Joined July 2021
1,459 Photos and videos
Pinned Tweet
CK @ckfastwork แนะนำหุ้นชิป 3 ตัว หลังผ่านไป 6 เดือน ดั๊นขึ้นยับทุกตัว แม่นยิ่งกว่าหมอดู55555 . ไม่นานมานี้มีคลิปน้องคนนึงมาถาม CK เรื่องหุ้นชิป ประมาณว่าช่วงนี้ตัวไหนน่าสนใจ ตัวไหนน่าซื้อบ้าง . CK ก็ไล่แนะนำไปทีละตัว ทั้ง Micron, Intel และ AMD . ไป ๆ มา ๆ หุ้นทั้ง 3 ตัว ราคาวิ่งแรงทุกตัวแบบเรียงคิวกันมาเลย . เท่านั้นไม่พอ มีตัวนึงที่ CK แนะนำให้วันนี้ พรุ่งนี้หุ้นพุ่งเกือบ 20% โคตรแม่น55555 (แต่ CK บอกเองว่า อันนี้ฟลุ้คนะ 🤣) . -เริ่มจาก Intel บริษัทชิปเก่าแก่ของสหรัฐฯ เด่นเรื่อง CPU และโรงงานผลิตชิปของตัวเอง . ก่อนหน้านี้ CK เคยแนะนำไว้ แล้วล่าสุดผลประกอบการออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด บวกกับมุมที่ CK มองว่า สหรัฐฯ ยังไงก็ต้องหนุนบริษัทชิปของตัวเอง . เพราะ Intel ไม่ได้เป็นแค่หุ้นเทค แต่มันเป็นหนึ่งในบริษัทชิปสำคัญที่สหรัฐฯ อยากดันให้ผลิตในประเทศ . ราคาหุ้นก็เลยเด้งขึ้นมาอีกรอบ . -ต่อมาคือ AMD บริษัทออกแบบชิป ที่หลายคนรู้จักจาก CPU, GPU และชิปสำหรับ Data Center . ตัวนี้ CK ก็เคยพูดถึงเหมือนกัน แล้วตอนนี้ราคาบวกขึ้นมาแล้วประมาณ 45% เหตุผลหลัก ๆ คือมันอยู่ในธีม AI และชิปประมวลผล ที่ตลาดยังให้ความสนใจอยู่ . ตัวนี้น้องในคลิปเอง ยอมรับว่า CK บอกแล้ว แต่ไม่ได้ซื้อไว้ กลายเป็นหุ้นที่รู้ว่าดี แต่ไม่ได้ขึ้นรถไปด้วยซะงั้น . -ตัวที่พีคสุดคือ Micron บริษัทผลิต Memory Chip พวกชิปหน่วยความจำที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และ Data Center . ตอน CK เคยพูดถึง ราคายังอยู่แถว 40 กว่าเหรียญ แต่ตอนนี้ขึ้นมาแถว 120 เหรียญแล้ว เท่ากับ 3 เด้งนิ่ม ๆ . เหตุผลสั้น ๆ คือ Micron ได้แรงหนุนจากความต้องการ Memory ที่โตตามกระแส AI และ Data Center เหมือนกัน . ฟังคลิปนี้แล้วเหมือนโดนเตือนเบา ๆ ว่า บางทีคนที่พลาด ไม่ใช่คนที่ไม่รู้ข่าว . แต่คือคนที่รู้แล้วไม่กล้าซื้อ หรือซื้อแล้วรีบขาย ลงจากรถเร็วเกินไป . เพราะหุ้นบางตัว ถ้าอยู่ในธีมใหญ่จริง ๆ มันอาจไม่ได้วิ่งแค่รอบสั้น ๆ แต่มันค่อย ๆ พาเราไปไกลกว่าที่คิด . เอาเป็นว่า รอบหน้า CK พูดถึงหุ้นชิปตัวไหน ตั้งใจฟังกันให้ดีนะ จะไม่ดื้อแล้ว55555 . แต่ไม่ได้แปลว่าต้องซื้อตาม ck ทุกอย่าง แค่ที่ผ่านมา แกชี้มาแต่ละตัว ไม่ธรรมดานาา😂
5
1,082
1,847
129,093
หลายคนชอบวัดความรวยจากคำถามว่า “เงินเดือนเท่าไหร่?” . ฟังดูเป็นคำถามธรรมดา แต่โค้ชหนุ่ม THE MONEY COACH บอกไว้ชัดมากว่า รายได้ ไม่ใช่ ความมั่งคั่งนะ อย่าเข้าใจผิดกันนาาา . เพราะการมีรายได้สูง ไม่ได้แปลว่าเรามีฐานะการเงินที่แข็งแรงเสมอไป คนเงินเดือน 100,000 บาท แต่ใช้เดือนละ 200,000 บาท สุดท้ายก็อาจมีชีวิตการเงินติดลบก็ได้จริงมั้ย . ในขณะที่คนเงินเดือน 30,000 บาท แต่ใช้เป็น เก็บเป็น ไม่มีหนี้เกินตัว และมีเงินเหลือทุกเดือน อาจมีสถานะการเงินที่แข็งแรงกว่าคนรายได้สูงก็ได้ . พูดง่าย ๆ คือ ตัวเลขรายได้ดูเท่ได้ แต่เงินที่เหลือจริงต่างหากที่บอกสุขภาพการเงิน บางคนหาเงินเก่งมาก แต่เงินไหลออกเก่งกว่า อันนี้เหนื่อยครับ เหมือนตักน้ำใส่ถังที่ก้นรั่ว ตักเท่าไหร่ก็ไม่เคยเต็ม . ประเด็นนี้ไม่ได้ใช้ได้แค่มนุษย์เงินเดือน แต่ใช้กับคนทำธุรกิจด้วยเหมือนกัน เจ้าของธุรกิจหลายคนชอบพูดถึงยอดขาย เดือนนี้ขายได้เท่าไหร่ ปีนี้รายได้กี่ล้าน แต่ยอดขายไม่ใช่กำไร และกำไรก็ยังไม่ใช่เงินสดเสมอไป . ธุรกิจบางตัวดูเหมือนขายดีมาก แต่เงินไปจมอยู่กับสต็อก ลูกค้ายังไม่จ่ายเงิน หรือมีกำไรบนกระดาษ แต่เงินสดในบัญชีไม่ได้สวยตาม . สุดท้ายสิ่งที่ควรถามอาจไม่ใช่แค่ว่า “ขายได้เท่าไหร่?” แต่คือ -เหลือกำไรจริงเท่าไหร่ -มีกระแสเงินสดเท่าไหร่ -และกำไรนั้นถูกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์อะไรบ้าง . เพราะความมั่งคั่งจริง ๆ ไม่ได้วัดแค่เงินที่ไหลเข้ามา แต่วัดจากเงินที่เรารักษาไว้ได้ และเอาไปต่อยอดเป็นสินทรัพย์ได้แค่ไหน . รายได้สูงเป็นเรื่องดีครับ ไม่มีใครบอกว่าไม่ดี แต่ถ้ารายได้สูงแล้วรายจ่ายสูงกว่า หรือทำธุรกิจยอดขายโต แต่เงินสดไม่เหลือ เราก็อาจยังไม่ได้ “มั่งคั่ง” อย่างที่คิด . บางทีคำถามที่ควรถามตัวเอง อาจไม่ใช่แค่ “เราหาเงินได้เท่าไหร่?” แต่คือ “สุดท้ายแล้ว เงินที่หามา กลายเป็นความมั่งคั่งของเราจริงไหม?” . ใครอยากฟังเรื่องนี้เต็ม ๆ ไปดูต่อกันเลยที่ช่อง THE MONEY COACH ธนาคารปล่อยสินเชื่อบ้านยากขึ้น สถานการณ์นี้บอกอะไร? แล้วต้องวางแผนยังไงถ้าอยากมีบ้านในฝัน?
