Tech & Biz Ecosystem Leader. This account will be provided in Thai. (Follow @TechsauceGlobal for English content)

Joined March 2015
Photos and videos
📥 “อนาคตของธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม กำลังรอคุณอยู่” พบกับงาน Techsauce Global Summit 2026 งานที่ไม่ว่าคุณกำลังมองหาไอเดียใหม่ พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ลูกค้ารายสำคัญ นักลงทุน หรือแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า . งานนี้คือพื้นที่ที่เปิดประตูสู่โอกาส ภายในงานมีทั้ง 📩 300 Insightful Sessions อัปเดตเทรนด์ธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากผู้นำและผู้เชี่ยวชาญระดับโลก 📩 350 Exhibitions สำรวจโซลูชัน เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากองค์กรและบริษัทชั้นนำที่กำลังขับเคลื่อนอนาคต 📩 40 Exclusive Workshops เรียนรู้แบบลงมือทำจริง พร้อมต่อยอดความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา 📩 Business Matching เชื่อมต่อพาร์ทเนอร์ นักลงทุน ลูกค้า และโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่อาจเปลี่ยนเกมการเติบโตของคุณ 📩 High-level Networking พบปะผู้บริหาร ผู้กำหนดทิศทางองค์กร และผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรมในที่เดียว . เปิด Inbox ของคุณ แล้วมาพบกันที่ Techsauce Global Summit 2026 🎟️ ซื้อบัตรได้ที่: bit.ly/4e4kSm7 📅 วันที่: 26 - 28 สิงหาคม 2026 📍 สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC), Hall 3-4 🌐 รายละเอียดงานเพิ่มเติม: summit.techsauce.co #TechsauceGlobalSummit2026 #Techsauce2026 #TheRaceToTheNext #TheTechArena
51
ใครที่ไม่ควรพลาด Techsauce Global Summit 2026? 🏁 งานนี้คือพื้นที่สำหรับทุกคนที่อยากอัปเดตเทรนด์ เชื่อมต่อคนที่ใช่ และค้นหา “Next” ของตัวเองในโลกธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม . ไม่ว่าคุณจะเป็น… 💡Emerging Businesses / Entrepreneurship มองหาโอกาสใหม่ พาร์ทเนอร์ และแนวทางสเกลธุรกิจ 🚀 Corporate Leaders อัปเดตอินไซต์และกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต 🦾 AI & Deep Tech Professionals เจาะลึกเทคโนโลยีใหม่ Use Case จริง และเทรนด์ที่กำลังเปลี่ยนโลกธุรกิจ 📈Investors, VCs & CVCs ค้นหาดีลคุณภาพ นวัตกรรมที่น่าลงทุน และโอกาสเชื่อมต่อกับผู้เล่นสำคัญ 🤖Tech Professionals อัปสกิล เรียนรู้เครื่องมือใหม่ และต่อยอดการทำงานจริง 💼Marketing & Business Professionals เข้าใจเทรนด์ลูกค้า MarTech, AI Marketing และโอกาสใหม่ทางธุรกิจ 🎓 Students / Future Builders เปิดมุมมองใหม่ เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และเตรียมพร้อมสู่โลกอนาคต . สำหรับทุกใครที่อยากเรียนรู้ อัปเดตเทรนด์ เปิดมุมมองใหม่ เชื่อมต่อกับผู้คนที่หลากหลาย และค้นหาโอกาสใหม่ในโลกธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม นี่คืองานที่คุณไม่ควรพลาด . มาร่วมกำหนด “Next” ของคุณ และค้นหาโอกาสใหม่ไปพร้อมกันที่ Techsauce Global Summit 2026 🎟️ ซื้อบัตรได้ที่: bit.ly/4a8dALR 📅 วันที่: 26 - 28 สิงหาคม 2026 📍 สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC), Hall 3-4 🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม: summit.techsauce.co #TechsauceGlobalSummit2026 #Techsauce2026 #TheRaceToTheNext
50
องค์กรและแบรนด์ชั้นนำกำลังมารวมตัวกันที่นี่ อย่าตกขบวนโอกาสสำคัญใน Tech, Business & Innovation Ecosystem . Techsauce Global Summit 2026 รวมผู้เล่นสำคัญจากหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งเทคโนโลยี ธุรกิจ การเงิน นวัตกรรม และองค์กรชั้นนำจากไทยและต่างประเทศ เพื่อเปิดมุมมองใหม่ เชื่อมต่อเครือข่าย และพบกับโอกาสในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนได้เร็วกว่าเดิม . มาที่งานนี้งานเดียว คุณจะได้ครบทุกมิติ พบกับ Insightful Sessions, Exhibitions, Workshops และโอกาสในการเชื่อมต่อกับผู้คนใน Ecosystem ที่อาจต่อยอดเป็นไอเดีย พาร์ทเนอร์ หรือโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้ตลอด 3 วันเต็ม . มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสนามที่คนในวงการ Tech, Business และ Innovation ไม่ควรพลาด! 🎟️ ซื้อบัตรได้ที่: bit.ly/43uT3gF 📅 วันที่: 26 - 28 สิงหาคม 2026 📍 สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC), Hall 3-4 🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม: summit.techsauce.co #TechsauceGlobalSummit2026 #Techsauce2026 #TheRaceToTheNext
42
ใครที่ไม่ควรพลาด Techsauce Global Summit 2026? 🏁 งานนี้คือพื้นที่สำหรับทุกคนที่อยากอัปเดตเทรนด์ เชื่อมต่อคนที่ใช่ และค้นหา “Next” ของตัวเองในโลกธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม . ไม่ว่าคุณจะเป็น… 💡Emerging Businesses / Entrepreneurship มองหาโอกาสใหม่ พาร์ทเนอร์ และแนวทางสเกลธุรกิจ 🚀 Corporate Leaders อัปเดตอินไซต์และกลยุทธ์ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต 🦾 AI & Deep Tech Professionals เจาะลึกเทคโนโลยีใหม่ Use Case จริง และเทรนด์ที่กำลังเปลี่ยนโลกธุรกิจ 📈Investors, VCs & CVCs ค้นหาดีลคุณภาพ นวัตกรรมที่น่าลงทุน และโอกาสเชื่อมต่อกับผู้เล่นสำคัญ 🤖Tech Professionals อัปสกิล เรียนรู้เครื่องมือใหม่ และต่อยอดการทำงานจริง 💼Marketing & Business Professionals เข้าใจเทรนด์ลูกค้า MarTech, AI Marketing และโอกาสใหม่ทางธุรกิจ 🎓 Students / Future Builders เปิดมุมมองใหม่ เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และเตรียมพร้อมสู่โลกอนาคต . สำหรับทุกใครที่อยากเรียนรู้ อัปเดตเทรนด์ เปิดมุมมองใหม่ เชื่อมต่อกับผู้คนที่หลากหลาย และค้นหาโอกาสใหม่ในโลกธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรม นี่คืองานที่คุณไม่ควรพลาด . มาร่วมกำหนด “Next” ของคุณ และค้นหาโอกาสใหม่ไปพร้อมกันที่ Techsauce Global Summit 2026 🎟️ ซื้อบัตรได้ที่: bit.ly/4a8dALR 📅 วันที่: 26 - 28 สิงหาคม 2026 📍 สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC), Hall 3-4 🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม: summit.techsauce.co #TechsauceGlobalSummit2026 #Techsauce2026 #TheRaceToTheNext
