Long-term investor | MBA, M.Econ | วิเคราะห์หุ้นจากพื้นฐาน ลงทุนใน Megatrend อนาคต | ผมแชร์ทุกข้อมูลที่ไม่มีในนี้ ไว้ใน Ko-fi ลองเข้าไปส่องกันได้ 👇🏻

Joined April 2022
1,818 Photos and videos
Pinned Tweet
Watchlist หุ้น 11 ตัว ที่ผมกำลังจับตาอยู่ตอนนี้ ผมกำลัง step forward ไปข้างหน้าแล้ว หุ้นพวกที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้อย่าง GPU, CPU, Photonics อาจจะไม่ได้เห็นใน Watchlist ผมรอบนี้ เหตุผลง่ายๆ เลยครับ ผมไม่ได้จะไปไล่ตามของที่เป็นกระแสแล้ว แต่ไปหาของที่ “โลกต้องใช้” แต่คนยังไม่ค่อยพูดถึงกัน AI ที่เราเห็นกันตอนนี้ มันไม่ได้อยู่ได้ด้วยชิปอย่างเดียว มันต้องมีทั้งไฟ น้ำ ระบบ และอีกเยอะแยะมากมายข้างหลังมัน ผมเลยชอบจะไปแกะดูส่วนที่เป็น chockpoint, คอขวด ลึกๆ ใน supply chain คือ mindset ตอนหาคือต่อให้ AI เก่งแค่ไหนก็วไปต่อไม่ได้อยู่ดีถ้าขาดของพวกนั้น ผมเลยชอบอะไรที่แบบ ไม่ต้องลุ้นว่าใครจะชนะ แค่รู้ว่าทุกคนต้องใช้มันก็พอ ฟีลๆ เหมือนขายจอบในยุคตื่นทองแหละ ใครจะรวยไม่รู้ แต่จอบขายได้แน่ 😅 แต่ต้องบอกก่อนเลยว่า list ที่ผมคัดมานี้ timing ไม่ใช่สั้นๆ จะมาเล่นรอบอะไรไม่ได้ เพราะผมเองชอบถือยาวๆ และ timing มันคือ 3-5 ปี ระหว่างทางมีผันผวนแน่นอน ผมเองก็วางแผนถือยาวอย่างน้อยปีครึ่ง เพราะอยากให้เวลาเป็นตัวทำงาน และย้ำอีกครั้ง ไม่แนะนำให้ซื้อตามนะครับ ศึกษาก่อนเสมอ คุณต้องตัดสินใจเอง ผมตัดสินใจแทนไม่ได้) อ่านบทความเต็มๆ ได้แล้วที่นี่ครับ: tinyurl.com/ms9vxd3h
10
746
1,565
238,755
Hyper Shark! retweeted
ณ วันนี้พอร์ตผมมี "7 หลัก" (ATH ที่ 270% ในเวลา 3 ปี ทบต้นปีละ 54.65%) ซึ่งอาจจะไม่ได้ใหญ่มากสำหรับหลายๆ คน แต่สำหรับมือใหม่ ผมบอกเลยสร้างยากนะครับ และวันนี้ผมจะมาบอก "ถ้าผมกลับมามีเงินเดือนละ 3000-5000 บาท" ผมจะลงทุนยังไงให้ได้เงินล้าน ***Disclaimer ในแบบฉบับของผมนะครับ*** มาเริ่ม! 1. ผมจะเริ่มจากการดู Megatrend ของโลกก่อนที่มันจะอยู่ไปได้ 5-10 ปี และที่สำคัญ TAM ต้องใหญ่ ตัวอย่างเช่น Ai 2. ลงทุนหุ้นที่อยู่ใน sector นั้น คัดเฉพาะตัวที่ Large Market Cap ไม่เอาเล็ก และไม่เอาใหญ่เกินไป เอากลาง-ใหญ่ ที่รายด้ชัดเจน มี backlog ในอนาคตชัดเจน และหนี้ไม่เยอะ (ถ้ามีหนี้ต้องเป็นหนี้ที่ดี กู้มาเพื่อพัฒนาธุรกิจ) 3. ถือหุั้นไม่เยอะ กระจายไปตาม Megatrend เอา เช่น - หุ้น A เกาะเทรนด์ A - หุ้น B เกาะเทรนด์ B - หุ้น B เกาะเทรนด์ C หุ้นที่ถืออย่าเกิน 10 ตัว แต่ต้องกระจาย sector อย่างที่บอก ถ้าซื้อเยอะเวลามันโตมันไม่เห็นอะไรหรอกครับ บวกเยอะแต่เงินต้นน้อยก็เท่านั้น 4. มาถึงเทคนิคกันบ้าง เวลาผมจะ DCA หุ้น ผมจะใช้ EMA50 (week) เป็นหลัก ตัวอย่างวิธีออกไม้ คือ -> หุ้นลงมาแตะเส้น EMA50 แบ่ง 4 ไม้ เข้า 1 ไม้ ถ้าลงให้ซื้อต่อ ถ้าซื้อพอหยุด เก็บเงินเข้าเป๋า จริงๆ มี EMA100 ด้วย แต่เอาง่ายๆ แบบนี้ก่อน อย่าไปเล่นท่ายากมากปวดหัว 5. จิตใจต้องแข็ง ตลาดหุ้นไม่ได้ใจดีกับทุกคน อย่า FOMO อย่า Panic sell ถ้าถือไม่ไหวมันเอาตายแน่ อย่าคิดว่าตัวเองเก่งตอนตลาดเป็นขาขึ้น เพราะหันไปรอบๆ ตัวสิ ทุกคนแม่งกำไรหมด และวันนึงตลาดมันพร้อมจะตายเราเสมอ และการถือหุ้นที่พื้นฐานดีๆ จะทำให้ทนตลาดและลงทุนได้ระยะยาว (ใครอยู่ได้นานกว่าคนนั้นชนะ) ที่ผมได้หุ้นมา 10 เด้ง ผมเพราะถือไม่ได้เข้าก่อนชาวบ้านอะไรเลย ผมไม่ได้เก่งขนาดนั้น ผมก็แค่กล้าที่จะถือจนมันบวกหนัก (แต่อยู่บนพื้นฐานของการศึกษามาอย่างหนัก) 6. วินัย! โคตรสำคัญ ลงทุนให้ได้สม่ำเสมอ ออกแบบแผนที่เข้ากับตัวเอง เช่น จะ DCA เดือนละ 3000-5000 บาท ให้ได้ตลอด เพิ่มเงินลงทุนปีละ 10% และซื้อหุ้น A, B, C, D, E, F กี่บาท ซื้อแม้ในตอนที่มันขึ้น และซื้อในตอนที่มันลงในจำนวนเท่าๆ กันไปเรื่อยๆ ทำแบบนี้ให้ได้นานที่สุด และส่วนที่ผมบอกไปในข้อ 4. คือเงินส่วนที่จะแนะนำให้แบ่งออกมาสัก 10-15% ของเงินลงทุน เอาไว้ช้อนเวลาหุ้นมันลงมาราคาดีๆ 7. สำหรับผม ผมจะไม่ตั้งเป้าหมายเป็นเวลา เพราะมันไม่ยืดยุ่น มันกดดันตัวเอง ผมจะตั้งเป้าหมายเป็นตัวเงินมากกว่า เอาจริงผมใช้เวลา 2 ปี ในการสร้างเงินล้าน แต่ผมสุดโต่งเกิน เอาเงินเดือน 80% มาลงหุ้นหมดเลย ตอนนั้นได้ 20K เองเพิ่งจบใหม่ๆ แล้วก็มีหาเงินเพิ่มจากที่อื่นๆ ด้วย หลังๆ ก็เติมได้มากขึ้นๆ รู้สึกตอนนั้นพอร์ตโต 187% ก็เด้งเป็นล้านนึงเลย แต่ไม่แนะนำให้ทำตามครับ มันลำบากเกิน และปวดหัวหาหุ้นครับ มันไม่เซฟเท่าไหร่ด้วย เสี่ยงสุด 8. เป็นกำลังใจให้มือใหม่ทุกคนที่กำลังสร้างพอร์ตในฝันของตัวเองนะครับ ผมเองก็กำลังเดินเส้นทางนั้นเช่นกัน ไปด้วยกันฮะ ผมเชื่อว่าเรารายย่อยก็ไม่ได้ด้อยกว่าสถาบันหรอก ถ้าเรามีความตั้งใจ มีอะไรที่มนุษย์คนนึงจะทำไม่ได้ ยังไงก็ลุยต่อไปฮะ ความสม่ำเสมอ วินัย และความตั้งใจ มันจะนำพาเราไปถึงเป้าหมายแน่นอน ✌️
56
749
1,274
97,454
อยากได้หุ้นต้นน้ำ? ก็ลองศึกษาตรีมพวกนี้เถอะ สรุปมาให้หมดแล้ว อันนี้ตัวเลขคาดการณ์ TAM 1. CPO (Co-Packaged Optics) - 2025: ~$91-121M - 2026: ~$123-165M - 2030-2031: $764M ถึง $1.9b - 2035-2036: $20b CAGR: 35–37% (อาจจะ TAM เล็ก แต่เติบโตเร็วมาก) CPO ramp จริง (delay ปัจจุบันทำให้ pluggable ยังครองตลาดต่ออีก 1-2 ปี) 2. 