2
2
388
เวลาเราพูดเรื่องการเงิน หลายคนมักเริ่มจากประโยคนี้ครับ “ยังไม่มีจะกิน จะให้ลงทุนได้ไง” . ฟังดูสมเหตุสมผลมากนะ เพราะชีวิตจริงมีค่าใช้จ่ายรออยู่ทุกทาง ค่าเช่าเอย ค่ากินเอย ค่าเดินทาง ค่าผ่อน และบางทีก็มีของที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อโผล่มาเพิ่มอีก55555 . แต่คุณแอนนาเบลชวนมองเรื่องนี้อีกมุมครับ เพราะถ้าเรารอให้เงินเหลือก่อน แล้วค่อยออม หรือค่อยลงทุน ปัญหาคือส่วนใหญ่เงินมันไม่ค่อยเหลือจริง ๆ ซะที . พอเงินเดือนเข้า เราก็ใช้ชีวิตตามปกติ จ่ายสิ่งที่ต้องจ่าย ซื้อสิ่งที่อยากซื้อ แล้วค่อยหวังว่าปลายเดือนจะมีเงินเหลือ แต่หลายครั้ง ปลายเดือนเงินที่เหลือ มักเหลือในความคิดมากกว่าเงินจริงแทนซะงั้น . สิ่งที่คุณแอนนาเบลเสนอคือ ให้ตั้งวิธีคิดใหม่เลย -ได้เงินมาแล้ว แยกก่อนเลยว่าส่วนไหนคือเงินออม ส่วนไหนคือเงินลงทุน -แล้วเงินที่เหลือค่อยเป็นเงินสำหรับใช้จ่าย . พูดง่าย ๆ คือ ไม่ใช่ใช้ก่อนแล้วค่อยเก็บ แต่เป็นเก็บก่อน แล้วค่อยใช้ . แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายสำหรับทุกคน เพราะแต่ละคนมีรายได้ ภาระ และต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน บางคนอาจเริ่มได้แค่หลักร้อย บางคนอาจต้องเคลียร์หนี้ก่อน หรือบางคนอาจต้องสร้างเงินสำรองฉุกเฉินก่อน . แต่หัวใจสำคัญคือ ถ้าเราไม่กันเงินออกมาก่อนเลย โอกาสที่เงินจะหายไปกับค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สูงมาก . และที่น่ากลัวคือ เราจะรู้สึกเหมือนทำงานหนักทุกเดือน แต่ชีวิตการเงินยังอยู่ที่เดิม ไม่ใช่เพราะเราไม่พยายาม แต่เพราะระบบเงินของเราไม่เคยเหลือพื้นที่ให้อนาคต . คำว่า “ยังไม่มีจะกิน จะให้ลงทุนได้ไง” อาจไม่ใช่ความคิดที่ผิดทั้งหมด แต่มันอาจเป็น Mindset ที่ทำให้เราไม่เคยได้เริ่ม เพราะบางทีจุดเริ่มต้นอาจไม่ใช่การลงทุนก้อนใหญ่ . แต่อาจเป็นการกันเงินก้อนเล็ก ๆ ให้ตัวเองก่อน แล้วค่อย ๆ สร้างวินัยทางการเงินจากตรงนั้นดีกว่าครับ . ใครอยากฟังคุณแอนนาเบลพูดเรื่องนี้กับพี่วู๊ดดี้กันแบบเพลิน ๆ ไปดูได้ที่ อยากรวยเริ่มตรงไหน? 3 กูรูการเงิน เปิด Playbook แก้นิสัยการเงินพัง | WOODY Avengers
1
287
🚀 วันที่ 12 นี้ หุ้น SPACEX เตรียมเข้าตลาดแล้วครับ และ MEXC เปิด Launchpad ให้ subscribe SPCXx ที่ราคาเดียวกันก่อนหุ้นเข้าตลาดด้วย . รอบนี้เป็น Tokenize หุ้นนะครับที่อ้างอิง หุ้น SpaceX แบบ 1:1 เลย . SPCXx คืออะไร คือโทเคนที่อ้างอิงหุ้น SpaceX แบบ 1:1 โดยมีหุ้นจริงที่เก็บไว้ใน custody ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ราคาโทเคนจะขยับตามราคาหุ้นเลย . ย้ำก่อนว่าเป็นคนละตัวกับ SPACEX(PRE) ก่อนหน้านี้นะ . 📊 รายละเอียด Launchpad รอบนี้ ▪️ ราคา: $135 ค่าธรรมเนียม underwriting 5% = 141.75 USDT / SPCXx ▪️ จำนวน: 70,546 SPCXx รวม ~$10M ▪️ ปิด subscribe: 12 มิ.ย. 2026 เวลา 15:00 น. (ไทย) เวลานี้จะตรงกับวันที่ SpaceX เข้าตลาดพอดี . 📋 เงื่อนไขเข้าร่วม ▪️ ต้องยืนยันตัวตนระดับ Advanced KYC ฝากขั้นต่ำ 100 ดอลลาร์ และผ่านเงื่อนไขการเทรด Spot/Futures ตามกำหนด . ▪️ เงินจะถูกล็อกไว้นะครับ ถ้าไม่ได้รับการจัดสรรจะคืนให้อัตโนมัติเข้ากระเป๋า spot เราเหมือนเดิม (เราจะได้ หรือไม่ได้ขึ้นกับผู้จัดสรร ไม่ได้การันตีครับ) . ⚠️ทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจ - การที่เราถือ SPCXx เราจะได้แค่ผลตอบแทนตามราคาหุ้นเท่านั้น ไม่มีสิทธิออกเสียงและไม่มีสิทธิรับปันผลครับ . ใครสนใจลองเข้าไปอ่านเงื่อนไขในหน้า Launchpad ก่อนนะครับ เหลือเวลาไม่ถึง 24 ชม. . ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจเองนะครับ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน 🙏 . วาร์ป : s.mexc.com/share/TJTV0LpS1
2
302
ช่วงนี้แอดเห็นคนพูดถึง Quantum Computer ในวงการคริปโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนแรกก็แอบคิดเหมือนกันว่ามันเป็นเรื่องอนาคตไกลมากไหม แบบยังไม่ต้องกังวลตอนนี้หรือเปล่า . แต่พอลองไปอ่านเพิ่ม ก็เริ่มเข้าใจว่าทำไมหลายเชนถึงเริ่มจริงจังกับเรื่องนี้ เพราะโลกคริปโตพึ่งพา “ระบบเข้ารหัส” แทบทุกจุด . ตั้งแต่ private key, wallet, transaction ไปจนถึงการยืนยันความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ . ถ้าวันหนึ่ง Quantum Computer แข็งแกร่งพอ ระบบเข้ารหัสบางแบบที่ใช้กันอยู่ตอนนี้ อาจต้องถูกอัปเกรดให้ปลอดภัยขึ้น . แต่ยังไม่ต้องตกใจนะครับ ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้ตื่นมาแล้ว wallet จะหาย หรือ Bitcoin, Ethereum จะโดนถอดรหัสกันทันที . ตอนนี้มันยังเป็นความเสี่ยงระยะยาว แต่เป็นความเสี่ยงที่หลายฝ่ายเริ่มมองว่า