57
AIS โชว์วิสัยทัศน์เทคโนโลยีอัจฉริยะในงาน Global Telecom AIoT Summit 2026 นำโซลูชัน IoT ร่วมขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้ AI เพื่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม . AIS ร่วมโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีดิจิทัลอัจฉริยะ ในงาน Global Telecom AIoT Summit 2026 เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมด้าน Artificial Intelligence (AI) และ Internet of Things (IoT) ระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “AI for All” ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งรวบรวมผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรจากอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เทคโนโลยี และภาครัฐจากนานาประเทศ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการประยุกต์ใช้งาน AIoT ในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ภายในงาน นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร เอไอเอส พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมให้การต้อนรับผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และพันธมิตรจากทั้งในและต่างประเทศที่เข้าร่วมงาน . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/pr-news/ais-glo…
121
🏆 Techsauce Awards 2026 เปิดรับการเสนอชื่อองค์กรและบุคคลที่ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจ อุตสาหกรรม และสังคมไปข้างหน้า . ในปีที่ทุกองค์กรกำลังแข่งกับเวลา แข่งกับโอกาส และแข่งกับเส้นชัยใหม่ของตัวเอง นี่คือเวทีสำหรับผู้ที่ไม่ได้แค่ “ปรับตัว” แต่กล้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอนาคต . ปีนี้เปิดรับผลงานเข้าชิงใน 6 Categories, 18 Awards ครอบคลุมทั้ง People, Technology, AI Transformation, ESG Impact, Entrepreneur และ Business Building & Investment . 👥 People • The Sauciest Brand for Talent • The Sauciest Workplace & Culture • The Sauciest Chief People Officer of the Year . 💡 Technology • The Sauciest Tech Solution • The Sauciest Process Transformation • The Sauciest Tech Collab • The Sauciest Tech Scaleup • The Sauciest Infrastructure Enabler • The Sauciest Tech Visionary of the Year • The Sauciest Woman in Tech • The Sauciest Chief Technology Officer . 🤖 AI Transformation • The Sauciest AI-Driven Company • The Sauciest AI Governance Leadership Award by ETDA . 🌱 ESG Impact • The Sauciest Brand for a Better Planet . 🚀 Entrepreneur • The Sauciest Venture • The Sauciest Rising Star Entrepreneur • The Sauciest Founder of the Year . 🌐 Business Building & Investment • The Sauciest Ecosystem Catalyst . หากองค์กรของคุณ หรือบุคคลที่คุณรู้จัก กำลังสร้างผลลัพธ์จริงด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม AI วัฒนธรรมองค์กร ESG การลงทุน หรือการขับเคลื่อน Ecosystem นี่คือโอกาสในการส่งต่อเรื่องราวนั้นสู่เวทีระดับภูมิภาค . 📌 เปิดรับผลงาน: วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2026 📌 ประกาศผล: 27 สิงหาคม 2026 📍 บนเวที Techsauce Global Summit 2026 ณ Queen Sirikit National Convention Center (QSNCC), Bangkok, Thailand . ร่วมเสนอชื่อผู้เข้าชิงได้แล้ววันนี้ที่: bit.ly/49YcstS . เพราะเบื้องหลังทุกความเปลี่ยนแปลง ควรได้รับการมองเห็น . #TechsauceAwards2026 #TechsauceGlobalSummit2026 #Techsauce2026
75
Liberator เปิดเทรดหุ้นจีนและฮ่องกง รวมตลาดสหรัฐฯ ไว้บนแอปเดียว เตรียมดัน AI ช่วยวิเคราะห์การลงทุน . เงิน 40 บาทที่ซื้อกาแฟได้แก้วเดียว ตอนนี้ใช้เริ่มลงทุนหุ้นฮ่องกงได้แล้ว เมื่อบริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ Liberator ขยับครั้งใหญ่ด้วยการเปิดบริการซื้อขายหุ้นจีนและหุ้นฮ่องกง เพิ่มจากหุ้นสหรัฐฯ ที่ให้บริการอยู่เดิม รวมทุกตลาดไว้บนแอปพลิเคชันเดียว เจาะกลุ่มนักลงทุนไทยที่อยากกระจายพอร์ตออกนอกประเทศแต่ติดข้อจำกัดเรื่องเงินก้อนและค่าธรรมเนียม . ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มาภายใต้แนวคิด 'Liberator แอปเดียว เทรดได้ทั่วโลก' ที่ตั้งใจปลดล็อกกำแพงเดิมของการลงทุนต่างประเทศ ทั้งเรื่องการเข้าถึงตลาด เงินลงทุนเริ่มต้น และต้นทุนค่าธรรมเนียม โดยคิดค่าคอมมิชชันหุ้นต่างประเทศทั้งสหรัฐฯ จีน และฮ่องกงในอัตราเดียวคือ 0.1% . คุณวทันยา บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด กล่าวว่า "Liberator 2.0 คือก้าวต่อไปของลิเบอเรเตอร์ในการยกระดับแพลตฟอร์มการลงทุนของคนไทย จากเดิมที่เรามุ่งทำให้การลงทุนเข้าถึงง่ายและเป็นธรรมมากขึ้น วันนี้เรากำลังขยายขอบเขตของโอกาสให้กว้างกว่าเดิม ด้วยการเปิดให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงตลาดหุ้นต่างประเทศได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ้นสหรัฐฯ จีน ฮ่องกง และในอนาคตกว่า 21 ประเทศทั่วโลก ผ่านแอปเดียวของ Liberator" . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/pr-news/liberat…
