันนี้คือจับต้องไม่ได้ โดยในหนังสือแบ่งเป็น 3 สินทรัพย์  📌 สินทรัพย์เพื่อความเจริญก้าวหน้า : คลังความรู้ พาร์ทเนอร์ ความมีชื่อเสียง 3 ก้อนนี้จะทำให้เราเติมโต เจริญก้าวหน้า  📌 สินทรัพย์เพื่อพลังชีวิต : สุขภาพกายที่แข็งแรง การใช้ชีวิตอย่างสมดุล มิตรภาพ ทำให้เรามีชีวิตต่อไปได้แบบมีความสุข 📌 สินทรัพย์เพื่อการปรับตัว : การรู้จักตัวเอง มีเพื่อนกลุ่มใหม่ ขยายเครือข่ายการรู้จัก (เปิดกว้างรับอะไรใหม่ ทันยุคทันสมัย)  นี่เป็นแค่ส่วนนึงนะ หนังสือบอกอะไรเราได้เยอะเลย การอ่านหนังสือก็เป็นเหมือนการคุยกับตัวเองอย่างนึง เติมความรู้ที่เราไม่รู้ รีเช็คว่าที่เราเคยเข้าใจมันตรงกันกับคนอื่นมั้ย หรือมีอะไรขัดแย้งให้เราตั้งคำถาม แล้วเอาไปพิจารณาต่อ คือเรารู้สึกว่าหนังสือเหมือนเป็นโลกใหญ่อีกโลกนึง อยู่ที่เราจะหยิบจับตรงไหนมาคุยกับตัวเองอะ
1
28
38
6,573
‘openbooks CLUB กับ The Cloud’ คือรายการพอดแคสต์ที่สำนักพิมพ์ openbooks ทำร่วมกับ The Cloud ดำเนินรายการโดย 2 บรรณาธิการ โญ-ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา และ ก้อง-ทรงกลด บางยี่ขัน ให้การสนับสนุนโดย SC นี่ไม่ใช่รายการพอดแคสต์ที่หยิบหนังสือขายดีมารีวิว แต่ตั้งใจคัดสรรหนังสือดีที่ มีคุณค่าระดับโลก และควรค่าแก่การอ่าน มาเล่าถึงที่มา เนื้อหา นักเขียน และปรากฏการณ์ที่หนังสือเล่มนี้สร้างไว้กับโลก ด้วยความคิดว่า หนังสือดีเสมือนดวงประทีปส่องสว่างนำทางที่ควรส่งต่อดวงประทีปนั้นจากรุ่นสู่รุ่น รายการนี้ก็เช่นกัน เราหวังว่าจะส่งต่อดวงประทีปจากผู้เขียนสู่ผู้ชม ซึ่งหวังว่าจะกลายเป็นผู้อ่านที่รับดวงประทีปนั้น และช่วยกันส่งให้ต่อเนื่องไป รับชมได้ที่ youtube.com/playlist?list=PL… รายการปล่อยมาแล้ว 3 ตอน กระแสตอบรับใช้ได้ พอจะมีแฟนคลับอยู่บ้าง เรายังไม่ถึงขั้นจัดแฟนมีต แต่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติปีนี้ เราขอขึ้นเวทีไปเล่าเรื่องเบื้องหลังรายการว่า ทำไม 2 บรรณาธิการถึงคุยคอนเซปต์กันนานตั้ง 2 ปี วิธีเลือกหนังสือ การเตรียมเนื้อหามาเล่า และบรรยากาศสนุก ๆ ในกองถ่ายที่บ้านของ บ.ก.โญ รวมถึงความคาดไม่ถึงที่จะได้เจอจากรายการนี้ในอนาคต เวทีนี้มีแขกรับเชิญคือ จูน-โฉมชฎา กุลดิลก หัวหน้าสายงานกลยุทธ์แบรนด์องค์กรของ SC ผู้สนับสนุนรายการ จะขึ้นเวทีมาเล่าว่า ทำไมการรีแบรนด์จาก SC Asset สู่ SC ต้องมาเป็นสปอนเซอร์รายการนี้ แบบที่ไม่แตะต้องเนื้อหาในรายการเลยสักนิด ยิ่งไปกว่านั้น SC ยังหยิบเอาหนังสือเล่มดังของ openbooks มาพิมพ์ใหม่แบบ SC แล้วแจกแฟนหนังสือด้วย