Former Mancunian: เป็นนักอ่านสมัครเล่น สนใจในเมือง และ pop culture

Joined January 2010
3,532 Photos and videos
งานก่อสร้างใหม่ล่าสุดเสร็จไปอีก 1 ชิ้น หลังจากผู้รับเหมาพยายามจะส่งมอบปลายเดือนตุลาคมแต่ก็ไม่สำเร็จ เก็บดีเฟค 3 เดือน แบบเจ้าของต้องไปนอนวัด(ล้อเล่น)รอ คลิปนี้ลองตัดเอง แบบพยายามจะสื่อสารให้เข้าใจสภาพแวดล้อมจริงของโครงการ
1
8
29
17,770
กองดองที่ไม่ได้หมายถึงหนังสือ แต่หมายถึงงาน เฮ้ออออ
27
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
ผมได้รับคำถามจากหลายช่องทางว่า คิดอย่างไรเรื่องโครงการ TH-AI Passport ผมคิดว่าโครงการนี้ถูกพูดถึงอย่างมากจากสาธารณะ และถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปเยอะมากแล้วในแง่มุมต่างๆ ทั้งในแง่นโยบาย กระบวนการ และรายละเอียดทางเทคนิค ดังนั้นคงไม่ขอกล่าวซ้ำ แต่เรื่องที่ยังไม่ค่อยเห็นพูดกันเยอะนักคือ "ถ้าไม่ทำ TH-AI Passport เราควรมีนโยบายด้าน AI ของประเทศอย่างไรดี" จึงเป็นที่มาของโพสต์นี้ครับ ก่อนอื่นเลยต้องย้ำว่า ผมคิดว่าเราไม่สามารถแยกส่วนคิดเรื่อง AI ให้ขาดกันจากเทคโนโลยีดิจิทัลได้ ดังนั้นขอเรียกรวมไปเลยว่า Digital & AI เป็นเรื่องเดียวกัน มันคือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเหมือนกัน แค่รายละเอียดภายในต่างกัน โดย AI เป็นแค่ขั้นกว่าของ Digital แต่ในหลายกรณีเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้ AI ด้วยซ้ำไป จริงๆ คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ พรรคประชาชนเคยพูดถึงเรื่องนี้ไปแล้วตอนหาเสียงเลือกตั้ง โดยเราใช้คำว่า "รัฐแพลตฟอร์ม" จึงมาขอเล่าอีกรอบ โดยสรุปดังนี้ ถ้าเราตัดรายละเอียดทางเทคนิคออกไปก่อน เอาหมวกคนไอทีออกไป เหลือแต่หมวกของประชาชนคนทั่วไป มองที่ผลลัพธ์อย่างเดียว นโยบาย "รัฐแพลตฟอร์ม" ควรมีเป้าหมายใหญ่ๆ เพียงแค่ 4 อย่าง แบ่งเป็นฝั่งของรัฐและประชาชนฟากละ 2 เรื่อง ได้แก่ 1. ปรับปรุงรัฐ รัฐไทยในองค์รวมมีปัญหาใหญ่ 2 ประการคือ ไม่มีประสิทธิภาพ (inefficient) และ โกง (corrupted) เราต้องการใช้เทคโนโลยีมาแก้ปัญหา 2 เรื่องนี้ให้ได้ 1.1 ใช้เทคโนโลยีช่วยรัฐทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความล่าช้าของกระบวนการราชการ งานเอกสาร ลดความไม่สะดวกของการเข้าถึงบริการภาครัฐที่ต้องไปต่อคิวนานๆ โดยแปลงบริการภาครัฐทุกอย่างเท่าที่เป็นไปได้ให้เป็นดิจิทัล เข้าถึงได้จากทุกที่ สะดวกรวดเร็ว ใช้เวลารอน้อย ที่ผ่านนมา รัฐไทยพยายามแก้ปัญหานี้ด้วยการแปลงเป็นดิจิทัล แต่ด้วยวิธีการกระจัดกระจาย ต่างคนต่างทำ มีแอพภาครัฐเป็นร้อยๆ ตัว ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง และสุดท้ายบางงานก็ต้องกลับไปใช้กระดาษกันอยู่ดี ตามที่ทุกคนทราบกันดี ทางแก้ที่พรรคประชาชนเสนอคือ สร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐใหม่ ทันสมัย ปลอดภัย เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางที่หน่วยงานรัฐต่างๆ เข้ามาใช้งานได้อีกชั้นหนึ่ง ไม่ต้องลงทุนให้ซ้ำซ้อน เกิดช่องว่างในการคอร์รัปชันอีกต่างหาก 1.2 ใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้คอร์รัปชัน เมื่อเราทำ 1.1 แล้ว สิ่งที่จะดีขึ้นโดยทันทีคือ การคอร์รัปชันทำได้ยากขึ้น เพราะเมื่อกระบวนการพิจารณาต่างๆ เป็นระบบอัตโนมัติที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ การใช้ช่องว่าง "ดุลพินิจ" ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญของการโกงก็จะลดลงโดยปริยาย เราต้องการเปลี่ยน "ดุลพินิจ" เป็น "ดิจิทัลพินิจ" แต่เราคงไม่ได้พอใจแค่นั้น เราอยากทำงานแก้คอร์รัปชันในเชิงรุกด้วย ดังที่เห็นจากโครงการ "AI จับโกง" ที่พรรคประชาชนนำเสนออยู่เรื่อยๆ (ล่าสุดคือ "AI จับโกง กทม" ลิงก์ในคอมเมนต์) การไล่ตรวจเอกสารราชการที่มีจำนวนหน้ามหาศาลเป็นพันๆ หมื่นๆ หน้า เป็นสิ่งที่เกินขีดความสามารถของมนุษย์คนใดคนหนึ่ง แต่ในโลกยุค AI ที่เชี่ยวชาญเรื่องภาษาและข้อความ มันเป็นการใช้เทคโนโลยีที่แก้ปัญหาแบบถูกฝาถูกตัวมากๆ และเราได้สาธิตให้เห็นไปบ้างแล้วในหลายโอกาส 2. ช่วยประชาชน-เอกชน นอกจากรัฐแล้ว เราต้องการใช้ Digital & AI ช่วยเหลือภาคประชาชนคนทั่วไป และภาคเอกชน ผู้ประกอบการด้วย 2.1 เพิ่มขีดความสามารถ (capacity) ให้ประชาชน ภาคประชาชน คนทำงาน แรงงาน เจ้าของกิจการ มีปัญหาสำคัญร่วมกันคือ มีขีดความสามารถ (capacity) หรือในทางเศรษฐศาสตร์อาจใช้คำว่า ผลิตภาพ (productivity) ถดถอยลงเมื่อเทียบกับคู่แข่งจากประเทศอื่นๆ เมื่อบวกกับปัญหาประชากรลดลง คนแก่เพิ่มขึ้น คนวัยทำงานน้อยลง ปัญหาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนมีจำนวนลดน้อยลง แต่เราจำเป็นต้องมีผลิตภาพมากขึ้น วิธีการเดียวที่เหลืออยู่คือการใช้เครื่องจักร (machine) ซึ่งในที่นี้คือ Digital & AI เข้ามาทดแทน ซึ่งรายละเอียดของวิธีการคงแตกต่างกันไปตามแต่ละสาขาอาชีพ ผมคิดว่าโครงการ TH-AI Passport มีเป้าหมายแบบเดียวกัน คือ เพิ่มขีดความสามารถให้คนไทย จึงมีส่วนที่เป็นการอัพสกิลคนไทยเรื่อง AI อยู่ด้วย โดยหลักการเป็นสิ่งที่ดี แต่ในแง่ "วิธีทำ" พรรคประชาชนเคยเสนอโมเดลที่ดีกว่าคือโครงการ "คูปอง Upskill" ที่รัฐไม่ต้องทำเอง แต่ช่วยสร้างอุตสาหกรรม e-learning ของภาคเอกชนด้วย 2.2 สร้างเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจไทย ภาคเอกชน ผู้ประกอบการไทย