136
มูลค่าการค้าระหว่างไทยกับเวียดนามแตะ 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลของทั้งสองประเทศมองตรงกันว่าตัวเลขนี้ยังไปได้ไกลกว่านั้นมาก ถึงขั้นตั้งเป้าดันให้ถึง 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐในระยะอันใกล้ และก้าวแรกของเป้าหมายนี้ก็เกิดขึ้นแล้วกลางกรุงฮานอย เมื่อนายกรัฐมนตรีไทยนำทัพนักธุรกิจชั้นนำไปนั่งโต๊ะเจรจากับฝั่งเวียดนามแบบตัวต่อตัว . สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จัดงานประชุม Thailand – Vietnam Investment and Business Networking 2026 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม Fairmont Hanoi กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และหัวหน้าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของไทย ขณะที่ฝ่ายเวียดนามนำโดยประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม (Vietnam Chamber of Commerce and Industry: VCCI) มีนักธุรกิจชั้นนำจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมกว่า 100 คน เป้าหมายคือเชื่อมโยงความร่วมมือใน 5 อุตสาหกรรมศักยภาพสูง ได้แก่ พลังงานสะอาด ดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเซมิคอนดักเตอร์ อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม . คุณอนุทินกล่าวเปิดการประชุมโดยเน้นย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนามกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ภายใต้กรอบหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ซึ่งจะยกระดับความร่วมมือของสองประเทศในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการพัฒนาศักยภาพของภาคเอกชน . ตัวเลขที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของเวียดนามในอาเซียน ขณะที่เวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับสองของไทยในอาเซียน ทั้งสองประเทศต่างมีจุดแข็งทางเศรษฐกิจที่เกื้อหนุนและต่อยอดซึ่งกันและกันได้ โดยคุณอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อในศักยภาพของภาคเอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และมั่นใจว่าความร่วมมือที่ใกล้ชิดขึ้นจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก . คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้ว่าหัวใจของความร่วมมือไทย-เวียดนามคือยุทธศาสตร์ Three Connects ที่ประกอบด้วยการเชื่อมโยง 3 ด้าน คือ ห่วงโซ่อุปทาน เศรษฐกิจท้องถิ่นและภาคบริการ และยุทธศาสตร์การเติบโตสีเขียว . ยุทธศาสตร์นี้สอดรับกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงของโลกใน 3 เรื่องใหญ่ เรื่องแรกคือภูมิรัฐศาสตร์ที่ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งอาเซียนโดยเฉพาะไทยและเวียดนามถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการลงทุน เรื่องที่สองคือการมุ่งสู่พลังงานสะอาด ซึ่งนักลงทุนไทยมีความเชี่ยวชาญและลงทุนในเวียดนามมายาวนาน จึงควรร่วมกันผลักดันการเชื่อมโยงพลังงานสะอาดทั่วทั้งภูมิภาค และเรื่องที่สามคือการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ที่ทั้งสองประเทศมีจุดแข็ง โดยเฉพาะการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/news/thailand-v…
175
เคลียร์ทุกข้อสงสัย มัดรวม Q&A สำคัญที่คุณต้องรู้ในงาน Techsauce Global Summit 2026 งานประชุมและนิทรรศการด้านเทคโนโลยี ธุรกิจ และนวัตกรรม ที่จะพาคุณไปอัปเดตเทรนด์แห่งอนาคต พร้อมเชื่อมต่อโอกาสใหม่ตลอด 3 วันเต็ม 🚀 . • ถ้าคุณกำลังลังเลว่าจะมางานนี้ดีไหม? • บัตรคุ้มค่าหรือเปล่า? • เรามัดรวมทุกคำตอบสำคัญที่จะเปลี่ยนการตัดสินใจของคุณมารวมไว้ที่นี่แล้ว! . มาร่วมค้นหา “Next” ของธุรกิจคุณ และเตรียมพร้อมก่อนใครในสนามแห่งอนาคต 🎟️ ซื้อบัตรได้ที่:bit.ly/3ROOlYt 📅 วันที่: 26 - 28 สิงหาคม 2026 📍 สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC), Hall 3-4 🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม: summit.techsauce.co #TechsauceGlobalSummit2026 #Techsauce2026 #TheRaceToTheNext
1
34
นักวิจัยไทยจำนวนไม่น้อยพัฒนาเทคโนโลยีหรือต้นแบบผลิตภัณฑ์ได้สำเร็จ แต่กลับสะดุดเมื่อต้องนำผลงานออกสู่ตลาดจริง ขยายธุรกิจ และสร้างการเติบโตเชิงพาณิชย์ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าประเทศไทยมีนวัตกรรมมากพอหรือไม่ แต่คือทำอย่างไรให้นวัตกรรมเหล่านั้นเติบโตเป็นธุรกิจที่อยู่รอดและแข่งขันได้ในระยะยาว . ล่าสุดสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล ประกาศเปิดตัว Blue Horizon โปรแกรมบ่มเพาะ Startup และเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) รุ่นใหม่ ที่มุ่งแก้โจทย์นี้ตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการสร้างรากฐานธุรกิจและโครงสร้างทีมที่แข็งแรงให้ผู้ประกอบการตั้งแต่ก้าวแรก พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าถึงนักลงทุนได้ง่ายขึ้น โดยเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันนี้ถึง 20 มิถุนายน 2569 . รศ. ดร. วิริยะ เตชะรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (INT) มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า ประเทศไทยไม่เคยขาดแคลนคนเก่งหรือเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ แต่สิ่งที่ทำให้ Startup จำนวนมากสะดุด คือการเริ่มต้นธุรกิจโดยขาดองค์ประกอบที่จำเป็นต่อการเติบโตในระยะยาว . "หลายคนมองว่าการสร้าง Startup ต้องเริ่มจากไอเดียหรือเงินทุน