800V Power Semiconductor / HVDC ใน AI Data Center - ไม่มี TAM (ยังเป็น subset ของ power semis) - AI Data Center Power / HVDC Power Supply: 2025 $1.5b และ 2035 $4.6b (CAGR ~11.6%) - Power semis (GaN/SiC) ใน AI: ตลาดกว้างหลายพันล้านดอลลาร์ (GaN TAM โดยรวม $3b ปี 2030) - Data center power consumption รวมๆ โตแรง (Goldman Sachs: 165% จาก 2023 - 2030) -> ธีมจะนี้ยังเล็กแต่โตเร็วตาม rack density และ 800V adoption ของ $NVDA 3. Warehouse Robotics / AI Robotics Automation -> Warehouse Robotics: - 2025: $6.5b - 2026: $7.35b - 2034: $25.4b (CAGR 16.8%) Warehouse Automation กว้างกว่า: - 2026 $27-31b - 2030 $47-60b (CAGR 14–18%) AI Robots - 2025 $6.1b - 2030 $33.4b (CAGR 40.4%) ตลาดใหญ่และโตดี โดยเฉพาะ warehouse automation ที่ใกล้ monetize กว่า humanoid เอาความใหญ่ของแต่ละตลาดเอามาให้ดูครับ แล้วโฟกัสพวกนี้ก็น่าจะพาพอร์ตโตไปได้ไกลพอสมควรเลย
เทรนด์ที่ผมกำลังรอ และโฟกัสอยู่ตอนนี้... 1. CPO Supercycle -> $LITE เองก็บอกหลายรอบแล้วว่า demand ฝั่ง hyperscaler แรงมาก และ supply chain บางส่วนเริ่มตึงยาวถึง 2027 เพราะ AI cluster ใหม่ใช้ optics หนักกว่าเดิมหลายเท่า และถ้า AI rack scale โตต่อ เราอาจจะเข้าสู่ยุค “optics everywhere” จริงๆ 2. Power for Ai data center ผมบอกตลอดว่าคอขวดใหญ่สุดของ AI รอบนี้คือ “ไฟฟ้า” ตอนนี้ transformer lead time บาง case ยาว 2-4 ปีแล้ว และ hyperscaler เริ่มพูดตรงกันหมดว่า power availability คือปัญหาใหญ่ 3. Warehouse robotics -> หลายคนคิดว่า warehouse robot มีมานานแล้ว “ก็จริงครับ” ไม่เถียงเลย แต่ “มีมานาน” กับ “mass adoption” มันคนละเรื่องกัน และสิ่งที่เปลี่ยนจากแต่ก่อนคือ robot เริ่มมี “สมอง” จาก AI computer vision จากเดิมแค่ทำตาม script ตอนนี้มันเริ่ม optimize route / ตัดสินใจ / เรียนรู้งานได้เองเลย ผมเลยมองว่ามันคือ phase แรกๆ ของ robotics supercycle และก็หนีไม่พ้น warehouse robot 4. Robotics humanoid -> Morgan Stanley เคยประเมิน market size ของ humanoid robot อาจจะแตะหลายล้านล้านดอลลาร์ได้ในอนาคต ซึ่ง TAM มันใหญ่มากๆ แต่ตอนนี้ผมยังมองว่า “early เกินไป” สำหรับ mass commercialization เพราะ - hardware cost ยังสูง - battery ยังไม่ดีพอ - reliability ยังไม่ production-grade - economics ยังไม่ชัด เพราะงั้นช่วงนี้ผมเลยโฟกัส “robotics ที่เริ่ม monetize ได้แล้ว” ก่อน เพราะสุดท้ายตลาดหุ้น… มันไม่ได้ให้ค่ากับ “อนาคตอย่างเดียว” มันให้ค่ากับ “อนาคตที่เริ่มเห็นตัวเงินแล้ว” ด้วย ถ้ามีแต่ story แต่หาเงินไม่ได้ คนก็ไม่ค่อยอยากซื้อ ถึงจะซื้อ แต่แรงเทขายก็จะมีมาเรื่อยๆ
5
414
683
51,416
Hyper Shark! retweeted