ควรเตรียมตัวไว้ก่อน ดีกว่ารอให้ปัญหาเกิดจริง . จุดที่น่าสนใจคือ หนึ่งในเชนที่ออกมาวาง timeline เรื่องนี้ชัด ๆ คือ TRON เมื่อเดือนเมษายน Justin Sun ผู้ก่อตั้ง TRON ประกาศว่า TRON จะเดินหน้าอัปเกรดระบบให้เป็น Quantum-resistant หรือทนต่อความเสี่ยงจาก Quantum Computer มากขึ้น . โดยแผนที่พูดไว้คือ Testnet: Q2 2026 Mainnet: Q3 2026 . Justin Sun เรียกเป้าหมายนี้ว่า การเป็น “เครือข่าย Quantum-resistant แห่งแรกของโลก” . ฟังดูเว่อ ๆ ตามสไตล์แกแหล่ะ แต่รอบนี้ก็มีประเด็นให้น่าคิดอยู่เหมือนกัน เพราะ TRON เป็นเครือข่ายที่มี stablecoin โดยเฉพาะ USDT วิ่งอยู่เยอะมาก ถ้าจะพูดเรื่องความปลอดภัยระยะยาว TRON ก็มีเหตุผลที่ต้องรีบขยับก่อน . อีกอย่าง เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ TRON ที่สนใจ ฝั่ง Ethereum, Solana รวมถึงบริษัทเทคใหญ่ ๆ อย่าง Google ก็เริ่มพูดเรื่อง post-quantum security มากขึ้นเหมือนกัน . แปลว่า Quantum อาจยังไม่ใช่ปัญหาของวันนี้ แต่เริ่มกลายเป็น checklist ของอนาคตแล้ว . สำหรับแอด ประเด็นนี้น่าสนใจตรงที่ โลกคริปโตอาจไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องความเร็ว ค่าธรรมเนียม หรือ TVL อีกต่อไป . แต่ในอนาคต ความปลอดภัยระยะยาวอาจกลายเป็นอีก narrative ที่ตลาดให้ความสำคัญมากขึ้น . ถ้า TRON ทำได้จริงตาม timeline ภาพจำของตลาดต่อ TRON อาจไม่ได้มีแค่เรื่องค่าโอนถูก หรือ stablecoin เยอะ แต่อาจเริ่มถูกมองในมุมของเชนที่เตรียมตัวเรื่อง security ก่อนหลายเจ้า . แต่สุดท้ายก็ต้องรอดูของจริงครับ เพราะคำว่า Quantum-resistant ฟังดูดีมาก แต่ของจริงต้องดูว่า Testnet ออกมาเป็นยังไง Mainnet ใช้งานได้จริงไหม และการอัปเกรดนี้กระทบผู้ใช้งานหรือ ecosystem แค่ไหน . ยังไม่ต้องกลัว Quantum วันนี้ แต่เริ่มรู้ไว้ก่อนก็ดี . เพราะบางเรื่องในคริปโต วันที่มันดูไกลตัว อาจเป็นวันที่เชนใหญ่ ๆ เริ่มเตรียมตัวกันไปแล้ว . @justinsuntron @trondao @TronDao_THA . #TRONGlobalFriends #TRON
2
9
367
เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ก่อน แต่แอดว่ายังน่าหยิบมาเล่าอยู่ครับ🙂 . โดยเฉพาะคนที่กำลังถือหุ้นธีม AI, ชิป, Data Center หรือกำลังคิดว่า “บริษัทโตแรง หุ้นก็น่าจะขึ้นต่อสิ” . เพราะเคสของ Broadcom รอบนี้สะท้อนอะไรบางอย่างที่น่าสนใจมาก บางทีบริษัทอาจยังโตดีมาก แต่ถ้าตลาดคาดหวังไว้สูงกว่านั้น หุ้นก็ยังโดนขายได้อยู่ดี . Broadcom ประกาศงบหลังตลาดสหรัฐฯ ปิดวันที่ 3 มิถุนายน 2026 แล้วหุ้นร่วงมากกว่า 13% ในช่วง after-hours ก่อนที่วันถัดมาจะปิดลบราว 12.6% จนเมื่อ ณ เวลาปัจจุบันร่วงลงมาแล้วกว่า -18% . ฟังดูแปลกตรงที่ ตัวเลขฝั่ง AI ของ Broadcom ไม่ได้แย่เลยนะ . -รายได้ AI Semiconductor ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ 10.8 พันล้านดอลลาร์ โต 143% จากปีก่อน -ส่วนรายได้รวมไตรมาส 2 อยู่ที่ 22.19 พันล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 22.27 พันล้านดอลลาร์ . แต่ปัญหาคือ “ใกล้เคียง” อาจไม่พอ ❌ สำหรับหุ้นที่ตลาดให้ Premium ไปแล้วเต็ม ๆ . เพราะหุ้นธีม AI หลายตัวไม่ได้ขึ้นจากตัวเลขปัจจุบันอย่างเดียว แต่มันขึ้นจากความคาดหวังว่าอนาคตต้องโตแรงกว่านี้อีก . พอผลออกมาดี แต่ไม่ได้ดีเกินกว่าที่ตลาดหวัง แรงขายก็มาได้เหมือนกัน . อีกจุดที่ทำให้ตลาดไม่ค่อยปลื้มคือ Broadcom คาดรายได้ชิป AI ไตรมาสถัดไปไว้ที่ 16 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์บางชุดคาดไว้ราว 16.36 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขต่างกันไม่เยอะ . แต่ในตลาด AI ตอนนี้ ต่างกันนิดเดียวก็เหมือนสอบได้ 99 คะแนน แล้วโดนถามว่า แล้วอีก 1 คะแนนหายไปไหนเนี่ย ทำไมทำเต็ม 100 ไม่ได้!! . ที่น่าสนใจคือ Hock Tan ซีอีโอของ Broadcom ยังยืนยันเป้าระยะยาวเหมือนเดิม ว่าธุรกิจชิป AI ยังมีโอกาสไปถึงระดับ 100 พันล้านดอลลาร์ และบริษัทมั่นใจเรื่อง Supply สำหรับปี 2026-2027 . แต่ตลาดเหมือนอยากได้มากกว่านั้นอะสิ -อยากเห็นการ Raise Guidance -อยากเห็นตัวเลขที่ทำให้รู้สึกว่า AI Story ยังเร่งขึ้นอีก . พอไม่ได้เห็นอะไรที่ “ว้าวกว่าเดิม” หุ้นก็โดนขายทันที . เคสนี้เลยเป็นบทเรียนดี ๆ ของหุ้นธีม AI ครับ . ไม่ใช่ว่าบริษัทโตแรงแล้วหุ้นจะขึ้นเสมอไป แต่ต้องดูด้วยว่า ราคาหุ้นก่อนหน้านั้นรับข่าวดีไปมากแค่ไหนแล้ว บางครั้งหุ้นไม่ได้ลงเพราะธุรกิจแย่ แต่ลงเพราะตลาดเคยคาดหวังว่ามันต้องดีแบบเหนือมนุษย์ . และนี่แหละครับ คือความโหดของหุ้นที่อยู่ในธีมร้อน ข่าวดีเฉย ๆ อาจไม่พอ มันต้องดีแบบชนะความคาดหวังด้วย . Not financial advice
269
หลายคนน่าจะเคยถามตัวเอง มีเงินเก็บเดือนละ 2,000 บาท เอาไปลงทุนอะไรดีที่สุด?