แต่ในความเป็นจริง Startup ที่ดีต้องเริ่มจากการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง หากเริ่มต้นด้วยทีมที่ไม่พร้อม ต่อให้มีเทคโนโลยีที่ดีหรือได้รับเงินลงทุนจำนวนมาก ก็อาจเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน" . หนึ่งในช่องว่างสำคัญของ Startup ไทยในมุมมองของ รศ. ดร. วิริยะ คือนักวิจัยจำนวนมากมีเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่มีศักยภาพ แต่ขาดผู้ร่วมก่อตั้งหรือทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจมาช่วยต่อยอด ขณะที่ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยมีประสบการณ์ด้านการตลาดและการพัฒนาธุรกิจ แต่กำลังมองหาเทคโนโลยีใหม่เพื่อสร้างการเติบโต ช่องว่างระหว่างคนสองกลุ่มนี้เองที่ทำให้นวัตกรรมจำนวนมากไม่สามารถก้าวออกจากห้องปฏิบัติการไปสู่ตลาดได้สำเร็จ . "Startup ที่จะเติบโตได้ ควรต้องมีรากฐานที่แข็งแรง เริ่มตั้งแต่เทคโนโลยีที่ดี และโครงสร้างทีมที่แข็งแรง โครงการบ่มเพาะ Startup ที่ทางสถาบันได้ออกแบบมานี้ จึงไม่ได้มุ่งสร้างความสำเร็จระยะสั้น แต่ต้องการสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับ Startup ตั้งแต่ก้าวแรก" . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/pr-news/mahidol…
118
ทุกครั้งที่เราพิมพ์คำถามหนึ่งบรรทัดใส่ AI เบื้องหลังคือพลังงานไฟฟ้าและน้ำจำนวนมหาศาลที่ถูกดึงไปประมวลผลในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดยักษ์ที่ไหนสักแห่งบนโลก โจทย์ที่ตามมาคือ ถ้าศูนย์ข้อมูลเหล่านั้นเลือกย้ายมาตั้งในไทย เราพร้อมจ่ายทั้งไฟและน้ำให้มันเดินเครื่องแบบไม่สะดุด และทำได้อย่างยั่งยืนหรือยัง นี่คือแก่นของเวทีเสวนา 'No Sustainability, No Scale: The New Rules for AI and Data Centers' ที่ตีความความยั่งยืนให้กลายเป็นใบอนุญาตในการดำเนินธุรกิจ (License to Operate) ของ AI และ Data Center โดยตรง เวทีนี้ดึงผู้บริหารระดับสูงจากฝั่งพลังงานและน้ำของไทยมานั่งตอบคำถามเดียวกัน ทั้ง ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), คุณนพเดช กรรณสูต นายกสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตไฟฟ้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชันธุรกิจอุตสาหกรรม บมจ. บี.กริม เพาเวอร์, คุณสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บมจ. กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ และคุณบดินทร์ อุดล กรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (East Water) ดำเนินรายการโดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน . [Key Takeaways] . [1] Data Center คือถนนเส้นใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ใช่ของที่มีไว้ก็ดี . คุณสมิทธ์ตอบเสียงวิจารณ์ที่ว่า Data Center กินทรัพยากรเยอะแต่สร้างงานน้อย ด้วยการเปรียบมันเป็นถนนที่ตัดเข้าเมือง ถ้าไม่มีถนน เมืองปลายทางก็ไม่โต แต่พอถนนมาถึง โรงแรม ร้านอาหาร และการท่องเที่ยวจะตามมาเอง หัวใจคือถนนต้องมาก่อน และถ้าไทยไม่มีศูนย์ข้อมูลของตัวเอง สมองและข้อมูลทั้งหมดจะไปกองอยู่ต่างประเทศ วันที่สายส่งอินเทอร์เน็ตมีปัญหาหรือเกิดภาวะสงครามจนถูกตัดขาด ประเทศจะเดินต่อลำบาก คุณสมิทธ์ยกตัวอย่างเกาหลีและสิงคโปร์ที่ออกกฎหมายให้ข้อมูลสำคัญต้องอยู่ในประเทศ และจีนที่บล็อก Artificial Intelligence (AI) ต่างชาติเพื่อบังคับให้ใช้ของตัวเอง . [2] ความยั่งยืนคือ License to Operate ไม่ใช่ทางเลือก . ดร.นรินทร์ย้ำตามธีมงานว่า No Sustainability, No Scale ความยั่งยืนวันนี้ไม่ใช่ของแถม แต่เป็นเงื่อนไขบังคับ เพราะสิ่งที่ Data Center มองหาคือไฟสีเขียวที่จ่ายได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน คำถามใหญ่ 3 ข้อที่ ดร.นรินทร์จัดกลุ่มไว้จึงได้แก่ คุณภาพไฟฟ้าของไทยดีพอจะแข่งดึงการลงทุนได้ไหม กำลังผลิตและระบบส่งพอจะรองรับการเติบโตระยะยาวหรือไม่ และไทยจ่ายไฟสีเขียวแบบ 24/7 ได้จริงหรือเปล่า . [3] ไฟฟ้าไทยไม่ได้แค่ 'พอ' แต่ต้องดีทั้งปริมาณและคุณภาพ . ตัวเลขที่ ดร.วิทย์ ยกขึ้นมาคือไทยมีกำลังผลิตราว 52,000 เมกะวัตต์ แต่ใช้จริงช่วงพีกแค่ราว 37,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเหลือเฟือในแง่ปริมาณ แต่ Data Center ต้องการระบบที่ไหลลื่นและเสถียร ไม่ใช่แค่ไฟเยอะ มุมมองจึงเปลี่ยนจากการดูแค่ปริมาณ มาเป็นทั้งปริมาณและคุณภาพ และเปลี่ยนการวางแผนแบบนิ่ง ๆ มาเป็น Smart Resilience Planning ในมิติคุณภาพ ผลการศึกษาเปรียบเทียบระดับนานาชาติชี้ว่าไทยมีไฟตกไฟดับน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่พรมแดนติดกัน และดีกว่าประเทศที่เป็นเกาะซึ่งคนไทยชอบไปเที่ยว 2 ถึง 5 เท่า . [4] กฟผ. เดินจากผู้ขายไฟสู่ Grid Modernization และไฟเขียว 24/7 . สัดส่วนพลังงานทดแทน (Renewable Energy หรือ RE) ของไทยวันนี้อยู่ที่ราว 25% และตามร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan หรือ PDP) ฉบับใหม่ อาจขึ้นไปถึงราว 70% เพื่อรองรับสิ่งนี้ กฟผ. ทำโปรแกรม Grid Modernization ทั้งการใช้ AI พยากรณ์การผลิตไฟจากพลังงานทดแทน การตั้ง Disturbance Analysis Center และการเพิ่มความยืดหยุ่นด้วยโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับและ Grid-Scale Battery Energy Storage ที่ทำหน้าที่ Energy Shifting คล้าย Time Machine บวกกับแคมเปญ Utility Green Tariff (UGT) ที่เป็นจุดเริ่มต้นของไฟเขียว 24/7 และในภาคตะวันออกได้นำร่องอัปเกรดระบบ 3 ไซต์ จ่ายไฟเพิ่มได้ 550 เมกะวัตต์เบื้องต้น พร้อมแผนขยายรองรับอีก 3,000 ถึง 4,000 เมกะวัตต์ . [5] น้ำคือทรัพยากรที่ 'เอาแน่เอานอนไม่ได้' หัวใจอยู่ที่การคาดการณ์ . คุณบดินทร์อธิบายว่าน้ำเป็นสิ่งที่ Data Center ขาดไม่ได้พอ ๆ กับไฟ และปัญหาน้ำก็ไม่ตายตัว บางพื้นที่แล้งแต่อีกที่กลับท่วม East Water จึงทุ่มความพยายามกว่า 80% ไปกับการป้องกันปัญหา ผ่านกริดน้ำกว่า 500 กิโลเมตรในภาคตะวันออกที่เคลื่อนย้ายน้ำได้ราว 600 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และยึดหลัก Demand Supply Engagement คือประสานความต้องการกับปริมาณน้ำเพื่อให้คาดการณ์ได้แม่นยำ ที่สำคัญคือ Data Center ไม่ได้มาแย่งน้ำชาวบ้าน เพราะตามลำดับจัดสรรของกรมชลประทาน ชุมชนมาก่อน ตามด้วยเกษตรและนิเวศ ส่วนอุตสาหกรรมอยู่ท้ายสุด โดยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor หรือ EEC) ชุมชนใช้น้ำราว 10% เกษตรและนิเวศรวมราว 80% ขณะที่อุตสาหกรรมใช้เพียงราว 7 ถึง 8% [6] คนคือ Game Changer ปั้นทักษะตั้งแต่ระดับประถมถึงมหาวิทยาลัยระดับโลก . คุณนพเดชย้ำว่าทรัพยากรที่สำคัญที่สุดคือคน โจทย์คือทำให้การลงทุน Data Center ยกระดับแรงงานทักษะสูงและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ไทยจริง ผ่านนโยบาย Local Content ที่หารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment หรือ BOI) ตัวอย่างที่ บี.กริม ทำจริงคือ Data Center ระดับ Hyper-scale 94 เมกะวัตต์ มูลค่า 25,000 ล้านบาทที่ชลบุรี ที่ใช้คนไทยกว่า 90% และ Supply Chain ในประเทศ 100% ส่วนการปั้นคนเริ่มตั้งแต่รากฐาน ทั้งการบ่มเพาะเด็กสาย Science, Technology, Engineering and Mathematics (STEM) กว่า 108,000 คน ระบบทวิภาคีแบบเยอรมัน และการดึงมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Harbour.Space จากบาร์เซโลนาเข้ามาร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย . [7] 'มาทีหลัง' กลับกลายเป็นจุดแข็งของไทย . หลายคนกังวลว่าไทยเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายเพราะสิงคโปร์และมาเลเซียเต็มแล้ว แต่คุณสมิทธ์กลับมองว่าการมาทีหลังคือข้อได้เปรียบ เพราะไทยได้เครื่องรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Nvidia รุ่น 200 หรือรุ่นถัดไปที่ชื่อ Rubin ที่ผลิตหนึ่งโทเคน (Token) โดยใช้ไฟและน้ำน้อยลง อาคารก็ออกแบบใหม่รองรับระบบ Water Cool และเครื่องรุ่นใหม่ที่หนักถึง 2 ถึง 3 ตันต่อแร็ก ขณะที่อาคารเก่าในต่างประเทศที่ไม่ได้ออกแบบเผื่อไว้รับไม่ไหว Gulf ยังเป็นรายแรกในไทยที่ทำค่าประสิทธิภาพการใช้ไฟ หรือ Power Usage Effectiveness (PUE) ได้ต่ำมาก หัวใจที่คุณสมิทธ์ทิ้งไว้คือ Data Center ไม่ใช่การมาแย่งทรัพยากรประชาชน แต่คือการใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่แค่ Maximize แต่คือ Optimize . [8] ปลดล็อกด้วยการเปลี่ยนบทบาทรัฐ จากผู้กำกับสู่ผู้สนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ ดร.นรินทร์ระบุว่ากุญแจสำคัญคือการขยับมุมมองจากการเป็นผู้กำกับที่เน้นควบคุม (Regulatory Control) ไปสู่การเป็นผู้สนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Enablement) คือเปลี่ยนจากการป้องกันความเสี่ยง มาเป็นการบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการสร้างโอกาส โดยมองตามไอร์แลนด์ที่ถือว่า Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ ด้านคุณบดินทร์เสริมว่าการบริหารน้ำต้องบูรณาการให้ดียิ่งขึ้น และเมื่อ กฟผ. เคลียร์คอขวดด้านไฟ East Water วาง Connectivity ด้านน้ำ และผู้ผลิตไฟอย่าง Gulf กับ บี.กริม จัดการฝั่ง Supply ทั้งหมดจะประกอบกันเป็น Value Chain ที่ทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลเดินไปพร้อมกับการรักษาทรัพยากรของคนไทย . อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่: techsauce.co/sustainable-foc…
2
1,089
🚀 50 บูธสุดท้าย! โอกาสสำคัญสำหรับแบรนด์ที่อยากเชื่อมต่อกับผู้คน โอกาส และเครือข่ายธุรกิจใหม่ในงาน Techsauce Global Summit 2026 . การออกบูธในงานนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มการมองเห็นให้แบรนด์ แต่คือโอกาสในการพบกลุ่มเป้าหมายที่ใช่ นำเสนอโซลูชันของคุณต่อผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายอุตสาหกรรม และต่อยอดบทสนทนาให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจจริง . ตลอด 3 วันเต็ม แบรนด์ของคุณจะได้อยู่ในพื้นที่ที่รวมผู้นำองค์กร นักลงทุน ผู้ประกอบการ นักนวัตกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และผู้เล่นสำคัญจากทั้งไทยและต่างประเทศไว้ในที่เดียว หากแบรนด์ของคุณกำลังมองหาโอกาสในการขยายเครือข่าย สร้างพาร์ทเนอร์ใหม่ และเข้าถึงตลาดที่กว้างขึ้น นี่คือจังหวะที่ไม่ควรพลาด . เหลือเพียง 50 บูธสุดท้ายเท่านั้น จองบูธวันนี้ ก่อนเต็ม! 🎯 จองบูธได้ที่: bit.ly/4v0Ze8r 📅 วันที่: 26 - 28 สิงหาคม 2026 📍 สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC), Hall 3-4 🌐 รายละเอียดงานเพิ่มเติม: summit.techsauce.co #TechsauceGlobalSummit2026 #Techsauce2026 #Exhibition
60
ในยุคที่ทุกองค์กรแข่งกันพูดเรื่อง AI และ Digital Transformation สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามไปคือรากฐานที่ AI ต้องยืนอยู่ ซึ่งก็คือระบบ IT ที่แข็งแรงพอจะรองรับมันได้จริง . แต่ในความเป็นจริง หลายองค์กรยังคงวิ่งบนระบบเดิมที่สะสม Technical Debt มาหลายปี และผู้บริหารส่วนใหญ่มองการปรับปรุงระบบให้ทันสมัย (System Modernization) ว่าเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ต้องชั่งน้ำหนักว่าจะลงทุนหรือไม่ สิ่งที่พวกเขามักไม่นับคือต้นทุนที่จ่ายไปแล้วทุกวันโดยไม่รู้ตัว ผ่านระบบที่ช้าลง โอกาสที่หายไป และนวัตกรรมที่ไปไม่ถึง . ทีม Techsauce ได้พูดคุยกับคุณแดน - แดนพบ ไพโรจน์บริบูรณ์ ผู้จัดการอาวุโส บริษัท ABeam Consulting หนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจชั้นนำระดับโลก ที่ให้บริการแบบบูรณาการ ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดกลยุทธ์ การทรานส์ฟอร์มองค์กร ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีไปสู่การปฏิบัติจริง ซึ่งได้ทำโครงการ System Modernization และ Digital Transformation กับองค์กรขนาดใหญ่ในไทยมาอย่างต่อเนื่อง . มุมมองจากคนที่อยู่ในสนามจริงทำให้เห็นภาพที่ชัดขึ้นว่า การไม่ตัดสินใจก็คือการตัดสินใจ เพียงแต่เป็นการเลือกจ่ายในรูปแบบที่มองไม่เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/tech-and-biz/te…