นี่คือเทรนด์ที่ผมกำลัง research อยู่ครับ เผื่อใครอยากทำการบ้านเหมือนผม ถ้าใครมีข้อมูลเพิ่ม มาแชร์กันได้เลยนะครับ เพราะผมยังขุดอยู่เหมือนกัน มา เริ่ม! ถ้าลองมองลึกลงไปอีกชั้น ผมว่าของน่าสนใจจริงๆ มันจะอยู่ในพวก “ชิ้นส่วนที่ไม่มีใครพูดถึง” เพราะต่อให้ AI โตแค่ไหน สุดท้ายมันก็ต้องมีของพวกนี้รองรับอยู่ดี แล้วเทรนด์ที่ผม research อยู่มีไรบ้าง? 1. 800V -> ตอนนี้ไม่ใช่แค่ EV แล้วนะ ฝั่ง Data Center เองก็เริ่มขยับไปหา HVDC มากขึ้นเรื่อยๆ -> เหตุผลง่ายๆ AI กินไฟหนักขึ้นทุกปี การส่งไฟให้มีประสิทธิภาพที่สุดเลยเริ่มสำคัญกว่าการหาไฟเพิ่มอีก -> และ 800V มี $NVDA ดันอยู่ โคตรแรง 2. MLCC -> ของชิ้นเล็กๆ ที่คนแทบไม่เคยพูดถึง แต่ AI Server เครื่องนึงใช้กันเป็นหมื่นตัว -> ยิ่ง power สูงขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้น MLCC เกรดดีๆ ก็ยิ่งสำคัญขึ้น 3. PCB -> ผมว่าหลายคนยังติดภาพ PCB เป็นธุรกิจเก่าๆ แต่ PCB ของ AI Server วันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว -> มันมี Layer มากขึ้น ซับซ้อนขึ้น แพงขึ้น -> สุดท้ายรายได้ต่อแผ่นก็ตามขึ้นไปด้วย 4. Wafer ต้นน้ำของทุกอย่าง ไม่ว่าตะเป็น - GPU - CPU - HBM - Power Chip - SiC สุดท้ายก็เริ่มจาก Wafer เหมือนกัน ถ้า AI กับ EV ยังโต ผมยังไม่เห็นเหตุผลว่าความต้องการ Wafer จะหายไปเลย 5. CPO -> อันนี้ผมตามอยู่หนักเลย เพราะตอนนี้หลายคนเริ่มพูดตรงกันแล้วว่า คอขวดรอบต่อไปอาจจะไม่ใช่ Compute แต่มันคือ “การส่งข้อมูล” -> ถ้า AI Cluster ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ Bandwidth ก็ต้องโตตาม CPO เลยเริ่มโดนมองว่านี่แหละเป็น supercycle 6. NPO -> ตัวนี้ผมว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะมันดู practical กว่า ติดตั้งง่ายกว่า ต้นทุนไม่โหดเท่า -> มีโอกาสเห็น adoption ก่อน CPO เต็มรูปแบบด้วยซ้ำ 7. CPC -> อีกตัวที่แทบไม่มีคนพูดถึง หลายคนมองว่า optics จะมาแทน copper หมด -> แต่ผมว่าโลกจริงไม่ได้เปลี่ยนเร็วขนาดนั้น -> ช่วงเปลี่ยนผ่าน คนทำ cable, connector, interconnect ยังได้ประโยชน์อีกเยอะ สิ่งที่ผมพยายาม connect the dots ตอนนี้คือ AI มันเริ่มไม่ใช่ software story อย่างเดียวแล้ว -> มันกำลังกลายเป็น infrastructure story แล้ว -> และหลังจากนั้นมันจะกลายเป็น industrial story ผมทองว่าคนชนะอาจจะเป็นคนที่แก้คอขวดได้ ไม่ว่าจะเป็น - ผลิตไฟฟ้า - Power Management - PCB - MLCC - Optical - Wafer - Connector - Thermal หลายอย่างพวกนี้ยังไม่ sexy แต่หลายๆ ครั้งเงินก้อนใหญ่สุดก็มาจากของที่ไม่มีใครมองนี่แหละครับ ใครกำลังขุด theme พวกนี้อยู่ มาแชร์กันครับ ผมว่ามีอะไรให้ต่อยอดอีกเยอะมาก แล้วไว้จะมาอัปเดทให้ฟังทีละเทรนด์ครับ ว่าสนใจขนาดไหน และผมบอกก่อนว่าถ้า TAM (ตลาด) ไม่ใหญ่จริง ผมไม่เอาพลังงานมาโฟกัสพวกนี้แน่ แล้วเจอกันโพสต่อไปครับ ✌🏻
13
598
1,021
56,472
Hyper Shark! retweeted