. ฟังแล้วหลายคนอาจคาดหวังในใจว่าจะได้ชื่อหุ้น กองทุน ทอง หรือสินทรัพย์เด็ด ๆ สักอย่างใช่มั้ยครับ . แต่ป่าวเลย โค้ชหนุ่มไม่ได้ตอบแบบนั้นครับ แกบอกง่าย ๆ ว่า “รู้จักอะไร” ให้ลงทุนอันนั้นแหล่ะ5555555
. ฟังดูธรรมดา ๆ  แต่แอดว่าประโยคนี้ช่วยกันเงินก้อนแรกไม่ให้แบบมั่นใจเกินเหตุได้ดีมากนะ . เพราะเงิน 2,000 บาทต่อเดือน สำหรับบางคนอาจดูไม่เยอะ แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มเก็บเงินจริงจัง นี่คือเงินที่ผ่านอุปสรรคมาทั้งเดือนแล้ว . -ค่ากาแฟเอย  -ค่าช้อปปิง  -ค่าของมันต้องมี  -หรือค่า "อันนี้ลดราคา ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว" 
. กว่าจะเหลือเงินเก็บได้ 2,000 บาท ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยจริงมั้ย . เพราะงั้นก่อนเอาไปลงทุน คำถามแรกอาจไม่ใช่ “อะไรให้ผลตอบแทนดีที่สุด?” แต่อาจเป็น “เราเข้าใจอะไรจริง ๆ บ้าง?”
. -ถ้าเข้าใจสลากออมสิน รู้ว่าความเสี่ยงประมาณไหน ผลตอบแทนเป็นยังไง ก็เริ่มจากตรงนั้นได้ -ถ้าเข้าใจกองทุนตราสารหนี้ รู้ว่ามันลงทุนกับอะไร รับความผันผวนได้แค่ไหน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง -หรือถ้าฟังคำว่า NAV แล้วเริ่มอ๊อง ๆ แต่เราเข้าใจทองมากกว่า การออมทองก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่จับต้องง่ายกว่า
. ประเด็นคือ เราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากของที่คนอื่นบอกว่า ดี แต่ควรเริ่มจากสิ่งที่เราเข้าใจพอ จะไม่ตกใจเวลาเกิดอะไรขึ้นดีกว่า
. อีกเรื่องที่โค้ชหนุ่มเตือนแล้วแอดว่าชอบมากกก  คือ อย่าไปบอกใครง่าย ๆ ว่า “เรามีเงินนะ แต่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี”
. เพราะสำหรับคนดี ๆ เขาอาจช่วยแนะนำจริง แต่สำหรับบางคน ประโยคนี้อาจแปลว่า ลูกค้ามาแล้วครับก็ได้
. เดี๋ยวจะมีทั้งเซลส์ ผลิตภัณฑ์ที่ฟังดูดี และคำว่า กำไรดี ปลอดภัย ลงทุนน้อย เดินเข้ามาพร้อมกันแบบนัดคิวไว้ หวานเจี๊ยบเลยทีนี้555555
. สุดท้ายเงินที่เราเก็บมาทั้งเดือน อาจไม่ได้ไปทำงานให้เรา แต่ไปทำงานให้ค่าคอมของคนอื่นแทน
. ลองถามตัวเองก่อนว่า เราเข้าใจอะไรจริง ๆ รับความเสี่ยงได้แค่ไหน และถ้ามันไม่เป็นอย่างที่คิด เรายังรับไหวไหมคือ ดีที่สุดแล้วครับ . ใครอยากฟัง EP นี้เต็ม ๆ ไปฟังได้ที่ THEMONEYCOACHTH มันนีโค้ชพบประชาชน:EP19 ได้เลยครับบ
2
190
323
17,333
ไม่กี่วันมานี้อยู่ดี ๆ หุ้น Marvell Technology พุ่งขึ้นประมาณ 32.5% ในวันเดียว ทำเอาหลายคนต้องหันมาถามว่า “เอ๊ะ บริษัทนี้ทำอะไร ทำไมอยู่ ๆ ตลาดถึงคลั่งขนาดนั้น?” . ต้นเหตุเริ่มจาก Jensen Huang CEO ของ NVIDIA นั่นล่ะครับ ขึ้นเวที COMPUTEX แล้วแกพูดถึง Marvell ว่าเป็น “บริษัท 1 ล้านล้านดอลลาร์ถัดไป” . ประโยคเดียว หุ้นพุ่งเป็นจรวด555555 market cap เพิ่มขึ้นเป็นหลักหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในวันเดียว . 🔴ว่าแต่ Marvell คือบริษัทอะไรหว่า ใครอยากรู้ต่อ แอดพาทำความเข้าใจง่าย ๆ แบบนี้ครับ . ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า Marvell ไม่ได้ทำ GPU แบบ NVIDIA แต่ Marvell ทำพวก networking chip, custom silicon, optical interconnect . หรือพูดง่าย ๆ คือชิปและเทคโนโลยีที่ช่วยให้ AI Data Center เชื่อมต่อกันได้เร็วขึ้น . ถ้า NVIDIA ทำ GPU ที่เหมือน “สมอง” ของ AI Marvell ก็เหมือน “ท่อประสาท” ที่ทำให้สมองหลายหมื่นก้อนใน Data Center คุยกันได้ทัน . เพราะในโลก AI ตอนนี้ ไม่ใช่แค่มี GPU เยอะแล้วจบ . ถ้า GPU แต่ละตัวส่งข้อมูลหากันช้า หรือระบบเชื่อมต่อไม่เร็วพอ ต่อให้ซื้อชิปแพงแค่ไหน ประสิทธิภาพก็อาจไม่เต็มที่ . นี่เลยเป็นเหตุผลที่ตลาดเริ่มมองว่า AI Infrastructure รอบถัดไป อาจไม่ได้มีแค่ NVIDIA ที่น่าสนใจ แต่บริษัทที่อยู่เบื้องหลังระบบเชื่อมต่อของ Data Center ก็เริ่มถูกลากขึ้นมาบนเวทีด้วย . และที่ทำให้คำพูดของ Jensen มีน้ำหนักขึ้นไปอีกคือ ก่อนหน้านี้ NVIDIA ประกาศลงทุน $2 พันล้านดอลลาร์ใน Marvell และจับมือกันผ่าน NVLink Fusion ทำหน้าที่เหมือน “สะพานความเร็วสูง” ที่ช่วยให้ชิปพวกนี้คุยกับระบบของ NVIDIA ได้ดีขึ้น . พูดง่าย ๆ คือ เฮียแกไม่ได้แค่บอกว่า “บริษัทนี้มีแวว” แต่ NVIDIA ลงเงินไปแล้วด้วย อันนี้คนตลาดเลยยิ่งหูผึ่ง . ส่วนด้านตัวเลขธุรกิจ Marvell ก็เริ่มมีแรงหนุนจาก AI ชัดขึ้นด้วย . -ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 รายได้อยู่ที่ $2.418 พันล้านดอลลาร์ โต 28% จากปีก่อน -บริษัทคาดว่าไตรมาสถัดไป รายได้จะอยู่ราว $2.7 พันล้านดอลลาร์ หรือโตประมาณ 