ก็เจอปัญหาแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้เช่นกัน ธุรกิจไทยแบบเก่าๆ จำนวนมากเริ่มล้มหายตายจากกันในยุคนี้ ทั้งจากปัจจัยภายใน และคู่แข่งจากภายนอกประเทศ (สินค้าอุตสาหกรรมจีน แพลตฟอร์มออนไลน์ บริการดิจิทัลต่างชาติ) เราอยากสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจรุ่นถัดไป แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจเหล่านี้จะเอาตัวรอดได้อย่างไร พรรคประชาชนเคยนำเสนอนโยบาย "เปลี่ยนปัญหาเป็นอุตสาหกรรม" ประเทศไทยมีปัญหาสังคม-สิ่งแวดล้อมมากมาย ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง ฝุ่นพิษ ผลผลิตตกต่ำ ค่าไฟแพง พึ่งพาน้ำมันนำเข้าเยอะ ฯลฯ และรัฐก็ทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อพยายามแก้ปัญหานี้มาตลอด แต่กลับไม่เป็นผลนัก จะดีกว่าไหม ถ้ารัฐเปิดให้ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สตาร์ตอัพ เข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยรัฐเป็นคนออกเงินจ้างเอง ภาคเอกชนใช้เงินรัฐในช่วงแรกๆ สร้างตัวขึ้นมาให้แข็งแกร่ง พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ จนสามารถออกไปสู้กับตลาดโลกได้ในระยะถัดไป เราอยากเห็นบริษัทไทยที่ใช้ AI แก้ปัญหาฝุ่นพิษ, ใช้ AI อ่านภาพถ่ายดาวเทียมแก้ปัญหาน้ำท่วม, ใช้ AI ดูภาพจากกล้องแก้ปัญหาจราจร, ใช้ AI ช่วยอ่านข้อมูลผู้ป่วย แก้ปัญหาระบบสุขภาพที่กำลังจะล่มสลาย ฯลฯ ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในทางเทคนิค แต่ขาดเงินทุน ขาดตลาด ขาดความคุ้มครองจากรัฐไทย ที่ป้องกันคู่แข่งจากต่างชาติ หากเราพลิกมุมคิดสักเล็กน้อย รัฐเปลี่ยนตัวเองมาเป็นผู้จ้าง กำหนดเป้าหมายทางนโยบาย แล้วเปิดให้เกิดการแข่งขัน (ไม่ต้องล็อคสเปก TOR) ให้โอกาสภาคเอกชนไทยเข้ามาทำงานกันเยอะๆ ให้เวลาสร้างตัวกันสักพักหนึ่ง แล้วเราเชื่อว่าจะสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจอันใหม่ให้กับประเทศไทยได้
3
82
123
2,552
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
ทำไมผมไม่อยากให้เมืองไทยมีวันหยุดเยอะเยอะแต่อยากให้มีการการันตีวันหยุดจากนายจ้างโดยที่ลูกจ้างสามารถเลือกวันหยุดเองได้ ก็เพราะว่าคนจะจะได้ไม่ต้องแข่งกันเที่ยวในในช่วงเวลาเดียวกัน จองตั๋วราคาแพง ค่าโรงแรมราคาแพง รถติดอีกต่างหาก
4
173
102
11,537
สส พื้นที่ ไม่ได้มีหน้าที่ต้องทำถนน สร้างนู้นสร้างนี้ ไม่ต้องไปงานวัด งานบวช หน้าที่คือทำนิติบัญญัติน่ะถูกแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่า สส ตัดขาดจากพื้นที่น่ะ คือไอ่การรับเรื่อง facilitated บางอย่าง อย่างน้อยมันก็ทำให้มีข้อมูลประมาณหนึ่งในการเอาไปออกแบบนโยบาย
1
4
5
169
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
เนี่ย เลยกลายเป็นทำให้รู้สึกว่าแคมเปญรอบนี้คิดมาไม่ดี รู้สึกว่าตอนเลือกตั้งใหญ่นโยบาย strong กว่าเยอะ ใครถามหาช่องโหว่ตรงไหน มีนโยบายอื่นมาช่วยปิดช่องเกือบหมด แนวคิดทุกอย่างค่อนข้างอยู่ในตีมเดียวกัน แต่อย่างอันนี้ แค่นี้คอนเซปต์ก็ขัดกันแล้ว จะเอาง่ายหรือจะเอาถูก หรือเอากระจาย
2
5
4
954
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
ชักเบื่อทวิตในมุมว่า สมมติมีเรื่องที่คนตีกัน แล้วก็ตอบจบประเด็นกันไปประมาณนึงแล้ว แต่ทวิตยังชอบหยิบโพสต์เก่าที่คนพูดถึงประเด็นที่ปิดไปแล้วกลับมาให้เราอ่าน ละพอเราอ่าน ไม่ได้ดูเวลา ก็จะหัวร้อนไปเองว่าทำไมคนแม่งพูดไม่รู้เรื่อง ทำไมคุยกันวนอ่าง แต่จริงๆ อาจจะคุยกันจบไปข้างหน้าแล้ว
6
7
615
สงสัยนิดนึง สส ก็ชนะใน กทม 33 เขต ทำไมไม่สามารถ brainstorm ความคิดและกลั่นออกมาเป็นปัญหาของ กทม ก่อนมาทำนโยบายที่ได้เรื่องได้ราวได้ ส่วนหนึ่งรู้สึกว่าเขาเซต theme ของแคมเปญก่อนการวิเคราะห์ปัญหา ซึ่งผลออกมาก็คือ งงจัด
14
471
275
24,513
รอบก่อน 32 เขต มันก็ต้องรู้สิ เหมือนกลายเป็นแทนที่จะเซตอะไรใหม่ๆ ดันไปวิ่งตามคู่แข่ง(อย่างคุณชัชชาติ) คือวิธีแก้ปัญหาเมืองมันมีเยอะแยะ แต่กลายเป็นมาเล่นในสนามพ่อเมือง วิศวกรเมืองทำไม อันนี้ไม่เข้าใจ
2
9
15
3,298
มันจะมีได้ไง เขาบอกไม่มีไง 🤣
Jun 13
คุณพี่ คนบ้านไกลขึ้นรถเมล์ถ้างานเข้า 8.30 เขาต้องออกก่อน 6.30 เป็นปกตินะ ไม่งั้นไม่ทันอ่ะ
615
มุมนี้น่าสนใจ หรือเป็นปัญหาการสื่อสารนะ
Replying to @supawichable
เห็น สส.แบงค์บอกว่าช่วงเช้ามืดจะได้กลุ่มคนที่ทำงานช่วงกลางคืนที่ต้องกลับบ้านตอนเช้าด้วยค่ะ . ส่วนตัวเราคิดว่านอกคนทำงานกลางคืนแล้ว ยังมีกลุ่มที่รายได้น้อยที่อยู่นอกเมืองและต้องนั่งรถประจำทางไปทำงานในเมืองกับกลุ่มไม่มีรายได้(นักเรียน)ถ้าให้เราเลือกก็เลือกเวลานี้ก่อนค่ะ
380
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
เราว่านโยบายเรื่อง transport มันเลยต้องมาเป็น package ป่ะนะ เรื่องราคากับ experience มันก็เป็นส่วนนึงที่คนไม่ใช้ public transport จะบอกว่าเป็นทั้งหมดมันไม่ใช่อยู่แล้ว (ส่วนถ้าจะเอาเรื่อง coverage ในต้นโพสต์ ส.ส.แบงก์ ก็มีพูด) ถ้าจะ cherry pick ว่านโยบายว่าเดียวนี้แก้ปัญหาทั้งจักรวาลไม่ได้หรอก แบบนี้ชาตินี้ไม่ต้องทำอะไร เรื่องว่าทำไมเป็น 6:30 หรือทำไมนับแค่ pre-peak ไม่เอา post-peak/off-peak อันนี้เห็นด้วยอยากเห็นฐานคิด (อย่างหลังเดาไม่ยากว่าข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ แล้วถ้าต้องเลือกก็เห็นด้วยว่า pre-peak แฟร์สุด ดูตัวอย่างเมืองอื่นอย่างสิงค์โปร์ก็ให้แค่ pre-peak)
