$NOK = ทำ Open RAN stack ทั้งระบบ มี product ได้แก่ AirScale Massive MIMO radios , Baseband (DU/CU) , Cloud RAN software , RIC, Fronthaul Gateway ,Full end-to-end solution
รองรับ multi-vendor (เชื่อมกับ radio ของคนอื่นได้)
มี deployment ใหญ่ เช่น NTT DOCOMO
กลยุทธ์แบบ AnyRAN ขายทั้ง closed open ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ
$AMPG = Radio Specialist เน้นเฉพาะ O-RU (Radio Unit) มี 64T64R Massive MIMO O-RU (CAT B) , RF components (LNA, MMIC), Radio Unit เท่านั้น
เป็นบริษัท US รายแรก ที่ได้ O-RAN Certification สำหรับ 64T64R
กลยุทธ์เน้น pure Open RAN เพื่อลด vendor lock-in จาก Big 3 (Nokia, Ericsson, Huawei)
ความเทพคือเป็น "เจ้าเดียว" ที่ผ่าน PlugFest หรือ งานทดสอบใหญ่ระดับโลก ของ O-RAN Alliance (องค์กรที่กำหนดมาตรฐาน Open RAN)
ในงาน Spring 2026 มีบริษัทหลาย10 แห่งมาร่วม
แต่มีแค่ AmpliTech เท่านั้น ที่นำ 64T64R Massive MIMO Radio มาแสดงและทดสอบ
เป็น บริษัท US รายแรกและรายเดียว ที่ทำ radio ระดับนี้ได้จริงและผ่านการรับรอง O-RAN
ทำให้ได้ลูกค้าระดับโลกเจ้าใหญ่หมดเลย เช่น Amazon, IBM
$HLIT
ไม่เกี่ยวกับ Open RAN โดยตรง แต่ HLIT เก่งเรื่อง “ท่อส่งข้อมูล” ทำ Mobile Backhaul
Open RAN Radio (เช่น ของ
$AMPG) ผลิตข้อมูลมหาศาล (หลาย Gbps ต่อเซลล์) → ต้องการ backhaul ที่เร็ว แรง ราคาถูก และยืดหยุ่น
HLIT ใช้ fiber PON เดียวกัน รองรับทั้ง broadband (บ้าน) mobile backhaul (เสา 5G) → ถูกกว่า dedicated fiber แบบเก่า
ไม่ได้ผูกขาดเรื่อง ท่อส่งข้อมูล ใช้ตัวเลือกอื่นได้ แต่แพงกว่าและช้ากว่า
ถ้า Open RAN เติบโตเต็มที่ และ 5G densification เยอะ → HLIT ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะตลาด emerging เช่น ลาตินอเมริกา
5G ใช้คลื่นความถี่สูง ซึ่งส่งระยะไกลไม่ได้ แต่ส่งข้อมูลได้เร็วและรองรับผู้ใช้ได้เยอะ
ถ้าวางเสาใหญ่ (Macro Cell) แค่ไม่กี่อัน เหมือนเดิม จะเกิด จุดอับสัญญาณ และ เน็ตช้า ในเมืองหนาแน่น
Densification จึงเป็นการ เพิ่มเสาเล็ก ๆ (Small Cells) เข้าไปเยอะ ๆ เพื่อเพิ่ม capacity ของเครือข่าย, ลดระยะห่างระหว่างเสากับผู้ใช้ (สัญญาณแรงขึ้น ความเร็วสูงขึ้น Latency ต่ำลง), รองรับผู้ใช้จำนวนมากพร้อมกัน (เช่น ในห้าง สนามกีฬา เมืองใหญ่)
> Open RAN คืออะไร?
Open RAN คือ Open network เครือข่ายวิทยุ (RAN) ให้ใช้อุปกรณ์จากหลายบริษัท ผสมกันได้ โดยยังทำงานร่วมกันได้ดี
เดิมทีผู้ให้บริการเครือข่าย (อย่าง AIS, True) มักต้องซื้อ เสา ฐานสถานี จากบริษัทเดียว (เช่น Ericsson, Nokia, Huawei) เพราะระบบปิดและเชื่อมต่อกันยาก
> ปัญหาเดิม (Traditional RAN)
เดิมที Base Station บนเสาโทรศัพท์เป็น กล่องเดียว (เรียกว่า BBU Radio) จากบริษัทเดียว เช่น Nokia หรือ Ericsson
ทุกอย่างผูกติดกันหมด (เหมือนซื้อ iPhone แล้วต้องใช้แอปและชิ้นส่วนของ Apple เท่านั้น)
เปลี่ยนผู้ผลิตยากมาก เพราะ “กฎการเชื่อมต่อ” เป็นความลับของบริษัทนั้น ๆ
> Open RAN แก้ยังไง?
Open RAN แยกกล่องใหญ่เป็น 3 ชิ้นเล็ก ๆ และกำหนด กฎการเชื่อมต่อแบบเปิด (เหมือน USB หรือ HDMI ที่ใครก็ใช้ได้)
3 ชิ้นหลัก :
- RU (Radio Unit) อยู่บนเสาเลย
หน้าที่: รับ-ส่งคลื่นวิทยุจริง ๆ กับโทรศัพท์เรา
ตัวอย่าง : Massive MIMO radio จาก
$AMPG
- DU (Distributed Unit) อยู่ใกล้เสา
หน้าที่: ประมวลผลเร็ว ๆ (real-time) เช่น จัดคิวผู้ใช้
- CU (Centralised Unit) อยู่ไกลกว่า (ศูนย์ข้อมูลหรือ cloud)
หน้าที่: ประมวลผลส่วนใหญ่ เช่น ตรวจสอบสิทธิผู้ใช้
> กฎการเชื่อมต่อแบบเปิด คืออะไร?
คือการกำหนดมาตรฐานว่า RU ต้องคุยกับ DU ยังไง (เรียกว่า Fronthaul)
DU ต้องคุยกับ CU ยังไง (เรียกว่า Midhaul)
CU ต้องคุยกับ Core ยังไง (เรียกว่า Backhaul)
> การนำ AI มาใช้กับ Open RAN
มี RAN Intelligent Controller (RIC) เป็นตัวควบคุมใหม่ ใช้ AI ช่วยจัดการเครือข่ายแบบเรียลไทม์ เช่น ปรับสัญญาณให้ดีขึ้นตอนสนามฟุตบอลมีคนแน่น
> Cloud RAN (vRAN) คืออะไร?
คือการเปลี่ยนส่วน DU และ CU จาก hardware เฉพาะ มาเป็น software ที่รันบน server ทั่วไป (cloud)
ทำให้ยืดหยุ่นกว่า ลดต้นทุน และเปลี่ยนผู้ผลิตได้ง่ายขึ้น
(Open RAN Cloud RAN มักใช้คู่กัน)