35% จากปีก่อน . แถม Marvell ยังถูกประกาศให้เข้า S&P 500 โดยจะมีผลก่อนตลาดเปิดวันที่ 22 มิถุนายน 2026 . เรียกว่าช่วงนี้ข่าวดีมารัว ๆ จนหุ้นแทบไม่ได้พักหายใจเลยทีเดียว . แต่แน่นอนครับ คำว่า บริษัท 1 ล้านล้านดอลลาร์ถัดไป ฟังแล้วว้าวมาก แต่ทางไปตรงนั้นไม่ได้ปูพรมแดงไว้เฉย ๆ . หลังหุ้นพุ่งแรง มูลค่าบริษัทของ Marvell ขึ้นมาแถวหลัก $250 พันล้านดอลลาร์ ถ้าจะไปถึง $1 ล้านล้านดอลลาร์จริง ก็ยังต้องโตอีกหลายเท่าจากตรงนี้ . แปลว่า ตลาดกำลังให้ราคากับอนาคตของ Marvell ไปเยอะมากแล้ว . สำหรับแอด เคสนี้สนุกตรงที่ มันสะท้อนว่าเกม AI เริ่มขยายจาก “ใครทำ GPU” ไปสู่คำถามใหม่ว่า “ใครทำให้ Data Center ทั้งก้อนทำงานได้จริง?” . เพราะ AI ไม่ได้ต้องการแค่สมอง แต่ต้องมีเส้นประสาทที่เร็วพอด้วยนะเออ Marvell เลยกลายเป็นชื่อที่ตลาดหยิบขึ้นมาคุยกันนั่นเอง . ส่วนจะเป็นบริษัท 1 ล้านล้านดอลลาร์ได้จริงไหม อันนี้ยังต้องรอดู . แต่ที่แน่ ๆ คือ 4 คำจาก Jensen รอบนี้ ทำให้คนทั้งตลาดต้องหันมารู้จัก Marvell อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ไปแล้วครับ5555
2
4
15
1,637
เริ่มต้นซื้อหุ้นเทคระดับโลกได้ง่าย ๆ ที่ webull.co.th/k/KOL_StockerDa…

244
เรื่องสยอง 4 บรรทัด🥶 . 🔴เชื่อมั้ยว่า เทรดเดอร์หลายคน ให้ความสำคัญกับค่า fee น้อยกว่าที่คิดมากนะ . บางคนเทรดทีเป็นล้าน ๆ ต่อเดือน แต่ไม่เคยนั่งนับจริงๆ สักครั้งว่าค่า fee กินกำไรไปเท่าไหร่ . บอกให้เลยว่า ค่า fee ส่วนเกินทุกเดือนนี้ มันเยอะกว่าที่เราคิดซะอีก❌ . ลองยกตัวอย่าง ถ้าเทรด 1M/เดือน Bitkub เก็บ 0.25% → จ่าย 2,500 บาท/เดือน BinanceTH เก็บ 0.1% → จ่าย 1,000 บาท/เดือน ต่างกัน 1,500 บาทต่อเดือน = 18,000 บาทต่อปีเลยนะ . และถ้าเราเทรด 10M/เดือน ตัวเลขนี้คือ 180,000 บาทต่อปีแล้วนะ ไม่ใช่น้อย ๆ . เข้าใจนะว่าหลายคนไม่ได้มองว่า exchange สำคัญมาก เพราะโฟกัสอยู่ที่ entry/exit ซะมากกว่า . แต่สำหรับคนที่เทรดหนัก ต้นทุนตรงนี้มันสะสมเงียบๆ ทุกเดือนครับ และมันเป็นสิ่งที่คุมได้ 100% ด้วย . แค่เปลี่ยน exchange มันคุ้มกว่าหา setup ใหม่แน่นอนครับ✅
3
10
25
4,264
ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่า “ไม่ซื้อ AI ตอนนี้ เดี๋ยวตกขบวน” ตลาดอาจกำลังร้อนเกินไปแล้ว . ช่วงนี้ไม่ว่าจะเปิดข่าว ดูหุ้น หรือไถฟีดลงทุน เราแทบหนีคำว่า AI ไม่พ้น หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หลายตัวพุ่งแรงจนบรรยากาศเริ่มคล้ายกับช่วงเวลาสำคัญในอดีต ช่วงเวลาที่ผู้คนเชื่อว่า “โลกกำลังจะเปลี่ยน” และครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิม . จริง ๆ แล้วประโยคแบบนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ทั้งยุคดอทคอม ยุคคริปโต หรือแม้แต่ช่วงที่ทุกคนเชื่อว่าบริษัทเทคโนโลยีจะโตได้ตลอดไป . ในคลิปนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ เขาไม่ได้บอกว่า AI ไม่ดี หรือ AI เป็นเรื่องหลอกลวง ตรงกันข้ามเลย ทุกคนยอมรับว่า AI คือเทคโนโลยีที่สำคัญมาก และมันอาจเปลี่ยนโลกจริง ๆ แต่สิ่งที่ควรถามมากกว่า คือ “ราคาที่เราจ่ายวันนี้ มันสะท้อนความคาดหวังไปไกลเกินหรือยัง” . Ray Dalio เคยพูดถึงเรื่องฟองสบู่ไว้ได้น่าสนใจ เขามองว่าฟองสบู่ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพราะราคาขึ้นแรง แต่เกิดตอนที่ผู้คนเริ่มเชื่อว่า “ครั้งนี้ต่างออกไป” และเริ่มคาดหวังอนาคตแบบไร้ขีดจำกัด . ปัญหาคือ ต่อให้เทคโนโลยีจะดีจริง แต่ถ้าราคาหุ้นวิ่งนำอนาคตไปไกลเกิน วันหนึ่งตลาดก็อาจกลับมาตั้งคำถามว่า บริษัทเหล่านั้นจะโตได้เร็วเท่าที่ทุกคนหวังไว้จริงไหม . หลายคนชอบคิดว่า ถ้า AI เปลี่ยนโลก หุ้น AI ก็ต้องขึ้นต่อแน่นอน แต่ประวัติศาสตร์การลงทุนไม่เคยง่ายแบบนั้น อินเทอร์เน็ตเคยเปลี่ยนโลกจริง แต่บริษัทจำนวนมากในยุคนั้นก็หายไปเหมือนกัน . สิ่งที่ Ray Dalio ทำมาตลอด ไม่ใช่การพยายามทำนายอนาคตให้ถูกทุกครั้ง แต่คือการยอมรับว่า ไม่มีใครรู้อนาคตจริง ๆ เลยต้องกระจายความเสี่ยงไว้เสมอ เพราะสุดท้ายเราไม่มีทางรู้ว่า ใครจะเป็นผู้ชนะตัวจริงในระยะยาว . ฝั่ง Warren Buffett ก็มีมุมที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เขาไม่เคยวิ่งตามกระแสตลาด ไม่เคยซื้ออะไรเพียงเพราะคนอื่นกำลังตื่นเต้น Buffett รวยจากการซื้อธุรกิจที่เข้าใจ และถือมันไว้นานพอ ไม่ใช่ซื้อเพราะกลัวตกขบวน . หลายครั้งตลาดจะสร้างความรู้สึกว่า “ถ้าไม่รีบซื้อวันนี้ จะไม่มีโอกาสอีกแล้ว” แต่ความรู้สึกแบบนี้เอง ที่มักทำให้นักลงทุนตัดสินใจด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล . Charlie Munger เคยพูดไว้แบบตรงมากว่า การลงทุนที่ดี ไม่จำเป็นต้องตื่นเต้น สิ่งสำคัญจริง ๆ คือการหลีกเลี่ยง “เรื่องโง่ ๆ” ซ้ำ ๆ โดยเฉพาะการซื้อเพราะ FOMO ซื้อเพราะเห็นคนอื่นกำไร หรือซื้อเพราะกลัวว่าตัวเองจะช้าเกินไป . สุดท้าย คนที่เข้าตลาดช้าที่สุด มักกลายเป็นคนที่ซื้อแพงที่สุด สิ่งที่คลิปนี้พยายามจะสื่อ ไม่ใช่ให้กลัว AI แต่ให้ระวัง “อารมณ์ของตลาด” มากกว่า เพราะบางครั้งสิ่งที่อันตรายที่สุด ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่คือความคาดหวังที่สูงเกินความเป็นจริง . AI อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกจริงก็ได้ แต่ต่อให้อนาคตจะสดใสแค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกบริษัทจะชนะ และไม่ได้หมายความว่าทุกราคาจะคุ้มค่าสำหรับการลงทุน . บางที ในวันที่ทุกคนกำลังมั่นใจที่สุด อาจเป็นวันที่เราควรถอยกลับมาถามตัวเองเงียบ ๆ อีกครั้งว่า . เรากำลังลงทุนในธุรกิจจริง ๆ หรือแค่กำลังลงทุนใน “ความหวัง” ของตลาดกันแน่ . และถ้าอยากเข้าใจมุมมองเรื่องฟองสบู่ AI การกระจายความเสี่ยง รวมถึงแนวคิดของ Ray Dalio, Warren Buffett และ Charlie Munger แบบเต็ม ๆ แอดแปะลิ้งค์ดูฉบับเต็มในคอมเมนต์นะ
1
3
2
548
เงินก้อนนี้อาจโตไปได้ถึงประมาณ 1.76 ล้านบาท โดยไม่ต้องเติมเงินเพิ่มเลยแม้แต่บาทเดียว !!! . เพิ่งดูคลิปคุณพอลพูดเรื่องเงิน 10,000 บาท แล้วทำให้กลายเป็นเงินล้านได้ . ตอนแรกฟังแล้วก็แอบคิดว่า เอ๊ะ 10,000 จะไปถึงล้านยังไงก่อน55555 แต่พอแกะไอเดียออกมา หัวใจของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่เงินก้อนใหญ่ แต่อยู่ที่ “เวลา” ต่างหาก . คุณพอลยกตัวอย่างว่า ถ้าเอาเงิน 10,000 บาท ไปลงทุนตั้งแต่เด็กแรกเกิด แล้วปล่อยให้เงินทำงานยาว ๆ 60 ปี โดยสมมติผลตอบแทนทบต้นประมาณ 9% ต่อปี จะกลายเป็น 1.76 ล้านได้เลย . ป้าดดด ฟังดูเหมือนเวทมนตร์นะ แต่จริง ๆ มันคือดอกเบี้ยทบต้น เงินเริ่มต้นอาจเล็ก แต่เวลาที่ปล่อยให้มันโต ยาวมาก และนี่คือแต้มต่อที่เด็กมีมากกว่าผู้ใหญ่นั่นเอง . ผู้ใหญ่อาจมีเงินมากกว่า แต่เด็กมี “เวลา” มากกว่าแบบคนละเรื่อง . แต่กฎสำคัญคือ เงินก้อนนี้ต้อง -ไม่โดนยุ่ง -ไม่ถอน -ไม่แอบเอาไปใช้ ไม่เห็นกำไรแล้วรีบขาย -ไม่เปลี่ยนแผนทุกครั้งที่ตลาดลง . พูดง่าย ๆ คือ ให้เงินมันทำงานจริง ๆ ไม่ใช่ให้ทำงานได้ 3 เดือน แล้วเราไปลากมันออกมาเที่ยวก่อน . อีกจุดที่แอดชอบคือ คุณพอลไม่ได้ขายฝันว่า 1.76 ล้านในอีก 60 ปีจะรวยมหาศาล เพราะเงินเฟ้อในอนาคต อาจทำให้เงินล้านดูไม่ใหญ่เหมือนวันนี้แล้ว . แต่ประเด็นคือ อย่างน้อยเด็กคนนั้นจะมีเงินก้อนหนึ่งตอนอายุ 60 เป็นเงินที่เริ่มจากเงินเล็ก ๆ แต่โตขึ้นได้เพราะวินัยและเวลา . เรื่องนี้เลยไม่ได้สอนแค่เรื่องลงทุน แต่มันสอนว่า เงิน 10,000 บาทในวันนี้ เราเลือกได้ว่าจะใช้ให้จบในวันนี้ หรือวางมันไว้ให้กลายเป็นของขวัญในอีกหลายสิบปีข้างหน้า . คำถามคือ ถ้ามีเงิน 10,000 บาทอยู่ตรงหน้า เราจะใช้มันเพื่อความสุขตอนนี้ หรือจะให้เวลาช่วยเปลี่ยนมันเป็นอนาคตที่เบาขึ้นดีครับ . ส่วนใครอยากฟังคุณพอลเพิ่มอีก ไปฟังกันเต็ม ๆ ได้ที่ Paul Pattarapon พอล ภัทรพล ที่บ้านแดงได้เลยยย
4
380
635
41,055
เห็นโพสต์ CK Cheong รอบนี้แล้วต้องมีคนเริ่มนั่งไม่ติดบ้างแหละ5555555 . เพราะแกบอกว่า -ขาย Micron 50% -ขาย Intel 50% -ขาย AMD 50% -และขาย Google ออก 25% เพื่อเอาเงินไปซื้อ Bitcoin ในราคานี้ ที่ร่วงจาก ATH มาแล้ว -50% . ถ้าเป็นคนทั่วไปโพสต์ เราอาจเลื่อนผ่านแล้วคิดว่า โอเค จัดพอร์ตเฉย ๆ แหล่ะ . แต่พอเป็น CK คนเลยเริ่มหูผึ่ง เพราะที่ผ่านมาแกมีหลายจังหวะที่อ่านเกมหุ้นเทค หุ้น AI และการหมุนเงินในตลาดได้ค่อนข้างแม่นเลย . เรียกง่าย ๆ ว่าเวลาหมอดูขยับ คนก็อดเหลือบดูพอร์ตตัวเองไม่ได้555555 . รอบนี้จุดที่น่าสนใจคือ แกไม่ได้แค่ซื้อ BTC เพิ่ม แต่กำลังลดน้ำหนักจากหุ้น AI ที่วิ่งแรงมาหลายรอบ แล้วโยกบางส่วนไปฝั่ง Bitcoin ในจังหวะที่ sentiment ยังไม่สวยมาก . มุมหนึ่งอาจเป็นการล็อกกำไรจากธีมที่ร้อนมานาน อีกมุมหนึ่งก็อาจเป็นการมองว่า risk/reward ของหุ้น AI บางตัว เริ่มไม่คุ้มเท่าเดิม . แต่แน่นอนครับ CK โดด ไม่ได้แปลว่าเราต้องโดดตามทันที เพราะพอร์ตเขา ต้นทุนเขา ความเสี่ยงเขา ไม่เหมือนของเราแน่นอน . สิ่งที่น่าเอาไปคิดต่อคือ หุ้น AI ที่เราถืออยู่ ยังมี upside คุ้ม risk ไหม และถ้าจะถือ BTC เราเข้าใจ thesis ของมันจริงหรือเปล่า . อันนี้ไม่ใช่สัญญาณให้โดดตาม แต่เป็นสัญญาณให้กลับมาเช็กพอร์ตตัวเองครับ . ซิ้อตามใครก็ได้ แต่อย่าลืมเช็กชูชีพตัวเองด้วยนะ55555 . Not financial advice