1
73
คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBank) เปิดปาฐกถาแรกของงาน EARTH JUMP 2026 ด้วยการรื้อความเข้าใจเดิมเรื่องความยั่งยืนทิ้งทั้งหมด . ปาฐกถาในหัวข้อ 'A Bridge to Empowered Actions สะพานแห่งความยั่งยืน' คือการเปิดฉากงาน EARTH JUMP 2026 ที่ธนาคารกสิกรไทยจับมือพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จุดต่างของปีนี้คือการขยับบทบาทจากเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ไปสู่แพลตฟอร์มที่ผลักให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises หรือ SME) ลงมือทำจริงในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และทั้งหมดถูกร้อยเข้าด้วยกันด้วยสัญลักษณ์เดียวคือ 'สะพาน' . [1] Net Zero คือใบอนุญาตทำธุรกิจ ไม่ใช่โบนัสหรือภาระ . คุณขัตติยาเปิดด้วยการรื้อความเข้าใจเดิมที่หลายคนมองว่าการทำเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นแค่แต้มบวกเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นน้ำจิ้ม หรือเป็นต้นทุนที่เพิ่มภาระให้ธุรกิจ คุณขัตติยากลับด้านความคิดนั้นทั้งหมดและบอกว่า Net Zero คือใบอนุญาตที่จะทำให้เรายังมีสิทธิ์ทำธุรกิจและแข่งขันได้ในโลกอนาคต เพราะโลกวันนี้คือโลกใบใหม่ที่มีกติกาใหม่เกิดขึ้น และกติกานั้นยังเขียนไม่จบ มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ใครที่ไม่ทำก็เท่ากับค่อย ๆ เสียสิทธิ์ในการอยู่ในเกม ด้วยเหตุนี้จึงต้องลงมือทั้งระยะสั้นและระยะยาวไปพร้อมกัน เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้ยาว ๆ . [2] วิกฤตเลือกไม่ได้ แต่เลือกได้ว่าจะรับมืออย่างไร . คุณขัตติยายอมรับว่าหลายคนยังมีเสียงในใจที่สงสัยว่าจำเป็นต้องทำเรื่องนี้ตอนนี้เลยหรือไม่ ในเมื่อรอบตัวเต็มไปด้วยความท้าทายพร้อมกันหมด ทั้งเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เทคโนโลยีและ AI ที่เปลี่ยนเร็ว สงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เรื่องภาษี ต้นทุนที่พุ่งขึ้น และวัตถุดิบที่ขาดแคลน คำตอบของคุณขัตติยาคือ วิกฤตเป็นสิ่งที่มาแล้วก็ไป เราเลือกไม่ได้ว่าจะให้เกิดอะไร เกิดเมื่อไหร่ หรือจะหลีกเลี่ยงมัน สิ่งเดียวที่เลือกได้คือเราจะตอบสนองกับมันอย่างไร และที่ผ่านมาคนไทยก็ผ่านทุกวิกฤตมาได้ทุกครั้ง แต่โจทย์ที่ลึกกว่าคือ เมื่อเอาตัวรอดจากวิกฤตระยะสั้นไปได้แล้ว พอถึงระยะกลางและระยะยาว เรายังมีของที่จะทำให้แข่งขันต่อได้อยู่หรือไม่ . [3] เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ แค่ตามล่าหา Waste . คุณขัตติยาเข้าใจว่าหลายคนมองว่าเรื่อง Net Zero เท่ากับการลงทุนก้อนใหญ่ ทั้งเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนเครื่องจักร และต้องพร้อมเต็มที่ก่อนจึงจะเริ่มได้ ซึ่งบางเรื่องก็จริง แต่คุณขัตติยาชวนให้เริ่มจากสิ่งที่ทำได้เลยวันนี้ ด้วยคำถามง่าย ๆ ว่าในกระบวนการธุรกิจมีอะไรที่สูญเปล่าหรือเป็น Waste อยู่บ้าง ไล่ตั้งแต่สินค้าที่ผลิตออกมาแล้วไม่ได้มาตรฐานจนต้องทิ้ง ขั้นตอนที่ต้องใช้เอกสารหรือกระบวนการโดยไม่จำเป็น การผลิตที่ซ้ำซ้อน สินค้าที่ไม่ตรงความต้องการตลาดจนต้องเก็บสต็อก ไปจนถึงการผลิตเกินดีมานด์ พอปรับสินค้าให้ตรงกับตลาดและตัดขั้นตอนซ้ำซ้อนออก มันก็เท่ากับลดกระบวนการ ลดพลังงาน และลดคาร์บอนไปโดยอัตโนมัติ ปลายทางคือประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ต้นทุนที่ต่ำลง และกำไรที่มากขึ้น ภายใต้แนวคิด 'อยู่กับความจริง ดูว่าวันนี้เรามีอะไร แล้วลงมือทำงานไปกับสิ่งที่มี' . [4] KBank คอมมิต Net Zero พอร์ตสินเชื่อภายในปี 2050 . ในฐานะตัวอย่างจริง คุณขัตติยาเล่าว่า KBank ทำเรื่อง Green มาตลอด และประกาศคอมมิตว่าพอร์ตสินเชื่อทั้งหมด ซึ่งก็คือลูกค้าสินเชื่อทุกรายของธนาคาร จะไปถึง Net Zero ภายในปี 2050 ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ คุณขัตติยาไม่ปิดบังว่าในช่วงต้น การปล่อยคาร์บอนยังลดลงได้ไม่มากนัก เพราะธนาคารเลือกที่จะ Practical ในวันที่ความพร้อมด้านเทคโนโลยียังไม่มา ความพร้อมของลูกค้ายังไม่มา และบริบทของประเทศก็อาจจะยังไม่พร้อม แต่มาถึงวันนี้เส้นทางการลดคาร์บอนกลับชันลงอย่างชัดเจน เพราะเทคโนโลยีพร้อมแล้ว และลูกค้ากับผู้ประกอบการก็พร้อมแล้ว บทเรียนที่คุณขัตติยาสรุปจากเรื่องนี้คือ ให้เข้าใจบริบทที่เป็นอยู่ ทำงานกับสิ่งที่มี แล้วเริ่มลงมือ โดยไม่ต้องรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์ก่อน . [5] Green Finance ต้องมาจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่ธนาคาร . คุณขัตติยาย้ำว่า Green Finance ต้องเดินคู่ไปกับเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีแต่ละตัวมีระดับความพร้อมหรือ Maturity ไม่เท่ากัน และคำว่า Green Finance ไม่ได้หมายถึงเงินจากสถาบันการเงินเท่านั้น แต่คือเงินลงทุนจากทุกภาคส่วน คุณขัตติยาอธิบายผ่านความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงกับผลตอบแทน ช่วงต้นทางคืองานวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่เป็น High Risk, High Reward