วันนี้ผมคุยกับเพื่อนท่านหนึ่ง เพื่อขอคำแนะนำในการปรับ Portfolio ซึ่งเขาทำงานอยู่ในสาย risk management ของ......
เราคุยกันเรื่องหนึ่งที่ฟังดูเรียบง่าย แต่จริงๆ แล้วอันตรายมาก
“ทำไมเครื่องมือทางการเงินแบบ advance ถึงไม่ควรถูกปล่อยให้คนทั่วไปใช้ได้ง่ายๆ”
เขาบอกว่า “มนุษย์ติด Leverage ได้เหมือนติดการพนันเลยนะเพลป”
และผมเงียบไปพักใหญ่
โอเค ลองย้อนกลับไปเมื่อ Binance เปิดให้คนทั่วไปใช้ Leverage ครั้งแรก
ตลาดเต็มไปด้วยความตื่นเต้น คนธรรมดาเทรดได้เหมือนมืออาชีพ
10x, 50x, 100x กลายเป็นของเล่นใหม่ของยุค crypto
แต่ทุกครั้งที่เรากดปุ่ม “เปิด Leverage”
คือเรากำลัง กู้เงินจากอนาคตของตัวเอง เพื่อเดิมพันกับปัจจุบัน
พอเข้าสู่ยุค DeFi Summer 2020
โลกการเงินกลายเป็นเหมือนเกม ซึ่ง
ทุกคนเริ่ม “วนลูป Leverage” ผ่านโปรโตคอลอย่าง Aave, Compound, MakerDAO
วาง ETH ค้ำ > กู้ Stablecoin > ซื้อ ETH เพิ่ม > วางค้ำต่อ
และเรียกมันว่า “strategy”
จนถึงตอนนี้…เครื่องมือเหล่านั้นพัฒนาไปอีกขั้น ตัวอย่าง เช่น
Perpetual DEXs อย่าง dYdX, GMX, Hyperliquid
ทำให้ใครก็เปิดสัญญาได้ทันที เพราะมันคือ Permissionleas ที่
ไม่มีใครมาห้าม ไม่มีใครเตือน
โลกของการเงินขั้นสูงกลายเป็น open-source ทั้งหมด
แต่ในขณะที่เทคโนโลยีทำให้ “ทุกคนเข้าถึงได้”
มันก็ทำให้ “ทุกคนพังได้” เหมือนกัน
เพื่อนผมพูดเบาๆ ว่า
“มนุษย์เสพติด reward loop ได้ง่ายกว่าที่คิด”
เขาบอกกับผมอีกว่า Advance financial tools ไม่เคยถูกออกแบบมาให้ใช้แบบ casualเลย แต่วันนี้มันอยู่ในมือถือ อยู่ใน Discord อยู่ใน Telegram
คลิกเดียว ก็เปิดสัญญาได้
และนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
บางที สิ่งที่โลกต้องการ
ไม่ใช่เครื่องมือที่ advance กว่าเดิม
แต่คือ “คนที่เข้าใจความ advance นั้นมากพอจะรู้ว่าเราจะใช้มันยังไงไม่ให้โดนความโลภเข้าครอบงำ"
ผมถามเขาต่อว่า ถ้าผม All-in ด้วยการเลือกซื้อแค่ ETH , BTC แบบนี้เรียกว่า "โลภ" ไหม? เขาบอกว่า แล้วแต่วิจารณญาณ ไม่มีสิ่งไหนถูกผิด แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือ ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้น เราจะยังต้องมี Cash เหลือไว้เสมอ.