หลายคนยังประเมินประเทศไทยต่ำเกินไปในเรื่อง Digital Assets
แต่ความจริงคือ ประเทศไทยล้ำหน้าด้าน Digital Assets มากกว่าที่หลายคนคิดเยอะมาก
1. เรามีใบอนุญาตด้าน digital assets หลายประเภทมาตั้งแต่ปี 2018
เทียบกับเวียดนาม ตอนนี้เขายังไม่มีกฎหมายรองรับ centralized exchange แบบเราด้วยซ้ำ
2. เรามี tokenization projects ขนาดใหญ่เกิดขึ้นจริงแล้วจำนวนมาก
Sirihub Phase 1 ระดมทุนกว่า 2,400 ล้านบาท
RealX ระดมทุนกว่า 2,400 ล้านบาท
และยังมีการนำสินทรัพย์หลากหลายประเภทมา tokenize ไม่ว่าจะเป็นหนังบุพเพสันนิวาส, community mall อย่าง Summer Point, ไวน์, ทองคำของแม่ทองสุก, คาร์บอนเครดิต และอีกหลายโปรเจกต์
3.ก.ล.ต. ไทยมองคริปโตเป็นสินทรัพย์แล้ว
อันนี้ถือว่าล้ำมาก และไม่แพ้หลายประเทศชั้นนำของโลก
4.ประเทศไทยมีนโยบายยกเว้นภาษี capital gains สำหรับคริปโต 5 ปี
เพื่อนต่างชาติหลายคนของผมยังฮือฮาเวลารู้เรื่องนี้
5. แบงก์ชาติเราก็มีความคืบหน้าเรื่อง programmable payment และมี sandbox ที่เปิดให้บริษัทต่างๆ เข้ามาทดลอง digital payment solutions
6.มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยหลายแห่งเริ่มเปิดสอนเรื่อง blockchain และ digital assets แล้ว
ซึ่งผมเองก็ได้ไปเป็นอาจารย์พิเศษอยู่หลายที่ และที่น่าสนใจมากคือหลายแห่งเปิดเป็น general course ที่เด็กจากคณะไหนก็สามารถลงเรียนและเก็บเครดิตได้ ไปเทียบกับหลายประเทศขนาดสิงคโปร์ยังไม่ได้ทำเลย
7. ก.ล.ต. บ้านเราให้ไฟเขียวเรื่อง crypto derivatives
อันนี้ถือว่าก้าวหน้ามาก ขนาดเกาหลีเอาแค่ 2x ยังทำไม่ได้เลย
8. ก.ล.ต. ไทยมีจุดยืนที่ชัดเจนในการสนับสนุน STO หรือ security tokenization
ไม่ว่าจะเป็นหุ้น, หุ้นกู้, bond, money market products หรือสินทรัพย์การเงินอื่นๆ ที่สามารถนำมาอยู่บน blockchain ได้ในอนาคต
9.ภาครัฐก็ผลักดันเรื่อง Tourist Digipay ชัดเจน
เพราะต้องการแก้ pain point ของนักท่องเที่ยวระยะสั้นที่ไม่สามารถเปิดบัญชีธนาคารไทยได้ และ digital assets อาจเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริง
👉แต่ปัญหาคือ สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่ยังสื่อสารกันเป็นภาษาไทย
มีแค่คนไทยที่รู้ และเอาจริงๆ คนไทยบางคนยังไม่รู้เลย
จากประสบการณ์ที่ผมเคยทำงานกับบริษัทต่างชาติ และได้ไปสัมมนามาหลายประเทศ ผมเห็นชัดมากว่าชาวต่างชาติแทบไม่รู้เลยว่าประเทศไทยไปไกลแค่ไหนแล้วในเรื่องนี้
สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นอีกภาพหนึ่ง
เขามองว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงสูง
กฎหมายไม่เอื้อ
เหมือนประเทศที่ด้อยพัฒนามากๆ
ประเทศโดน flag เป็นสีแดง
และไม่อยู่ใน radar ของบริษัทต่างชาติที่กำลังมองหา hub ในเอเชีย
เวลาหลายโปรเจกต์ต่างประเทศอยากเข้ามาเอเชีย
ประเทศแรกที่เขานึกถึงคือสิงคโปร์
ต่อมาคือเกาหลี ฮ่องกง ญี่ปุ่น
บางครั้งไปอินโด ไปเวียดนามก่อนด้วยซ้ำ
ประเทศไทยคือที่สุดท้ายจริงๆ ไม่อยู่ใน radar ของชาวโลกเลย
มานั่งคิดดูผมว่า มาเวียดนาม ก่อนไทยนี่คือแย่มาก เรานำหน้าเวียดนามไปเยอะมาก ด้าน Digital asset การสื่อสารเราแพ้เขา
นั่นคือเหตุผลที่ผมตั้งใจจัดงานนี้ขึ้นมา
"Thailand Digital Asset Leadership Forum: Road to SEABW 2026"
ผมร่วมกับหลายฝ่ายในการจัดงานนี้ ไม่ว่าจะเป็น Block Mountain , Thai Digital Asset Association สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และ SEABW ซึ่งเป็นงาน blockchain ใหญ่ของไทย
ผมอยากให้คนที่มางานเข้าถึงศักยภาพ ประเทศไทยอย่างจริงจัง
เราจะคุยกันเรื่อง
-regulation
-tokenization
-programmable payment
-digital asset education
-การพัฒนาอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย
-และเส้นทางของไทยในการก้าวไปเป็น digital asset hub ที่แข็งแรงยิ่งขึ้น
งานนี้
โทนจะออกไปทาง Web 2.5
มีความจริงจังและเป็นทางการพอสมควร
ไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการลงทุน
ไม่มีการพูดเรื่องเก็งกำไร
แต่จะพาไปดูเรื่องการสร้างธุรกิจ การวางนโยบาย และการพัฒนา ecosystem ของไทยอย่างจริงจัง
งานนี้ content ทุกอย่างจะเป็น ภาษาอังกฤษนะครับ
ผมกะว่าคนที่มาส่วนมากตะเป็นคนไทย แต่จะมีการอัด full production ไว้ให้คนต่างชาติดู หวังว่าถ้ามีโปรเจ็คต่างประเทศเห็นแล้วสนใจเข้ามาขยายตลาดในไทย นี่คือความสำเร็จครับ
ถ้าคุณเป็น
founder
investor
operator
หรือเป็นคนที่สนใจอนาคตของตลาดสินทรัพย์ดิจิตัลในไทย
มาร่วมกันได้นะครับ
งานนี้น่าจะเป็นหนึ่งในห้องที่สำคัญที่สุดก่อน SEABW
เจอกันวันที่ 5 พฤษภาคม 2026
SCBX NEXT TECH ชั้น 4 Siam Paragon
Approved guests only
Link registration :
luma.com/szhdlxcv