6
79
132
19,166
เรื่องใหญ่นะเนี่ยยย Zcash เจอบั๊กระดับภัยพิบัติ แล้วประเด็นคือ มีคนเจอบั๊กนี้ใช้ AI อย่าง Opus 4.8 ช่วย audit ระบบด้วย . บั๊กที่ว่าคือช่องโหว่ใน Orchard pool ซึ่งเป็นระบบ Privacy หลักของ Zcash . ทำให้คนที่ exploit สามารถสร้าง ZEC ปลอมขึ้นมาได้แบบไม่จำกัด และตรวจจับได้ยากมาก เพราะระบบ Orchard ซ่อนทั้งผู้ส่ง ผู้รับ และจำนวนที่โอน . ที่หนักกว่านั้นคือ บั๊กนี้ไม่ได้เพิ่งมีมานานแล้วกว่า 4 ปี!!! . มันอยู่มาตั้งแต่ Orchard เปิดใช้งานช่วงปี 2022 และเพิ่งถูกพบปลายเดือนพฤษภาคม 2026 . โดยหลัง Anthropic ปล่อย Opus 4.8 วันที่ 28 พ.ค. ที่ผ่านมาวันถัดมา Taylor Hornby นักวิจัยที่ Shielded Labs จ้างมาตรวจ Zcash ใช้ AI ช่วย audit แล้วเจอช่องโหว่นี้ . จากนั้นทีม Zcash ต้องรีบประสาน miners, exchanges และทำ emergency upgrade เพื่อปิดช่องโหว่ภายในไม่กี่วัน . แต่ปัญหาคือ ถึงจะแก้แล้ว คำถามที่ตลาดกลัวคือ “ก่อนหน้านั้น เคยมีใครใช้ช่องนี้ไปหรือยัง?” . ซึ่งทีม Zcash บอกว่า ยังไม่พบหลักฐานว่าถูก exploit และประเมินว่าโอกาสเกิดขึ้นจริงน่าจะต่ำ . แต่ด้วยความเป็น Privacy ของ Orchard มันไม่มีทางพิสูจน์ย้อนหลังได้แบบ 100% ว่าไม่เคยมีใครสร้าง ZEC ปลอมมาก่อน . นี่แหละครับ จุดที่ทำให้ตลาดแตกตื่น เพราะถ้าเป็นเชนที่โปร่งใส เราอาจไล่ดู supply ดู flow ดูธุรกรรมผิดปกติได้ง่ายกว่า . แต่พอเป็น Privacy pool ที่ตั้งใจออกแบบมาให้มองไม่เห็นรายละเอียดตั้งแต่แรก การเจอบั๊กที่เกี่ยวกับการ mint เหรียญปลอม เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่มากกกกก . ราคา ZEC เลยโดนเทแรงกว่า 30% ลงมาแถวโซน 400 ดอลลาร์ หลังข่าวนี้กระจายออกมา . สำหรับแอด เรื่องนี้มี 2 ชั้นที่น่าคิด . ชั้นแรกคือ Zcash เจอบั๊กหนักจริง และตลาดก็มีเหตุผลที่จะ panic . แต่อีกชั้นหนึ่งคือ AI กำลังเปลี่ยนเกม security ของคริปโตแล้ว เพราะบั๊กที่มนุษย์เก่ง ๆ มองไม่เห็นมาหลายปี วันนี้ AI ช่วยไล่จนเจอได้ . ข่าวดีคือ white-hat เจอก่อน ข่าวน่ากลัวคือ ถ้า white-hat ใช้ AI หาเจอได้ ฝั่งคนไม่หวังดีก็อาจใช้ AI หาเจอได้เหมือนกัน . คริปโตรอบหน้าอาจไม่ได้แข่งกันแค่ว่าใครมี narrative ดีกว่า แต่อาจแข่งกันว่า โปรเจกต์ไหน audit ระบบได้ทัน ก่อนที่บั๊กจะกลายเป็นหายนะจริง ๆ ครับ
1
3
11
2,935
ข่าวนี้สำหรับแอด มี 2 ชั้นที่น่าคิดหนัก ๆ เลย . ชั้นแรกคือ Zcash เจอบั๊กหนักจริง และตลาดก็มีเหตุผลที่จะ panic . แต่อีกชั้นหนึ่งคือ AI กำลังเปลี่ยนเกม security ของคริปโตแล้ว เพราะบั๊กที่มนุษย์เก่ง ๆ มองไม่เห็นมาหลายปี วันนี้ AI ช่วยไล่จนเจอได้ . ข่าวดีคือ white-hat เจอก่อน ข่าวน่ากลัวคือ ถ้า white-hat ใช้ AI หาเจอได้ ฝั่งคนไม่หวังดีก็อาจใช้ AI หาเจอได้เหมือนกัน . คริปโตรอบหน้าอาจไม่ได้แข่งกันแค่ว่าใครมี narrative ดีกว่า แต่อาจแข่งกันว่า โปรเจกต์ไหน audit ระบบได้ทัน ก่อนที่บั๊กจะกลายเป็นหายนะจริง ๆ ครับ
209
เพิ่งไปฟังคุณพิชัย จาวลา เจ้าของเครือโรงแรม B2 พูดเรื่อง “มีเงินหลักแสน ลงทุนอะไรดี?” . ตอนแรกนึกว่าจะได้สูตรประมาณว่า เอาไปลงหุ้นตัวนี้ กองทุนแบบนั้น หรืออสังหาสักทางอะไรทำนองนี้ . แต่คำตอบที่แกให้คือ “ถ้า Cash Flow ยังเป็นบวกอยู่ ยังไม่ต้องทำอะไรก็ได้” อ้าว เงินในบัญชีได้พักต่อเฉย 55555555 . แกอธิบายประมาณว่า ถ้าเรายังมีรายรับมากกว่ารายจ่าย และยังมีเงินเหลือเก็บทุกเดือน เงินหลักแสน หรือล้านต้น ๆ ไม่จำเป็นต้องรีบเอาไปลงทุนทันที เก็บไว้ก่อนก็ได้ . จุดที่แอดชอบคือคำว่า “แต้มต่อ” แกบอกว่า ให้รอจนกว่าเราจะแน่ใจว่า เรามีอะไรบางอย่างที่ทำได้ดีกว่าคนอื่นจริง ๆ เช่น  -ความรู้  -ประสบการณ์  -คอนเนกชัน  -ช่องทาง  -หรือความเข้าใจในเกมนั้นมากพอ . เพราะถ้ายังไม่มีแต้มต่อ การรีบลงทุนอาจไม่ต่างจากเอาเงินไปฝากไว้กับคนอื่น โดยที่เราคุมอะไรแทบไม่ได้เลย . คำว่า “ให้เงินทำงาน” ฟังดูดีมากครับ แต่ถ้าเราไม่รู้ว่าเงินกำลังไปทำงานที่ไหน เสี่ยงกับอะไร และเราคุมเกมได้แค่ไหน บางทีเงินอาจไม่ได้ทำงานให้เรา แต่อาจกำลังไปทำโอทีให้ความเสี่ยงของคนอื่นอยู่ก็ได้ . สำหรับคนที่มีเงินก้อนแรก คำถามอาจไม่ใช่แค่ว่า “ลงทุนอะไรดี?” แต่อาจต้องถามก่อนว่า “เรามีแต้มต่อกับอะไรจริง ๆ หรือยัง?” . ถ้ายังตอบไม่ได้ การถือเงินสดไว้ก่อน เพิ่มความรู้ เพิ่มรายได้ แล้วรอจังหวะที่เราเข้าใจจริง ๆ อาจไม่ใช่การเสียโอกาส แต่อาจเป็นการกันเงินก้อนแรก ไม่ให้หายไปกับเกมที่เรายังเล่นไม่เป็นครับ . ใครสนใจอยากฟังเรื่องอื่นของคุณพิชัย จาวลา อีก ไปฟังกันเต็ม ๆ ได้ที่ Property Expert Live ได้เลยย
