สรุปข่าวใหญ่: สหรัฐฯ - อิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ และเตรียมเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ถือเป็นข่าวดีระดับโลกที่สร้างความโล่งใจให้กับเศรษฐกิจและตลาดพลังงาน สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของการบรรลุข้อตกลงระหว่าง สหรัฐอเมริกาและ อิหร่าน มีรายละเอียดสำคัญที่สรุปได้ดังนี้
นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน และประเทศกาตาร์ ในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยหลัก ได้ประกาศว่าทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงกรอบความร่วมมือ (MoU) เพื่อยุติปฏิบัติการทางทหารและขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน
พิธีลงนามอย่างเป็นทางการมีกำหนดการจัดขึ้นใน วันศุกร์นี้ (19 มิถุนายน 2026) ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ข้อตกลงนี้ไม่เพียงแต่ยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านโดยตรงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความพยายามหยุดยิงในแนวรบเลบานอน (ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลลาห์) อีกด้วย
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ยืนยันผ่านโซเชียลมีเดียว่า "ดีลนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว" และได้อนุมัติให้ยกเลิกการปิดล้อมทางเรือของสหรัฐฯ ต่อท่าเรือของอิหร่านทันที
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและแก๊สคิดเป็น 1 ใน 5 ของโลก จะกลับมาเปิดให้สัญจรได้อีกครั้ง โดยจะเริ่มกระบวนการเคลียร์ทุ่นระเบิดและเปิดทางให้เรือสินค้าในวันศุกร์นี้หลังพิธีลงนาม โดยอิหร่านตกลงที่จะไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางในช่วงระยะเวลาหยุดยิง 60 วันนี้
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานโลกคลี่คลายลงทันที น้ำมันดิบจากตะวันออกกลางกำลังจะกลับมาไหลเวียนสู่ตลาดโลกได้ตามปกติ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
ตลาดทุนทั่วโลกตอบรับข่าวดีนี้ในเชิงบวกอย่างรุนแรง ดัชนีหุ้นสำคัญๆ พุ่งสูงขึ้นเนื่องจากความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ลดลงอย่างมาก และช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทั่วโลก