คือเสี่ยงสูงและทำยาก แต่ถ้าสำเร็จจะลดคาร์บอนได้มหาศาล ช่วงนี้จึงต้องพึ่งแรงสนับสนุนหนัก ๆ จากภาครัฐ และไม่ใช่แค่เม็ดเงิน แต่ต้องดึงผู้เชี่ยวชาญทั้งในไทยและทั่วโลกมาช่วยพัฒนา สมมติเริ่มจากโครงการ R&D 100 โครงการ อาจสำเร็จราว 10 โครงการ และเหลือเพียงราว 2 โครงการที่พร้อมออกสู่เชิงพาณิชย์ (Commercialize) ซึ่งเป็นจังหวะที่ภาคเอกชนและสถาบันการเงินจะเข้ามาเต็มตัว น้ำหนักของการสนับสนุนจึงค่อย ๆ ขยับจากภาครัฐไปสู่ภาคเอกชนตามความสุกงอมของเทคโนโลยี แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคือทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน . [6] สะพาน 4 แบบที่พาจากความตั้งใจไปสู่การลงมือทำ . คุณขัตติยายกตัวอย่างสะพานรากไม้ที่อินเดีย ที่ชาวบ้านเอาต้นไม้ กิ่งไม้ และรากไม้มาพันกันจนข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวได้ และยิ่งแข็งแรงขึ้นทุกวัน เพื่อสะท้อนว่าเรื่องยากต้องเริ่มจากการลงมือทำและความอดทน จากนั้นคุณขัตติยาวางสะพาน 4 แบบสู่เป้าหมาย สะพานแรกคือเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) จากการทำเพื่อเอาตัวรอดระยะสั้น ไปเป็นการคว้าโอกาสและการเติบโตที่ยั่งยืน สะพานที่สองคือมองกฎระเบียบเสียใหม่ ในเมื่อมันยากสำหรับทุกคน ใครที่ทำสำเร็จก่อนก็คือผู้ชนะที่คว้าโอกาสไว้ได้ สะพานที่สามคือเลิกคิดว่าเรื่องนี้เป็นของบริษัทใหญ่เท่านั้น แต่ต้องดันไปทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และกลุ่ม SME เพราะวันนี้คู่ค้าตรวจหมดว่าวัตถุดิบมาจากไหน เป็น Net Zero หรือไม่ และใช้แรงงานแบบใด ถ้าห่วงโซ่ไปไม่ถึง บริษัทใหญ่ก็อยู่ไม่รอด และสะพานที่สี่คือเปลี่ยนจากการมีวิสัยทัศน์และคำมั่น ไปสู่การลงมือทำจริง . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/sustainable-foc…
464
สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทยมอบรางวัล Thai HealthTech Excellence Awards 2026 รมว.สาธารณสุขรับรางวัลพร้อม 25 หน่วยงาน ดัน Medical AI ฝีมือคนไทยสู่ตลาดโลก . นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขึ้นรับรางวัล Thai HealthTech Excellence Awards 2026 หมวดผู้สนับสนุน HealthTech Ecosystem ระดับ Diamond บนเวที Health Tech Thailand Executive Dinner 2026 ที่สมาคมการค้าเฮลท์เทคไทยจัดขึ้นภายใต้ธีม 'Medical AI in Action: From Source Code to Scale' รางวัลนี้ไม่ได้มอบให้ในฐานะพิธีการ แต่สะท้อนบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขที่หนุนหลังระบบนิเวศสตาร์ทอัพด้านสุขภาพ (HealthTech Startup) ของไทยมาต่อเนื่อง ตั้งแต่เปิดโจทย์จากหน้างานจริงในโรงพยาบาล ร่วมพัฒนานวัตกรรม เปิดพื้นที่ทดลองใช้ ไปจนถึงดันเทคโนโลยีการแพทย์ฝีมือคนไทยให้เข้าไปใช้งานจริงในระบบบริการสุขภาพ . ภายในงานมีหน่วยงานรับรางวัลทั้งหมด 25 หน่วยงานที่เป็นกำลังหลักของวงการ ตั้งแต่โรงเรียนแพทย์ สภาวิชาชีพ โรงพยาบาลเอกชน ไปจนถึงหน่วยงานรัฐที่ปล่อยทุนและวางมาตรฐาน แต่แก่นที่สมาคมฯ พยายามสื่อสารผ่านธีมงานชัดเจนกว่านั้น นั่นคือการผลักดันปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) ทางการแพทย์ หรือที่วงการเรียกกันสั้น ๆ ว่า Medical AI ฝีมือคนไทย ให้ข้ามจากโค้ดในห้องแล็บไปสู่การใช้งานจริง และไปไกลถึงระดับโลก โจทย์นี้มาพร้อมตัวเลขเศรษฐกิจที่ทำให้หลายคนต้องหันมามอง . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/pr-news/thai-he…
1
1
100
🔥AI กำลังเปลี่ยนสนามแข่งขันของทุกธุรกิจ และนี่คือโอกาสที่จะได้ฟังอินไซต์จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในงานเดียว . พบกับตัวแทนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกในงาน Techsauce Global Summit 2026 ไม่ว่าจะเป็น • Sid Sharma - Head of Go-To-Market, Southeast Asia and India, OpenAI • Maryann Tseng - Senior Managing Director, SenseTime Inc. และผู้เชี่ยวชาญระดับโลกอีกมากมาย . นี่ไม่ใช่แค่โอกาสในการอัปเดตเทรนด์ AI แต่คือโอกาสในการเข้าใจทิศทางของเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนวิธีทำงาน การแข่งขัน และการเติบโตของธุรกิจในอนาคต . เตรียมพบกับ 300 Sessions, 350 Exhibitions และ 40 Workshops ตลอด 3 วันเต็ม เพื่อค้นหา “Next” ของธุรกิจคุณในสนามเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี . 🎟️ ซื้อบัตรได้ที่: bit.ly/4uWkYSC 📅 วันที่: 26 - 28 สิงหาคม 2026 📍 สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC), Hall 3-4 🌐 รายละเอียดงานเพิ่มเติม: summit.techsauce.co #TechsauceGlobalSummit2026 #Techsauce2026 #TheRaceToTheNext
59
กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เตรียมจัดงาน Tech Conference ระดับประเทศ “KBTG Techtopia” ปีที่ 4 ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านเทคโนโลยี ภายใต้ธีม “Human of Tomorrow” ที่ไม่ได้แค่ชวนมองว่าเทคโนโลยีกำลังจะไปทางไหน แต่ชวนตั้งคำถามสำคัญว่า “มนุษย์” อย่างเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร ท่ามกลางกระแส Agentic AI และระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว . เตรียมพบกัน ในวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรร่วมงานได้ที่ zipeventapp.com/e/kbtg-techt… ในราคา 1,800 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 16 กันยายน 2569 . นางวรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา KBTG Techtopia ไม่เพียงเป็นงานสัมมนาด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็น “ปรากฏการณ์” ที่สะท้อนพลังของชุมชนเทคโนโลยีไทยและระดับภูมิภาค โดยมีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 