เพิ่งนึกได้ว่าไม่นานมานี้ตอนนั่งคุยเล่นกับคนแปลกหน้าในร้านกาแฟ (ผมไม่ใช่โรคจิตนะ มันเป็นเรื่องปกติในอเมริกา 😅) พอเค้ารู้ว่าผมเป็นนักลงทุน เค้าก็ขอคำแนะนำเรื่องเลือกกองทุนไหนดี.. (เค้าหมายถึงพวกกองทุน แบบกองทุน ที่ไม่ใช่พวกแบบ ETF ที่อิงกับ indices)
.
ซึ่งผมคิดเหมือนปู่ Warren Buffett นั่นแหละครับว่ากองทุนพวกนี้.. ส่วนมากแพ้พวกตลาดอย่าง S&P 500, หรือ Nasdaq-100 จริงๆ ครับ... ถ้าอยากจะเลือกกองทุนจริงๆ ผมว่าก็ควรมีความเข้าใจพื้นฐานพอสมควรในแนวทาง strategies ของกองทุนนั้นๆ ว่ามันมีแนวโน้มที่จะ outperform ตลาดได้มากน้อยขนาดไหน..
.
พูดให้เห็นความยาก... ในอเมริกามี Mutual Fund ตอนนี้ประมาณ 7,393 กองทุน.. มูลค่าร่วม $22.11 Trillion (ข้อมูลจาก Statista)
.
แต่พอมาดูผลตอบแทน 10 ปีย้อนหลัง..
$SPY (S&P 500) 212.59% ( 12.06% CAGR ) ( YTD 25.73% )
$QQQ (Nasdaq-100) 415.42% ( 17.80% CAGR ) (YTD 54.35%)
$DIA (Dow Jones) 185.48% ( 11.05% CAGR) (YTD 15.13% )
ซึ่งมีกองทุนแค่ 160 กองทุนที่ชนะ S&P 500 หรือมีกองทุนแค่ราวๆ 2.16% เท่านั้น ที่สามารถชนะตลาดได้... และ YTD 2023 ปีนี้ ก็มีกองทุน (พวกนี้ผมยกตัวอย่าง Mutual Fund เฉยๆ นะ) 201 กอง ที่ชนะ S&P 500 ซึ่งก็แค่ 2.71% จากกองทุนมากกว่า 7,000 กองเท่านั้นที่สามารถชนะได้...
.
และพอเทียบ Nasdaq-100 10 ปีย้อนหลังก็มีแค่ 9 กองทุน หรือ 0.12% เท่านั้นที่ชนะได้.. ส่วน YTD 2023 ก็มี 10 กอง หรือ 0.13% ที่ชนะได้...
.
เพราะฉะนั้น ปกติแล้วผมเลยชอบแนะนำให้ลงพวก ETF ที่อิงกับตลาดเป็นหลัก ส่วนถ้าใครเก่งพอที่จะทำการ hedging เพื่อลด drawdown เป็นระยะๆ.. ทำการขาย Options เพื่อ income strategy เพื่อให้ได้ซื้อเพิ่มในราคาที่ถูกลง ในระยะยาวก็จะยิ่งได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดได้.. หมายถึงถ้าเก่งพอนะ ถ้าไม่.. ก็ hold ไปเฉยๆ คอย DCA, หรือ VA ไปนั่นแหละ หรือจะ lump sum เป็นระยะๆ ก็ว่าไป.. แต่โอกาส อาจจะดีกว่าเลือกกองทุนแล้วผลออกมาชนะตลาดได้ในระยะยาว