มาตรการณ์ Spread Peak กับระบบขนส่งมวลชน โดยการลดราคาค่าโดยสารในช่วงเวลา Off Peak เพื่อเป็นการกระจายความหนาแน่นของผู้โดยสารออกจากช่วง On Peak ซึ่งการลดราคาจะเป็นการจูงใจให้คนที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนและสามารถออกจากบ้านเช้าขึ้น หรือเข้างานสายได้ หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วง On Peak ที่มีผู้โดยสารหนาแน่น มาตรการณ์ Spread Peak นี้ ส่วนใหญ่มักจะถูกใช้ในเชองแก้ปัญหาความหนาแน่นของระบบ กับระบบที่มีความหนาแน่นของผู้โดยสารเต็มหรือล้น Capacity ของระบบ และไม่สามารถเพิ่ม Capacity ได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านอื่น เช่น ความจุทางเต็มจนไม่สามารถจำนวนขบวนรถในระบบได้แล้ว แต่หากจะแก้ปัญหาในเชิงจูงใจให้คนใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล เปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งมวลชน มาตรการณ์ Spread Peak อาจจะเกาไม่ถูกที่คันนัก โดยเฉพาะการจำกัดช่วงเวลาแค่ช่วง Off Peak เช้าตรู่ เพราะหลายๆ คน เขาเลือกใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล เพราะอยากจะออกจากบ้านสายขึ้น ซึ่งปัญหาที่หลายๆ คนใน กทม. ไม่ใช้ขนส่งมวลชนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาในเชิง Last Mile ระหว่างที่พักอาศัยกับสถานี ซึ่งเมื่อรวมค่าใช้จ่ายในส่วนของ Last Mile เข้าไป หลายๆ เคส ใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลกลับมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า และปัญหาในเชิง Capacity ของระบบที่ยังสามารถเพิ่ม Capacity ได้ แต่ผู้ให้บริการกลับไม่ยอมเพิ่มเอง
4
43
14
4,724
เสียดาย จารย์เดชรัตน์ แต่เข้าใจว่าเป็นนนทบุเรียน In เดชรัตน์ we trust From doubters to believers เท่านั้น ไม่รับความเห็นต่าง
ไปไล่ดูย้อนหลังก็ยังไม่เข้าใจ ทำไมถึงส่งดร.โจ คนในพรรคมันไม่เหลือใครแล้วหรอ ทำไมไม่ส่ง อ.ต้นไปแทนยังรู้สึกน่าสนใจกว่า
2
11
10
2,683
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
เธอคือหนึ่งคนที่เห็นความสำคัญอีกด้านของ สก. ที่หลายคนอาจลืมไป คุยกับ สก.เนอส—ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ถึงชีวิตการทำงานเป็น สก.ทั้งในบทบาทของคนในพื้นที่บางซื่อ รวมถึงการเข้าไปเป็นปากเป็นเสียง คอยตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารในสภา กทม. ที่เธอเชื่อว่า “ควรจะโปร่งใสให้มากกว่านี้”
2
126
238
3,693
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
(1/2) Con unas increíbles soluciones de espacio e incluso mejor interiorismo, estos departamentos pequeños nos dan varias lecciones de diseño.
