[โครงการ
#AIใบอนุญาต แรกของไทย?]
.
โครงการเล็กๆ ที่ผมร่วมตั้งใจทำ ที่พี่
@nuling ได้โพสต์ถึงคือโครงการ “AI ใบอนุญาต” แบบ
#ตรวจเงื่อนไข/
#ช่วยพิจารณา แรกของไทยครับ (หรือมีใครทราบไหมครับ ว่าภาครัฐเรามีโครงการที่กำลังทำประมาณนี้แล้ว? ฝากแจ้งจะได้ปรับเลขเป็นอันดับถัดไป) ที่ทำกระบวนการดังนี้:
1.
#รับอัพโหลดไฟล์ เอกสารหลัก เอกสารแนบ ฯลฯ ทั้งหมดจากผู้ยื่น ผ่านเว็บ
2. ai
#ตรวจเงื่อนไข กับฐานข้อมูลกฎหมาย-ระเบียบ-เคสในอดีตที่เทียบเคียงได้ ฯลฯ
3. มี
#dashboard /
#checklist แจ้งว่าจุดไหนผ่าน/ไม่ผ่าน/ให้แก้ไข เพราะอะไร จากกฎระเบียบข้อไหน, โดยจะส่งให้กับทั้งผู้ยื่น (เพื่อกลับไปแก้ไข) และผู้ตรวจ (เพื่อให้คำแนะนำ และ
#ช่วยพิจารณา), พร้อมพิมพ์เอกสารอย่างเป็นทางการได้อัตโนมัติ (เช่น หัวเรื่องบทเกริ่นนำ และตามด้วย checklist แบบภาษาทางการ) คนเพียงแค่ตรวจ-แก้-print-เซ็น-ส่ง แบบไม่ต้องทำงานซ้ำซ้อน
4. หากแก้กันไปมาเรียบร้อย (หลักๆ ก็ 1-3 รอบ), พอเขียวหมด คนตรวจความเรียบร้อยอีกที ก็เข้าที่ประชุมอนุมัติได้เร็วกว่าเดิม
.
กรณีแรกที่เรานำระบบมาใช้ คือการพิจารณาเห็นชอบ
#รายงานEIA ของ
#กทม ซึ่งเป็นด่านสำคัญหนึ่งก่อนออก
#ใบอนุญาตก่อสร้าง ครับ
ตัวระบบออกแบบบนหลักการเดียวกับการตรวจ "ใบอนุญาต" จึงขยายไปประยุกต์ใช้กับใบอนุญาตประเภทอื่นได้
กฎระเบียบจะกี่พันหน้า เอกสารแบบที่ยื่นจะกี่สิบไฟล์ ก็ตรวจและแจ้งผลแป๊ปเดียวครับ
.
ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ตัวระบบไม่ได้พัฒนายากเท่าไร
โดยส่วนที่ใช้เวลานานคือการประชุมและเก็บข้อมูลกระบวนการทำงาน หลักการคิด การออกแบบ ฯลฯ ให้อยู่ในจุดที่สมดุลและเกิดสิ่งที่เรียกว่า
#ทำน้อยได้มาก กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้ง ผู้ยื่น-ผู้ตรวจ-ผู้อนุมัติ-ผู้ได้รับผลกระทบ
เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์จากระบบนี้ ไม่มากก็น้อย จากสิ่งที่เรียกว่า
#ประสิทธิภาพ
.
สิ่งที่ตามมาคือช่วยลดช่องโหว่ในการคอร์รัปชันไปในตัว
เพราะเมื่อตรวจเอกสารที่ยื่น เทียบกฎหมาย-ระเบียบ-เคสเก่าแล้ว
อะไร
#เขียว มันก็บอกเขียว
อะไร
#แดง มันก็บอกแดง
ส่วนอะไร
#เหลือง ที่จำเป็นต้องใช้
#ดุลพินิจ จริงๆ ก็ส่งให้คนดู
.
ใครใช้ ai เยอะๆ จะรู้ว่าผลที่ได้จาก ai มา (ต่อให้ปรับจูนจนมันไม่หลอนแล้ว ข้อมูลไม่ผิดแล้ว)
ก็ยังต้องมีคนคอยตรวจแก้อยู่ดี (ศัพท์ฝรั่งเรียกว่า Human-in-the-loop
#HITL)
งานวิจัยจาก SCBx (ม.ค.69) คนก็บอกว่าใช้ ai แล้วก็ยังควรต้องมีคนตรวจด้วย 79%
แต่ ai มันช่วยให้คนทำให้งานเสร็จเร็วและแม่นยำกว่าเดิมเยอะ
เพราะคนแค่หาที่ผิดแล้วแก้ ไม่ต้องนั่งพิมพ์เอกสารตั้งแต่คำแรก หรือค้นระเบียบรายข้อเหมือนเมื่อก่อน
.
อย่างน้อยหากมีสัก 10% ที่เขียวบอกเขียว 10% แดงบอกแดง ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้พอสมควรเลย
กันความผิดพลาดจากเรื่องเขียวเป็นแดง แดงเป็นเขียว สองคนทำเหมือนกันแต่คนนั้นเขียวคนนี้แดง
ให้มาโฟกัสกันเฉพาะเรื่องที่ควรจะเหลือง ควรถกกันเท่านั้น และมี log/audit trail เป็นหลักฐานว่าหลักคิดที่ใช้คุยกันเป็นอย่างไร
หากมีกรณีกฎหมายขัดแย้งกันเอง ก็เป็นการรวบรวมกรณีที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบเพื่อสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย
ซึ่งสิ่งนี้จะช่วย
#ลดความกว้าง และ
#ความผิดพลาด ของ
#ดุลพินิจ ได้พอสมควร
.
โครงการนี้ผ่านเฟสทดสอบ (Proof of Concept) แล้ว และกำลังเข้าสู่เฟสสเกล (Scale) ซึ่งโดยปกติก็อาจจะพบปัญหาหรืออุปสรรคอีกบ้าง
ยังไงผมก็จะพยายามเต็มที่ และจะมาขอความเห็นจากทุกท่านเป็นระยะๆ เพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้นในประเทศเราให้ได้นะครับ
ต้องขอขอบคุณผู้บริหาร-เจ้าหน้าที่ กทม. ทุกท่านที่มาร่วมกันทำจนสิ่งนี้ได้เริ่มต้นนับหนึ่งครับ
.
หน่วยงานใดสนใจให้ผมและคณะฯ ไปแชร์ประสบการณ์/แชร์สิ่งที่ทำมาแล้วให้ไปปรับใช้ได้/เป็นที่ปรึกษา ฯลฯ สำหรับใบอนุญาตที่ออกโดยหน่วยงานท่าน เผื่อร่นระยะเวลาในการพัฒนาได้ ยินดีนะครับ
.
ถ้าให้ผมเลือกว่า
#รัฐควรทำAIอะไร มากที่สุด ผมว่าเรื่องนี้ล่ะ
ทำง่ายและได้ประโยชน์เยอะ เมื่อเทียบกับการลงทุน
.
มาร่วมกันทำให้
#กระบวนการใบอนุญาต ของไทย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์กับทุกคนกันครับ 🙏🙏🙏
.
#AIใบอนุญาต #AI #AIGovernance #GovTech