หนังสือ ‘The 100-Year Life | ชีวิตศตวรรษ’ เขียนโดย ลินดา แกรตตัน และ แอนดรูว์ สกอตต์ 2 ศาสตราจารย์จาก London Business School ว่าด้วยการปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตและทำงานในยุคที่มนุษย์มีอายุยืนยาวถึง 100 ปี SC เชื่อว่า ชีวิตที่ดีมาจากจุดเริ่มต้นที่ดี รับรองว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้กับชีวิตทุกคนอย่างแน่นอน 📍กติกาการเข้าร่วม openbooks CLUB กับ The Cloud on Stage (พร้อมรับหนังสือ The 100-Year Life | ชีวิตศตวรรษ) 1. ลงทะเบียนล่วงหน้าที่ : forms.gle/5g7BarKgbrcbfvMy5 2. รับบัตรคิวหน้างานเพื่อรับหนังสือ (จำกัด 1 เล่มต่อ 1 คิว สำหรับ 30 คนแรก) : 5 เมษายน 2569 ที่บูท openbooks (G08) ตั้งแต่เวลา 10.30 น. เป็นต้นไป 3. เข้าฟังเสวนา : เวลา 12.00 - 12.50 น. ที่เวทีกลาง งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 4. รับหนังสือฟรี : สำหรับ 30 ท่านแรกที่ได้รับบัตรคิวและเข้าฟังเสวนา หมายเหตุ : หากต้องการรับหนังสือ แนะนำให้มารับบัตรคิวตั้งแต่ช่วงเช้า #readthecloud #TheCloud #TheCloudRecommends #openbooksclub #OPTC #The100YearLife #SCforCultureandCommunity #openbooks #BKKIBF2026 #งานหนังสือ69 #thaibookfair2026 #TheNewSC
5
16
1,815
‘The 100-Year Life’ หรือชีวิตศตวรรษ คือ 1 ในหนังสือดี 2 เล่มที่ SC ร่วมกับสำนักพิมพ์ openbooks จัดพิมพ์ซ้ำ เปลี่ยนปกเป็นฉบับพิเศษ SC และแจกให้ผู้ทำตามเงื่อนไข ในวาระที่ SC เพิ่งรีแบรนด์ใหญ่และใหม่มาหมาด ๆ หนังสือของ ลินดา แกรตตัน และ แอนดรูว์ สกอตต์ 2 ศาสตราจารย์จาก London Business School เล่มนี้เล่าเรื่องการปรับตัวเพื่อใช้ชีวิตและทำงานในยุคที่มนุษย์กำลังอายุยืนยาวถึง 100 ปีในอีกไม่นาน แผนชีวิตทุกมิติตั้งแต่เข้าโรงเรียนจนเกษียณที่สำเร็จมาตลอดกำลังจะไม่ได้ผล โจทย์ใหม่ของมนุษย์จึงไม่ใช่การมีอายุยืนยาว แต่จะทำยังไงให้ชีวิตศตวรรษของตนเป็นช่วงเวลาคุณภาพ เนื้อหาในเล่มที่พาสำรวจแง่มุมของโจทย์ใหม่นี้ ชีวิตศตวรรษจึงเป็นหนังสือเล่มใหญ่ที่ตั้งคำถามใหญ่ จนได้รับความนิยมอย่างท่วมท้น และชวนให้ค้นหาขบคิดเป็นอย่างยิ่ง ด้วยความดีงามของเรื่องที่ให้คุณค่าการปรับตัวในยุคสมัยอายุยืนยาว สอดรับกับคุณค่าเรื่องการเตรียมพร้อมรับอนาคต (Future-ready) ที่ SC ยึดถือและพัฒนาอย่างจริงจังมายาวนาน SC จึงตั้งใจมอบ The 100-Year Life ฉบับพิมพ์พิเศษ กำนัลแก่นักอ่านที่ซื้อ ‘เต้าเต๋อจิง-วิถีแห่งเต๋า ฉบับปัญญาในฝ่ามือ’ หนังสือว่าด้วยปรัชญาเต๋า อันเป็นทั้งจุดเริ่มต้นสรรพสิ่ง และแนวทางการมีชีวิตที่ดี จิตใจดี และสุขภาพดี เสมือนเป็นตำราภาคทฤษฎีของชีวิตยืนยาวเข้าคู่กับชีวิตศตวรรษได้เหมาะเจาะ โดยรับได้ที่บูทของสำนักพิมพ์ openbooks (G08) ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม - 6 เมษายน พ.