4,000 คนจากหลากหลายสาขา ทั้งนักพัฒนา ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และผู้นำองค์กรด้านดิจิทัล KBTG Techtopia จึงกลายเป็นเวทีสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมอง และเทรนด์เทคโนโลยีระดับโลก พร้อมทั้งสร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ ให้กับผู้เข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในงานที่ชุมชนเทคโนโลยีต่างเฝ้ารอในทุกปี . เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว KBTG จึงเตรียมจัดงาน KBTG Techtopia ปีที่ 4 ภายใต้ธีม “Human of Tomorrow” โดยปีนี้จะไม่ได้มุ่งคาดการณ์ทิศทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ชวนทุกคนกลับมาตั้งต้นที่คำถามสำคัญว่า เมื่อ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ การทำงาน และชีวิตประจำวัน “มนุษย์” จะนิยามตัวตน บทบาท และคุณค่าของตนเองอย่างไรในอนาคตที่ความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติ และการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การ “Reinvent” ตัวเองจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทักษะสำคัญของการอยู่รอด KBTG Techtopia: Human of Tomorrow ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มเปิดที่รวบรวมองค์ความรู้ มุมมอง และบทสนทนาจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกกว่า 80 คน ครอบคลุม 6 แกนหลักสำคัญ . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/pr-news/techtop…
1
131
ในขณะที่ Artificial Intelligence (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ทั่วโลก หลายองค์กรเริ่มกลับมาทบทวนไม่เพียงแค่วิธีการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่รวมถึงวิธีการบริหารจัดการ การส่งมอบ และการดูแลรักษาระบบซอฟต์แวร์ในระยะยาวด้วย . สำหรับ Manao Software บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สัญชาติเดนมาร์กที่มีฐานการดำเนินงานในประเทศไทย และมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 19 ปี AI ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงกระแสระยะสั้นหรือเครื่องมือทางการตลาด แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรและกระบวนการส่งมอบซอฟต์แวร์ในระยะยาว . ปัจจุบันบริษัทได้นำ AI เข้ามาเสริมในกระบวนการทำงานภายใน เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ ยกระดับคุณภาพงานพัฒนา เพิ่มความโปร่งใสในการบริหารโปรเจกต์ และสนับสนุนมาตรฐานการส่งมอบซอฟต์แวร์ที่มีความยั่งยืนมากขึ้น . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/pr-news/manao-s…
2
94
เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็วกว่าแผนธุรกิจ คำถามคือ…คุณจะมองเห็นโอกาสต่อไปก่อนใครได้อย่างไร? . Techsauce Global Summit 2026 กลับมาอีกครั้งภายใต้ธีม “The Race to The Next...” งานที่รวมทุกมิติของเทคโนโลยี ธุรกิจ และนวัตกรรมไว้ในที่เดียว ภายในงานพบกับ 🎤 Talk Session อัปเดตเทรนด์ AI, Deep Tech และอนาคตธุรกิจ 🚀 Exhibition พบเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากไทยและต่างประเทศ 🤝 Matching เชื่อมต่อกับ VCs, Corporates และ Partners 🛠️ Workshops เวิร์กช็อปเข้มข้นตลอด 3 วัน นี่ไม่ใช่แค่งานอัปเดตเทรนด์ แต่คือพื้นที่สำหรับค้นหาโอกาสใหม่ เชื่อมต่อคนที่ใช่ และเตรียมธุรกิจให้พร้อมสำหรับก้าวต่อไป . 🎟️ ซื้อบัตรได้ที่: bit.ly/4x8dCNk 🗓️ 26 - 28 สิงหาคม 2569 📍 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) Hall 3-4 🌐 รายละเอียดเพิ่มเติม: summit.techsauce.co #TechsauceGlobalSummit2026 #Techsauce2026 #TheRaceToTheNext
131
ธุรกิจเล็กก็มีระบบ SMS แบบมืออาชีพได้! รู้จักกับ ‘BoostSMS’ รวมทุกบริการ SMS, API, Marketing ไว้ที่เดียว . ธุรกิจเล็กที่อยากมีระบบ SMS ระดับมืออาชีพมักเจอกำแพงเดียวกันเสมอ คือต้องเปิดหลายบัญชีกับหลายผู้ให้บริการ จ่ายหลายใบแจ้งหนี้ และฝ่าขั้นตอนตั้งค่าที่ยุ่งยากกว่าจะเริ่มส่งข้อความได้จริง . BoostSMS ประกาศเข้ามาทลายกำแพงนี้ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มส่งข้อความครบวงจรอย่างเป็นทางการ ภายใต้สโลแกน 'บูสต์ความไวทุก SMS มั่นใจถึงปลายทาง' โดยรวมบริการสำคัญสามรูปแบบไว้ในระบบเดียว เพื่อให้สตาร์ทอัพ ธุรกิจ Small and Medium-sized Enterprises (SME) และนักพัฒนาไทยเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารคุณภาพได้โดยไม่ต้องลงทุนหนัก . แม้จะมีช่องทางสื่อสารใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่ SMS ยังเป็นช่องทางที่มีอัตราการเปิดอ่านสูงที่สุดช่องทางหนึ่ง เข้าถึงผู้ใช้ได้ทุกเครื่องทุกเครือข่าย โดยไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่มหรือต่ออินเทอร์เน็ต จุดแข็งตรงนี้ทำให้ SMS ยังเป็นเครื่องมือทรงพลังสำหรับการส่งข้อความสำคัญที่ต้องมั่นใจว่าจะถึงมือผู้รับ และนี่คือช่องว่างที่ BoostSMS ตั้งใจเข้ามาเติมเต็มด้วยแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพ . BoostSMS วางตัวเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารที่ธุรกิจทุกขนาดวางใจได้ ตั้งแต่สตาร์ทอัพที่เพิ่งเริ่มต้น ธุรกิจ SME ที่กำลังโต ไปจนถึงองค์กรใหญ่ที่ต้องการระบบรองรับปริมาณข้อความมหาศาล โดยสามบริการหลักประกอบด้วย Boost SMS OTP สำหรับการยืนยันตัวตน, Boost SMS API สำหรับการเชื่อมต่อกับระบบและแอปพลิเคชันของธุรกิจ และ Boost SMS Marketing สำหรับการทำแคมเปญการตลาดและการแจ้งเตือนลูกค้าในวงกว้าง . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/pr-news/boostsm…
1
1
134