8
5
24
830
ปัญหาหลักขนส่งมวลชน กทม น่ะ แก้ไม่ตรงจุดก็เท่านั้นน
Replying to @kantornDB
ทั้ง First/Last Mile, Accessibility, Connectivity, และ Capacity เลย
2
233
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
Replying to @boatnotbas
นั่นแหละ ห้ามรถเข้าเมือง จัดสายรถเมล์ใหม่ รถไฟฟ้าวิ่งครบๆ พอคนใช้เยอะจนคนแน่นละค่อยมาพูดถึง off-peak เล่นเอามาไว้แรกสุด
2
554
ไม่เสนอมาเป็น package ว้า เสนอมาอันเดียวโดดๆ มันบ่ได้จ้า
90
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
สรุปสั้นๆ นโยบาย “ตั๋วเช้าตรู่” มันเป็นนโยบายที่ดี แต่ต้องตอบให้ถูกโจทย์อ่ะ ถ้าโจทย์คือ แก้ปัญหา Capacity ของระบบล้นในช่วง On Peak นโยบายนี้ตอบโจทย์แน่นอน ใครสะดวกเลี่ยงช่วง On Peak ได้ ก็เลี่ยง และได้ Benefit เพิ่มมา แต่ถ้าโจทย์คือ บอกว่ารถติด คนไม่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และต้องการ Shift Mode การเดินทางจากคนใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อแก้ปัญหารถติดในช่วง On Peak นโยบายนี้ “อาจจะยังนะ” เพราะหลายๆ คน ก็อาจจะบอกว่า ในเมื่อฉันต้องตื่นเช้าแล้ว ฉันขับรถไปถึงจุดหมายปลายทางเลยดีกว่า ช่วงเช้ารถไม่ติดด้วย
4
108
28
8,261
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
มาตรการณ์ Spread Peak กับระบบขนส่งมวลชน โดยการลดราคาค่าโดยสารในช่วงเวลา Off Peak เพื่อเป็นการกระจายความหนาแน่นของผู้โดยสารออกจากช่วง On Peak ซึ่งการลดราคาจะเป็นการจูงใจให้คนที่ใช้ระบบขนส่งมวลชนและสามารถออกจากบ้านเช้าขึ้น หรือเข้างานสายได้ หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วง On Peak ที่มีผู้โดยสารหนาแน่น มาตรการณ์ Spread Peak นี้ ส่วนใหญ่มักจะถูกใช้ในเชองแก้ปัญหาความหนาแน่นของระบบ กับระบบที่มีความหนาแน่นของผู้โดยสารเต็มหรือล้น Capacity ของระบบ และไม่สามารถเพิ่ม Capacity ได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านอื่น เช่น ความจุทางเต็มจนไม่สามารถจำนวนขบวนรถในระบบได้แล้ว แต่หากจะแก้ปัญหาในเชิงจูงใจให้คนใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล เปลี่ยนมาใช้ระบบขนส่งมวลชน มาตรการณ์ Spread Peak อาจจะเกาไม่ถูกที่คันนัก โดยเฉพาะการจำกัดช่วงเวลาแค่ช่วง Off Peak เช้าตรู่ เพราะหลายๆ คน เขาเลือกใช้ยานพาหนะส่วนบุคคล เพราะอยากจะออกจากบ้านสายขึ้น ซึ่งปัญหาที่หลายๆ คนใน กทม. ไม่ใช้ขนส่งมวลชนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาในเชิง Last Mile ระหว่างที่พักอาศัยกับสถานี ซึ่งเมื่อรวมค่าใช้จ่ายในส่วนของ Last Mile เข้าไป หลายๆ เคส ใช้ยานพาหนะส่วนบุคคลกลับมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า และปัญหาในเชิง Capacity ของระบบที่ยังสามารถเพิ่ม Capacity ได้ แต่ผู้ให้บริการกลับไม่ยอมเพิ่มเอง
2
140
86
16,710
Herzog & IดO เมาแล้ว retweeted
Bali this summer 💚
2
107
688
25,148