Anthropic จะเช่า GPU จาก xAI และสิ่งที่ผมเห็นจากข่าวนี้คือ... -> Colossus 1 มี GPU มากกว่า 200,000 ใบ -> ใช้ไฟ 300MW และตอนนี้ Colossus ติดปัญหา latency, network architecture และ data movement พูดง่ายๆ มี GPU เต็มโกดัง แต่ชิปมันคุยกันไม่ทัน เลยจะมาสรุปให้ฟังว่าตอนนี้ GPU มันติดคอขวดอะไรบ้าง เผื่อจะหาโอกาสการลงทุนในอนาคตได้ 1. Networking 2. Optical 3. Interconnect 4. Power Delivery 5. Grid Capacity เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมช่วงหลังๆ มานี้เงินเริ่มไหลเข้าพวก $ALAB, $CRDO, $AAOI, $LITE, $COHR เพราะคอขวดเริ่มย้ายจาก compute → connectivity อีกมุมที่ผมว่าน่าสนใจคือ ถ้า Anthropic ยังต้องมาเช่า cluster คนอื่นอีกล่ะ? มันก็จะสะท้อนว่า AI compute ยังขาดแคลน และนี่แหละคือเหตุผลที่ตลาด bullish GPU cloud / Neocloud แบบ $NBIS, $CRWV, $IREN, $CIFR เพราะสุดท้าย demand ยังโตเร็วกว่าการสร้าง capacity อีกจุดที่คนอาจจะมองข้ามคือ Power ซึ่งผมพูดบ่อย Data Center มันสร้างเพิ่มได้ GPU ก็ซื้อเพิ่มได้ แต่ไฟฟ้าอาจจะสร้างตามไม่ทัน เพราะใช้เวลานาน ทุกๆ MW ที่เพิ่มขึ้นมันกำลังชนปัญหา transformer, switchgear, substation และ grid interconnection ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมตลาดชอบหุ้นโรงไฟฟ้าแบบ $VRT, $ETN, $PWR, $GEV แต่ผมเองชอบ power semi มากกว่า เพราะผลิตมาก็ต้องมีคนบริหารจัดการไฟอยู่ดี โรงไฟฟ้ามันปลายทาง พวก power semi นี้แหละ ต้นน้ำ ($NVTS, $WOLF)
3
126
216
28,418
Hyper Shark! retweeted
ผมเพิ่งโพสไปว่า Hanmi (042700) อาจจะเป็นคอขวด (TC Bonder) ของ Memory sector วันนี้ตลาดเกาหลีเปิดก็บวกไปแล้ว 25% โคตรบ้า ตอนนี้ตลาดรับรู้อะไรไวมาก แต่ก่อนถ้าหาอะไรเจอมันจะดีเลย์สัก 2-3 วันก่อนจะวิ่งดุๆ แต่เดี๋ยวนี้ตลาดรู้กันไวมากๆ ไวจนตกใจ เหมือนเงินมันหาที่ลง... เพราะทุกตัวมันแพงหมดแล้ว
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา SK hynix มันแซง Samsung ใน DRAM Revenue ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ Samsung เคยเป็นเจ้าตลาดมานาน เพราะอะไร? ก็เพราะ SK hynix ครอง HBM ซึ่งเป็นส่วนที่ GPU ต้องการ และมัน margin ที่สุดของตลาด Memory ตอนนี้ แล้วมีคาดการณ์ว่า HBM จะโต 30-50% CAGR เลย เผื่อใครยังงงๆ HBM คือการเอา DRAM มา Stack กันหลายๆ ชั้น และขั้นตอนที่ยากสุดคือ TC Bonder ถ้าทำตรงนี้ไม่ได้ HBM ก็ผลิตไม่ได้ และ Hanmi ก็ครองตลาด TC Bonder ราวๆ 71% ของโลก และเป็น supplier หลักของ SK hynix มานานหลายปีแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ - SK hynix - Samsung - Micron ทุกคนกำลังเร่งผลิต HBM4 กันรัวๆ แล้วล่าสุด SK hynix ก็ยังสั่ง TC Bonder รุ่น Griffin จาก Hanmi สำหรับ HBM4 เพิ่มอีก และถ้าถามผมว่าบริษัทไหนที่จะเป็น 1 คอขวดของ HBM ตอนนี้ผมก็คงจะตอบว่า Hanmi น่าจะติด Top 3 ของ sector memory นะ Not Financial Advisor, DYOR ด้วยนะครับ ปล. ผมกำลัง Research sector นี้อยู่ แล้วคิด idea นี้ออกเลยลองค้นดู แล้วก็เจอ Hanmi นี่แหละครับ