ศ. 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ให้การอ่านเป็นจุดเริ่มต้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพไปด้วยกัน #readthecloud #TheCloud #TheCloudRecommends #openbooksclub #The100YearLife #ชีวิตศตวรรษ #เต้าเต๋อจิง #วิถีแห่งเต๋าฉบับปัญญาในฝ่ามือ #SCforCultureandCommunity #openbooks #BKKIBF2026 #งานหนังสือ69 #thaibookfair2026 #TheNewSC #SCforCommunityandCulture
3
927
‘Lunch with the FT’ คือหนังสือรวม 52 บทสัมภาษณ์คนดังจากวงการต่าง ๆ ทั่วโลก คัดสรรจากคอลัมน์สัมภาษณ์ชื่อดังในหนังสือพิมพ์ Financial Times จัดพิมพ์ในวาระครบรอบ 125 ปีของหนังสือพิมพ์ ความพิเศษของคอลัมน์นี้ คือบทสนทนาทั้งหมดเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหารกลางวันในร้านที่ผู้ให้สัมภาษณ์เลือก และ FT เป็นผู้จ่ายค่าอาหารในมื้อนั้น บทสัมภาษณ์แต่ละชิ้นสั้นเท่าคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่บทสัมภาษณ์อื่นไม่มี เช่น อิริยาบถ ถ้อยคำ สายตา บรรยากาศของการพูดคุย และอาหารที่เขาสั่ง เรียบเรียงมาบรรยายได้เห็นภาพราวกับเราได้นั่งร่วมโต๊ะกับเจ้าของเรื่อง หนังสือเล่มนี้จึงเป็นทั้งบันทึกบทสนทนาทรงคุณค่าเคล้ามื้ออาหาร และตำราสอนการสัมภาษณ์ชั้นครูที่ควรได้อ่านสักครั้ง Lunch with the FT แปลเป็นภาษาไทยและพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ openbooks พ.ศ. 2562 ด้วยเนื้อหาอัดแน่นและรูปเล่มที่สวยงาม ออกแบบปกให้เหมือนห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ FT จึงไม่แปลกที่จะขายหมดด้วยความรวดเร็ว ในวาระของการรีแบรนด์ครั้งใหญ่จาก SC Asset เป็น SC และเปลี่ยนโลโก้ (ซึ่งวงกลมที่เราเห็นนั้นก็คือตัวอักษร SC) SC จึงร่วมกับสำนักพิมพ์ openbooks จัดพิมพ์ซ้ำหนังสือ 2 เล่ม เปลี่ยนปกสนับสนุนโดย SC แบบมีจำนวนจำกัด และไม่วางขาย แต่มอบให้ผู้อ่านด้วยกติกาที่แตกต่างกัน เล่มแรกที่เราเอามาเล่าให้ฟังก่อนก็คือ Lunch with the FT SC เชื่อว่าการอ่านไม่ใช่เพียงการเรียนรู้สิ่งใหม่ แต่ยังเป็นกระบวนการเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น และเติบโตอย่างมีความหมาย จึงขอมอบ Lunch with the FT ฉบับพิเศษให้แก่นักอ่านที่ซื้อหนังสือ The Book of Tea แบบ Special Summer Set ประกอบด้วย * หนังสือ ‘หนังสือแห่งชา’ ฉบับสะสม ขอบฟอยล์ มูลค่า 650 บาท * ถ้วยชาใบเล็กจากดอยดินแดง ผลงานของศิลปินแห่งชาติ อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ มูลค่า 450 บาท * กระเป๋าเบนโตะน้ำหนักเบาสำหรับพกพา มูลค่า 450 บาท * หนังสือ ‘Lunch with the FT’ มูลค่า 700 บาท (สนับสนุนโดย SC) จากมูลค่ารวม 2,250 บาท จำหน่ายในราคาเพียงชุดละ 1,290 บาท มีขายในงานหนังสือ 30 ชุดเท่านั้น ซื้อได้ที่บูทสำนักพิมพ์ openbooks (G08) ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม - 6 เมษายน พ.ศ. 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขอเชิญมาจิบชา ดื่มด่ำกับบทสนทนาที่คมคาย ซึ่งจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นดี ๆ ไปด้วยกัน #readthecloud #TheCloud #TheCloudRecommends #openbooksclub #LunchwiththeFT #ThebookofTea #SCforCultureandCommunity #openbooks #BKKIBF2026 #งานหนังสือ69 #thaibookfair2026 #TheNewSC
9
10
1,261
‘เขาไม่เพียงเปลี่ยนที่อยู่ แต่ที่อยู่เปลี่ยนเขา’ และสำหรับหนังสือเล่มนี้ ‘เขาไม่ได้เขียนหนังสือ แต่หนังสือเขียนเขา’ openbooks CLUB กับ The Cloud (OPTC) ในตอนนี้ ทรงกลด บางยี่ขัน ชวน ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา คุยถึงชีวิตวัย 55 ผ่านคัมภีร์ที่เขาอ่าน บ้านที่เขาอยู่ และหนังสือที่เกิดขึ้นจาก 2 สิ่งนั้น เมื่ออายุ 50 ขงจื๊อเคยเขียนไว้ว่า ‘จึงรู้เจตนารมณ์ของฟ้า’ สำหรับภิญโญ ช่วงวัยนั้นทำให้เขาตัดสินใจบางอย่างที่สำคัญ คือย้ายออกจากเมืองไปอยู่บ้านท่ามกลางธรรมชาติที่เชียงดาว 5 ปีผ่านไป ชีวิตในบ้านหลังนั้นกลายเป็นหนังสือเล่มใหม่ชื่อ ‘อู๋เหวย’ คำสำคัญจากคัมภีร์เต้าเต๋อจิง ที่หมายถึง ‘การกระทำโดยไม่ฝืน’ การทำสิ่งต่าง ๆ โดยสอดคล้องกับวิถีของธรรมชาติ หนังสือเล่มนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการอธิบายปรัชญาเต๋า แต่เป็นการเล่าถึงสิ่งที่ตกตะกอนจากชีวิตจริง อ่านคัมภีร์มากขึ้น อยู่กับธรรมชาติมากขึ้น และค่อย ๆ เห็นว่าอะไรควรทำ อะไรควรปล่อย ชมรายการเต็มได้ที่ youtu.be/8V40corT0qw และสั่งซื้อหนังสือได้ที่ shop.line.me/@openbooks/coll… ดำเนินรายการ : ทรงกลด บางยี่ขัน และ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา #readthecloud #TheCloud #TheCloudPodcast #ListentoTheCloud #openbooksCLUB #OPTC #อู๋เหวย #wuwei #ปรัชญาเต๋า #เต้าเต๋อจิง #ภิญโญไตรสุริยธรรมา
6
9
1,589