ในปี 2558 ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ได้รับฉายาว่า ‘นักข่าวโรฮีนจา’
ปี 2563 ได้รับฉายาว่า ‘นักข่าวสามกีบ’ และ ‘นักข่าวล้มเจ้า’
และในปีนี้ เธอได้รับฉายาว่า ‘นักข่าวโจรใต้’ และ ‘นักข่าว BRN’
ซึ่งคำเรียกนักข่าวหญิงในปี 2569 มียอดเอนเกจจากการเข้าถึงกว่า 133.1 ล้านครั้ง ภายใน 14 วัน จากการเปิดเผยของ iLaw สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่เธอตั้งคำถามถึง พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4) เมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ถึงกรณีการลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนราธิวาส เขต 5
ฐปณีย์ถามแม่ทัพภาคที่ 4 ว่า กอ.รมน.ภาค 4 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบยิงนักการเมืองหรือไม่ เพราะรถที่คนร้ายใช้ก่อเหตุถูกใช้งานในหน่วยงานที่ถูกตั้งคำถาม ซึ่งเธอได้รับคำตอบว่า
“ถ้าเป็นผมทำ คงไม่รอดตามที่ปรากฏในข่าว” และหลังจากที่ฐปณีย์ก้าวขาออกจากวงสัมภาษณ์เพียงไม่กี่ชั่วโมง เธอก็ถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดียในบทบาทใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโฆษก BRN หรือนักข่าวโจรใต้ โดยเพจอวตารที่มีลักษณะคล้ายกัน
สิ่งที่เกิดขึ้นกับนักสื่อสารมวลชนคนนี้ไม่ใช่กรณีแรก ย้อนกลับไปในช่วงปี 2563-2564 มีการเปิดเผยในสภาฯ หลายครั้ง ถึงกระบวนการที่ถูกเรียกว่า ไอโอ (Information Operation: IO) หรือปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร พร้อมกับหลักฐานชิ้นสำคัญ เช่น กลุ่มไลน์ปฏิบัติการ คลิปประชุม Zoom สั่งงาน ภาพการเวิร์กช็อป และเอกสารที่ระบุ ‘เป้าหมาย’ ของกองทัพ ขณะเดียวกัน ยังมีหลักฐานว่า แพลตฟอร์ม X (เดิมคือ Twitter) ตรวจพบกลุ่มบัญชีปลอมที่เชื่อมโยงกับกองทัพบกไทย และพบว่า บัญชีดังกล่าวใช้สำหรับการโพสต์ข้อความโจมตีฝ่ายตรงข้ามหรือคนที่ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ แพลตฟอร์มอย่าง Facebook ยังพบพฤติกรรมบัญชีที่มีความผิดปกติ ซึ่งเชื่อมโยงกับ กอ.รมน.เช่นกัน
จนถึงตอนนี้ คงไม่ต้องมานั่งเถียงกันแล้วว่าไอโอมีอยู่จริงไหม เพราะมีหลักฐานจากคำพิพากษาของศาลแพ่ง รัชดาฯ ในวันนี้ (11 มิถุนายน 2569) ให้ อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และอัญชนา หีมมิหน๊ะ นักสิทธิมนุษยชน ชนะคดีกรณีที่เพจ
pulony.blogspot.com เผยแพร่ถ้อยคำและภาพที่มีเนื้อหาใส่ร้ายทั้ง 2 คน ซึ่งเป็นเพจที่ ‘กอ.รมน.ควบคุมการผลิตเนื้อหา’
หรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักสื่อสารมวลชนอย่างฐปณีย์จะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่มีคนทำให้เกิดขึ้น เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับนักเคลื่อนไหว นักวิชาการ และนักการเมืองก่อนหน้านี้ เพื่อ ‘กำจัด’ ผู้เห็นต่างที่เป็นเสี้ยนหนามทิ่มตำหน่วยงานภาครัฐ เพราะสุดท้ายแล้ว การกำจัดผู้เห็นต่างจากรัฐไม่เพียงแต่เป็นการปัดเป่าสิ่งที่น่ารำคาญ แต่ย่อมเป็นการปูทางให้เกิดการใช้อำนาจได้ตามอำเภอใจ เช่น การคอร์รัปชัน การใช้อำนาจเกินหน้าที่ ซึ่งจะแย่ขึ้นไปอีกหากปฏิบัติการนี้ใช้ ‘ภาษีของประชาชน’ มากำจัดประชาชนเสียเอง
กระนั้น ไม่ว่าจะถูกโจมตีหนักแค่ไหน ไม่ว่าใครจะตั้งฉายา หรือตั้งชื่อให้นักข่าวหญิงรายนี้อีกกี่ชื่อ ฐปณีย์บอกเอาไว้ในบทสัมภาษณ์นี้แล้วว่า เธอจะไม่ทิ้งสิ่งที่เธอทำมาตลอด นั่นคือการเป็นนักข่าวที่ทำหน้าที่ตรวจสอบภาครัฐ
อ่านบทสัมภาษณ์ ไม่ว่าไอโอจะตั้งให้อีกกี่ฉายา แยม ฐปณีย์ จะยังทำหน้าที่นักข่าวตรวจสอบรัฐต่อไป ได้ทาง
themomentum.co/closeup-thapa…
เรื่อง: พิพัฒน์พงษ์ ศรีวิชัย
ภาพ: อนุวัตน์ เดชธำรงวัฒน์, ปราโมทย์ ปิ่นศรี
#TheMomentum #CloseUp #แยมฐปณีย์ #ฐปณีย์เอียดศรีไชย #TheReporters #ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร #กองทัพบก #ไอโอ #IO #InformationOperations #จังหวัดชายแดนใต้ #นักข่าว #สื่อสารมวลชน #ข่าว #โรฮีนจา #BRN