6
52
137
27,120
Hyper Shark! retweeted
ตอนนี้ Anthropic กำลังเปลี่ยนโมเดลจากการเช่า Cloud ของคนอื่น มาเป็นการเช่าและบริหาร Data Center เอง มีข่าวว่าเซ็น LOI กับผู้พัฒนา Data Center ใน US ไปแล้ว 10 เจ้า รวมๆ 1 GW และกำลังขอให้ Google ช่วยค้ำประกันสัญญาเช่าด้วย คำถามคือ… ทำไม Anthropic ไม่ใช้แค่ Google Cloud, AWS หรือ Azure เหมือนเดิม? คำตอบคือ AI Scale ใหญ่เกินไปแล้ว Model ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ความต้องการ GPU, TPU และไฟฟ้าก็พุ่งยับๆ การเช่า Cloud แบบเดิมอาจจะแพงกว่า และคุม Capacity ได้ยากกว่าในระยะยาว Anthropic เลยเริ่มอยาก “คุม Infra เอง” มากขึ้น ทั้งเรื่อง - ต้นทุน - การขยายกำลังประมวลผล - และการเข้าถึงชิปใหม่ๆ ในอนาคต และนี่แหละที่ผมคิดว่าหุ้นกลุ่ม Neocloud (Ai Colo) น่าสนใจ เพราะบริษัทพวกนี้มีสิ่งที่ Anthropic อยากได้ คือ - ที่ดินพร้อมสร้าง Data Center - ไฟฟ้าระดับ 100MW - GW - ส่งมอบ Capacity ได้เร็ว แล้วใครล่ะที่น่าสนใจ ก็มีพวก - $APLD (ติดงาน $CRWV อยู่) - $HUT (มีชื่อโผล่ในข่าว เพราะทำงานผ่าน Fluidstack ให้ Anthropic ที่ capacity 245MW) - $IREN (กำลังไฟ MW มหาศาล) - $CORZ (partner $CRWV มีสัญญาติดมือหลายพันล้าน) - $WULF (มีสัญญา 10 ปี ทำ Fluidstack 200MW) - $CIFR (ที่ดิน ไฟ มีอยู่เต็ม taxas) พวกนี้แหละตัวเต้ง Ai Colo เลย โดยเฉพาะ $HUT ที่มีดีลกับ Anthropic ผ่าน Fluidstack แล้ว ที่ 245 MW และมีโอกาสขยายได้อีกหลาย GW ในอนาคตอีก
5
152
250
14,630
$SPCX เข้าตลาดแล้ว 🥳 สิ่งที่ผมโฟกัสคือ ที่ $GOOGL ลงทุนไปจะเป็นเงินเท่าไหร่?... $GOOGL ลงทุนไป $900M แล้วได้หุ้น SpaceX ~7.5% (แต่ SpaceX ระดมทุนต่อ มันเลย Dilluted เหลือ 6.11%) ถ้า $SPCX IPO ที่ $1.77T แสดงว่าตอนนี้ $GOOGL มีเงิน $106.9b จากการลงทุน SpaceX ผลตอบแทนประมาณ 11,780% เอาเรื่อง รอบ private นี่ อยากมีสิทธิ์ได้ลงทุนกับเขาบ้างจัง
ทำไม SpaceX IPO แล้ว $GOOGL ถึงได้ประโยชน์? คือ Google ถือหุ้น SpaceX อยู่ประมาณ 7.4% ถ้า SpaceX เข้า IPO ที่ valuation ที่ ~$2T จริง stake ก้อนนี้จะมีมูลค่าประมาณ $140B ลองคิดง่ายๆ นี่คือ asset ก้อนใหญ่ระดับ “บริษัทหนึ่งทั้งบริษัท” เลย ที่ยังไม่ถูกตลาดให้ราคาเต็มๆ พอ IPO เมื่อไหร่ - มูลค่าจะถูก mark-to-market - กลายเป็น catalyst ทันที สรุปคือ $GOOGL เขาลงทุนใน Startup หลายบริษัทนะครับ ไม่ได้ทำแค่บริษัทตัวเอง และ “หวย SpaceX” ใบนี้ อาจจะจะให้ $GOOGL ได้เงินก้อนใหญ่เลย 🚀
5
306
396
80,155