2
16
60
6,046
อธิบายเรื่อง Launchpad SPACEX(PRE) ของ MEXC หน่อย เห็นหลายคนยังงงว่ามันคืออะไร? 🤔 . ง่าย ๆ เลยมันคือการขาย Token SPACEX(pre) ให้ในราคาที่ต่ำกว่าตลาด ตอนนี้ราคาขายเหรียญนี้อยู่ที่ $170 แต่จะให้เราสามารถซื้อเหรียญนี้ได้ในราคา $130 ถูกกว่าตลาด 23% ⚠️แต่ตอนแจกจ่ายเหรียญไม่รู้ราคาจะเป็นเท่าไหร่นะ ไม่ได้การันตีว่าจะได้กำไรเสมอไป ต้องเข้าใจตรงนี้ไว้ด้วย . แล้วถ้าอยากได้เราต้องทำยังไง? . 1.สมัคร MEXC และยืนยันตัวตนขั้นสูง (ใครเรียบร้อยแล้วข้ามได้เลย) 2.เอา USDT ไปใส่โดย Subscribe ไว้ มากสุด 50,000 ดอลต่อคน 3.เงินส่วนนี้จะใช้ในการซื้อ SPACEX(pre) แต่จะไม่ได้ซื้อทั้งหมดเต็มจำนวนที่เรา Sub นะ และเงินที่เหลือจะคืนมาให้หลังจบแคมเปญ 4.Pool จะมีอยู่ 3 Pool คือ - USDT pool (new) สำหรับผู้ใช้ใหม่ ใช้ USDT ซื้อ - USDT pool สำหรับผู้ใช้ทั่วไปใช้ USDT ซื้อ - USD1 pool สำหรับผู้ใช้ทั่วไปใช้ USD1 ซื้อ 5.สูตรคำนวนว่าเราจะได้ซื้อเหรียญเท่าไหร่จะเป็นตามนี้ จำนวน token ที่ได้ซื้อ = จำนวนเงินที่เราลง / จำนวนเงินทั้ง pool * Token Allocation ใน Pool นั้น . ยกตัวอย่างตอนนี้เลย สมมุติเราลงเต็ม 50000 ดอล ใน pool new user ▪️จำนวน token ที่ได้ = 50,000 / 1724672.53 *32,000 = 927.71 token ▪️token ละ 130 จะใช้เงินซื้อได้ประมาณ 120,000 ดอล แต่ลงได้มากสุด 50,000 ดอล ก็จะใช้เงินซื้อมาหมดเลย 50,000 ดอล จะได้เหรียญมาที่ 384.615 token ▪️ถ้าขาย 384.615 token ไปในราคาตลาดตอนนี้จะได้เงินมา 65,384.62 กำไร ประมาณ 15,000 ดอล คิดเป็น 30% ⚠️อันนี้เป็นการคำนวนในราคา และจำนวนคน sub ในปัจจุบันนะ แค่ยกตัวอย่างคำนวนให้ดูเฉย ๆ . แต่ถ้าเป็น Pool USDT ธรรมดา ก็ใช้สูตรเดียวกันเลย เปลี่ยนแค่เลข สมมุติลง 50,000 ดอลเท่ากัน ▪️จำนวน token ที่ได้ = 50,000 ÷ 5,851,743.34 × 16,500 = 140.9836 token ▪️คิดเป็นมูลค่าที่ราคา 130 USDT/token 140.98 × 130 = 18,327.87 USDT ▪️เหลือที่ไม่ได้ซื้อ 31,672 ดอล ที่ได้คืนมา . ซึ่งจะสังเกตได้ว่า pool ของ New User จะได้เปรียบมาก ๆ เพราะ Token Allocation เยอะสุด และจำนวนเงินทั้ง pool ที่ลงน้อยสุดด้วย ดังนั้นในจำนวนเงินที่ลงเท่ากัน ของ pool New User จะได้มากสุด . ⚠️ Disclaimer ไว้ก่อน ว่า SPACEX(pre) ไม่ใช่ pre sale หุ้น SpaceX ที่จะเข้าตลาดวันที่ 11 มิถุนายนนี้ และก็ไม่ใช้หุ้นจริง ๆ เป็นแค่ Token ที่ไว้ซื้อขาย เกร็งราคากันเท่านั้น (ฟีลแบบตฃาด Pre Market) . ส่วนใครสนใจก็ไปดูรายละเอียดเพิ่มใน คอมเมนต์ได้แอดแปะลิงค์ไว้ให้ละ👇 . เหลือระยะเวลาอีก 1 วัน 20 ชม. เท่านั้นนะ รีบไปทำกัน . ปล.โพสนี้เป็นแค่การสรุปแคมเปญเพื่อประโยชน์ในการลงทุนของทุกคนเท่านั้นนะ ไม่ได้เป็นการเชิญชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณตัวเองในการลงทุนด้วย
1
1
1
238
เคยได้ยิน Quantum Computing มั้ยครับ แล้วรู้มั้ยว่าทำไมนักลงทุนถึงแห่เข้าซื้อตอนนี้ . สัปดาห์นี้ Rigetti หุ้น Quantum Computing บวกไป 60% ในสัปดาห์เดียว เหตุผลคือรัฐบาล US เพิ่งประกาศทุ่มเงิน $2 พันล้าน ผ่าน CHIPS and Science Act ให้กับ 9 บริษัท Quantum Computing โดยตรง . IBM รับไป $1B มากที่สุด Rigetti, D-Wave, Infleqtion รับไปบริษัทละ $100M รัฐบาลได้หุ้นส่วนเล็กน้อยในแต่ละบริษัทเป็นการแลกเปลี่ยนในทุกบริษัทแลกกับเงินที่ให้ . แต่คำถามคือ ถ้ายังไม่มีใครใช้งานจริง แล้วทำไมถึงทุ่มขนาดนี้? . เพราะ Quantum Computing ไม่ใช่ computing ธรรมดาครับ มันไม่ได้มาแทน laptop หรือ server แต่มันทำบางอย่างที่ supercomputer ทั่วไปทำไม่ได้เลย . เมื่อปลายปี 2024 Google พิสูจน์แล้วว่า Google Willow คือชิป Quantum ล่าสุดที่ประมวลผลได้เร็วกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วไป 13,000 เท่า . สำหรับงานเฉพาะทาง ใช้ได้จริงในการค้นพบยาใหม่, การบริหารพอร์ตการเงิน, การเข้ารหัสข้อมูล, งานด้านความมั่นคง . ปัญหาคือยังอยู่ในช่วงทดลองในห้องแล็บครับ ยังไม่ถึงมือบริษัทส่วนใหญ่ แต่ IBM, Google, AWS, Microsoft เริ่มเปิดให้ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว . นี่คือรูปแบบเดิมที่เคยเห็นมาแล้วครับ AI ปี 2019 ก็ยังไม่มีใคร "ใช้งานจริง" แต่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และรัฐบาลทุ่มเงินล่วงหน้าไปแล้ว ตลาดวิ่งก่อนเสมอ . Quantum Computing อาจอยู่ในจังหวะเดียวกันนั้นพอดีตอนนี้ครับ . น่าคิดว่า ถ้า Quantum เป็นแบบ AI จริง ใครจะเป็น Nvidia ของ Quantum wave ถัดไป?
11
19
1,998