คืนนี้หุ้น 3 ตัวในพอร์ตผมกำลังจะเข้าไปอยู่ใน Nasdaq 100 -> $RKLB -> $ALAB -> $NBIS แล้วยังมี $CRWV ด้วยนะ การที่หุ้นจะเข้าไป Nasdaq 100 เนี้ย มันจะนำพาเงินทุนเข้ามหาศาล เพราะ passive fund จะต้อง re-allocation ใหม่ ตัวที่ออกไปก็ต้องขายออก และตัวที่เข้ามาใหม่ก็ต้องซื้อเข้า แบบนี้มันจะมี volume ดันราคาในระยะสั้น และที่สำคัญหุ้นจะเป็นรู้จักมากขึ้นด้วย และใครที่ซื้อ Passive fund อย่าง $QQQ, $QQQM หรือตัวอื่นๆ ที่อิง Nasdaq 100 index ก็จะได้ถือหุ้นพวกนี้ด้วย ปล. หมั่นเขี้ยวไอ้อ้วนจะ 2000% อยู่ละ แต่โดนตลาดตบลงมาก่อน 😅
27
566
1,020
192,427
***แก้ข่าวเล็กน้อยครับ หุ้นพวกนี้เข้าวันที่ 22 วันจันทร์น้าา
4
14
9,743
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา SK hynix มันแซง Samsung ใน DRAM Revenue ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ Samsung เคยเป็นเจ้าตลาดมานาน เพราะอะไร? ก็เพราะ SK hynix ครอง HBM ซึ่งเป็นส่วนที่ GPU ต้องการ และมัน margin ที่สุดของตลาด Memory ตอนนี้ แล้วมีคาดการณ์ว่า HBM จะโต 30-50% CAGR เลย เผื่อใครยังงงๆ HBM คือการเอา DRAM มา Stack กันหลายๆ ชั้น และขั้นตอนที่ยากสุดคือ TC Bonder ถ้าทำตรงนี้ไม่ได้ HBM ก็ผลิตไม่ได้ และ Hanmi ก็ครองตลาด TC Bonder ราวๆ 71% ของโลก และเป็น supplier หลักของ SK hynix มานานหลายปีแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือ - SK hynix - Samsung - Micron ทุกคนกำลังเร่งผลิต HBM4 กันรัวๆ แล้วล่าสุด SK hynix ก็ยังสั่ง TC Bonder รุ่น Griffin จาก Hanmi สำหรับ HBM4 เพิ่มอีก และถ้าถามผมว่าบริษัทไหนที่จะเป็น 1 คอขวดของ HBM ตอนนี้ผมก็คงจะตอบว่า Hanmi น่าจะติด Top 3 ของ sector memory นะ Not Financial Advisor, DYOR ด้วยนะครับ ปล. ผมกำลัง Research sector นี้อยู่ แล้วคิด idea นี้ออกเลยลองค้นดู แล้วก็เจอ Hanmi นี่แหละครับ
1
31
94
36,344
Market 27.74T krw (won) = $18.15b
1
6
4,464
Hyper Shark! retweeted
มีแต่คนคิดว่า SpaceX เข้าตลาดมา จะมาฆ่า $RKLB, $ASTS, $PL, $RDW ตายกันหมด แบบนี้คิดผิดแล้วครับ การที่ SpaceX เข้าตลาดนี้แหละ เป็นเรื่องดี ทำไม? เพราะมันจะ re-valuation benchmark ใหม่หมดเลย ใครอยากรู้เป็นไง ไปอ่านบทความของผมได้ครับ 👇🏻
SpaceX จะ IPO ที่มูลค่า $1.75T แบบนี้ตลาดกำลังจะ reprice ทั้ง sector? SpaceX IPO อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของทั้ง Space Sector เพราะ valuation ระดับ $1.75T จะกลายเป็น benchmark ใหม่ที่ทำให้หุ้นทั้งกลุ่มถูก re-price ใหม่หมด หุ้นอย่าง $RKLB, $ASTS, $PL มีโอกาสได้ประโยชน์เต็มๆ ทั้งจากการเทียบ valuation และแรง sentiment ที่ไหลเข้า sector แต่ด้านมืดคือเงินสถาบันอาจจะไหลออกจากหุ้นรอง แล้วไหลไปถือ SpaceX บทความนี้พาเจาะ thesis ว่าทำไม Space ไม่ใช่แค่ hype แต่กำลังกลายเป็น AI connectivity national security megatrend ในระยะยาว รายละเอียดยังมีอีกเยอะ อ่านบทความเต็มๆ ได้เลยที่นี่ครับ: tinyurl.com/34cxr9d4
1
250
450
64,852
Hyper Shark! retweeted
SpaceX IPO มีโอกาสทำให้ตลาดออกมาหน้าตาเป็นไงบ้าง? มาดู IPO Details กันก่อน -> ราคา $135/หุ้น ระดม $75B (ใหญ่ที่สุดในโลก) มูลค่า ~$1.75 ล้านล้าน -> เริ่มเทรด Nasdaq 12 มิถุนานี้ -> Ticker $SPCX เหตุผลที่อาจจะกดตลาดคือ -> ดูดเงินสดมหาศาล เพราะนักลงทุนจะขายหุ้นเทค/AI อื่นๆ เพื่อซื้อ $SPCX -> กองทุนจะขายหุ้นเก่า ($NVDA, $MSFT และตัวอื่นๆ) เพื่อซื้อ $SPCX เข้าพอร์ต คือหุ้นจะเข้า Nasdaq100 (15 วัน รอ 1 ปีถึงจะเข้า Sp500 ได้) แบบนี้ใครที่เป็นเจ้าของ index passive fund ต้องซื้อเข้าพอร์ตเพื่อปรับให้ตรงกับ nasdaq -> Valuation สูงเกิน (P/S ~90x ) เสี่ยงโดนขายทำกำไรหลัง hype ช่วงแรกๆ -> กระทบหุ้น space/tech growth โดยตรง ($RKLB, $ASTS, $PL, $RDW) อาจจะร่วงช่วงแรก แต่ระยะยาวส่งผลดีเรื่อง re-valuation benchmarks แต่ๆๆ ก็มีมุมบวกๆ กะเขาอยู่นะ -> Demand hype แรง อาจจะพุ่งวันแรกๆ sentiment อาจจะดีกับ space sector (มันออกได้ 2 หน้า ไม่ร่วงก็พุ่ง อยู่ที่ตลาดเลย) -> Elon บอกไม่ขายหุ้นตัวเอง แน่นอน ไม่ได้ IPO เพื่อ Exit อันนี้เรามองเราก็รู้ เขาใส่สุดอยู่ละ ใครถือหุ้นเทค เตรียมรับแรงเหวี่ยง 5-15% ได้เลย และใครที่อยากเข้ารอหลัง IPO สักพักค่อยเข้า $SPCX ถ้ารับความผันผวนช่วงแรกไม่ไหว
2
87
142
17,463
ถ้าใครได้อ่านข่าวเมื่อเช้า จะเห็นว่ามีข่าวนึงที่บอกว่า SK hynix ประกาศผลิต DRAM เพิ่มจาก 2 (พึ่งประกาศไปหยกๆ) เป็น 3 เท่า นี่คือสัญญานว่า Memory supercycle ดูจะไม่จบง่ายๆ แต่แค่นั้นไม่จบ อย่างที่บอกถ้าอ่านข่าวแล้วผ่านๆ ไป มันไม่ได้อะไร ผมเลยได้ตามต่อเพราะนี่มันถือว่าเป็นข่าวใหญ่ และมันจะกระทบ supply chain แน่ๆ ผมเลยไปเจาะดูว่าถ้า SK hynix เพิ่มการผลิตขนาดนี้ ใครมันจะได้ประโยชน์บ้าง แล้วเจอ 2 กลุ่มที่น่าจะเป็นโอกาสในการลทุนได้นะ กลุ่มนึงในนั้นผมเรียกมันว่า Last boss ของอุตสาหกรรมชิปเลย ใครอยากตามต่อไปอ่านกันได้ที่ kofi เลยฮะ มีทั้งหมด 2 EP ครับ (พรุ่งนี้ EP.2 มา): tinyurl.com/bdfp4tfs
[ฟรี!!] เผื่อใครไม่รู้ใน Ko-fi ผมมี "สรุปข่าวตลาดหุ้น connect the dots ประเด็นต่างๆ" ให้อ่านทุกวันนะครับ (ถ้าไม่ติดงาน) ผมจะเอาประเด็นข่าวของทุกวันมา connect the dots ให้เข้าใจง่ายๆ และจะได้หาโอกาสการลงทุนในอนาคตได้ด้วย ซึ่งประเด็นทุกอย่างถ้าเรา connect กันได้ตลอดๆ เราจะมองตลาดออกว่าตอนนี้มันไปทางไหน และเราควีลงทุนอะไร มันสำคัญกว่าการอ่านแค่ข่าวเฉยๆ แล้วจบนะครับ ใครที่ตามข่าวไม่ทันไปอ่านสรุปของผมได้ครับ เชื่อว่า 70-80% ของข่าวเมื่อคืนอยู่ในบทความผมมหมดแล้ว ตามข่าวทันแน่นอน ไปได้ที่นี่เลยครับ: tinyurl.com/2pys74ex
3
64
172
19,004