พรรคการมีม

Joined March 2023
7,254 Photos and videos
Pinned Tweet
รวมสุดยอดรีแอคนางแบกในวันที่เพื่อไทยปัดตกการนิรโทษ 112 1) ตายๆ ในคุกไปเหอะ
21
419
197
169,944
MemeForwardParty retweeted
ในชั้นศาลจริง ๆ ถกกันแย่กว่านี้มากเพราะทนายฝั่งนึงต้องการความยุติธรรม ส่วนอึกฝั่งต้องแลกจรรยาบรรณเพื่อใช้คำถามช่องโหว่งของกฎหมาย เพราะคำให้การของเหยื่อคำเดียวเปลี่ยนคำตัดสินได้เลย #ทนายปีศาจ
Tw. Sexual abuse (การถูกล่วงละเมิดทางเพศ) เป็นฉากที่โคตรอึดอัดและโคตรขยะแขยงสุดๆ (ชม) พี่หญิงเล่นดีมาก ซักพยานได้แบบเลือดเย็นสุด พี่นักแสดงผญ.คนนี้ก็เล่นดี ทำเราดิ่งไปด้วยเลย เข้าใจแล้วทุกอย่าง นี่สินะความรู้สึกของเหยื่อที่เหมืนถูกกระทำซ้ำๆ เอาไปเลยออสการ์ ลูกโลกทองคำ เอาไปให้หมดเลย #ทนายปีศาจ
31
23
3,677
MemeForwardParty retweeted
มีอยู่ครั้งนึง น่าจะไปดูหนังโจ๊กเกอร์ภาคแรกมั้ง ออกจากโรงมา ขมมาก เปิดมือถือดู มีข่าวผู้พิพากษาที่ใต้พยายามฆตต.ต่อสู้กับระบบอยุติธรรม ชีวิตจริงหม่นกว่าหนังอีกวันนั้น หนังจืดไปเลย
เคยพูดไว้หลายครั้งว่าคนทำหนัง/ซีรี่ไทยไม่ต้องเค้นสมองคิดพลอทอะไรขนาดนั้นหรอก หน้าข่าวบ้านเรามีให้เลือกมาทำเต็มไปหมด ทนายปีศาจเปนเรื่องนึงที่ทำให้เหนแล้วและออกมาใช้ได้
3
107
เช่นบิ๊กไก่ ไกรเลิศ
"พ่อตา" เป็นสิ่งที่ซีรีส์ซ่อน "สิ่งหนึ่ง" ไว้ได้อย่างเฉียบคนมาก โดยที่ไม่ต้องเล่าอะไรมากมายเลย . สิ่งนั้นคืออะไร ? (*** มีสปอยล์) . . ตอนแรก ๆ ของซีรีส์อาจจะทำให้เราเข้าใจว่าตัวละครนี้คือพ่อแท้ ๆ ของอนันต์ แต่หลัง ๆ เรารู้แล้วว่าเขาเป็น "พ่อตา" . สาเหตุที่ต้องเป็นพ่อตาเพราะข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ (ซึ่งพ่อตาของอนันต์ก็เคยเป็นระดับนั้น) หลายคนที่มีลูกสาว มักจะหาคู่ให้โดยการเอาลูกน้องคนสนิท คนที่ไว้ใจได้ เคยเป็นมือเป็นเท้า และมีแนวโน้มว่าสามารถขึ้นไปอยู่ในระดับบิ๊ก ๆ มาเป็นลูกเขย . บิ๊กอนันต์จึงน่าจะเคยเป็นอดีตมือเท้า และลูกน้องใต้บังคับบัญชาพ่อตามาก่อน พอพ่อตาเห็นแววก็ยกลูกสาวให้ . ข้อแลกเปลี่ยนนี้แฟร์ และยุติธรรมมาก เพราะฝั่งพ่อตาก็ได้ลูกเขยที่จะขึ้นไปเป็นระดับบิ๊กคู่ควรกับลูกสาว ฝั่งอนันต์ก็ได้ตำแหน่งโดยอาศัยช่องทางธรรมชาติของพ่อตา . นี่อาจจะดูเป็นแอปเปิ้ลเคลือบน้ำตาลระหว่างสองพ่อ - ลูก แต่จริง ๆ แล้วมันมียาพิษแทรกอยู่ในนั้น . มีหลักฐานบางอย่างที่แสดงให้เห็นว่า "อนันต์เป็นเกย์" เช่น มีคำพูดว่า "อนันต์มีสัมพันท์กับลูกน้องคนสนิท" และมีฉากที่ลูกน้องคนนั้นเดินออกมาจากห้องของอนันต์ในท่าทางที่กำลังจัดระเบียบชุด เหมือนพึ่งถอด . แล้วถ้าอนันต์เป็นเกย์จริง ทำไมถึงแต่งงานกับผู้หญิง ? . นี่แหละ "สิ่งนั้น" ที่ซีรีส์ซ่อนไว้ . ในวงการตำรวจไม่มีทางเลยที่คุณจะ "เก่ง" อย่างเดียวแล้วสามารถไต่เต้าขึ้นไปเป็นตำรวจยศสูง หรือได้ตำแหน่งดี ๆ เพราะตำแหน่งของตำรวจมักแลกมาด้วย "เงินทอง" และ "เส้นสาย" . การเข้าไปเป็นลูกเขยให้กับพ่อตา อาจจะเป็นวิธีเดียวของอนันต์ที่ทำให้เขาสามารถไต่เต้ากลายเป็นตำรวจระดับบิ๊กได้ และการใช้ "รสนิยมทางเพศ" หรือ "ตัวตนที่แท้จริง" ของตัวเองมาเป็นหลักประกันเงื่อนไขนี้มันอาจจะคุ้มมาก ๆ สำหรับอนันต์ . วงจรนี้เป็นสิ่งที่ตัดตอนตำรวจน้ำดีหลายคนที่ไม่สามารถอยู่รอด หรือมีที่ยืนในอาชีพ จะเก่งให้ตายยังไง ถ้าไม่เคารพนาย ทำตามคำสั่ง หรือ "อยู่เป็น" ก็เป็นได้แค่เบี้ยล่างในกรม . แต่สาเหตุที่พ่อตายอมยกลูกสาวให้กับอนันต์อาจจะไม่ใช่เพราะอยากให้ลูกสาวแต่งงานกับตำรวจเพียงอย่างเดียว เพราะในระบบอุปถัมภ์ของไทย "ความลับ" คือพันธนาการที่แน่นหนากว่าความรัก . มั่นใจมาก ๆ ว่าในอดีตพ่อตาคนนี้ทำเรื่องไว้สารพัด หรืออาจจะเป็นตำรวจที่เคยหนุนหลังจีนเทามาก่อน พอกำลังจะลงจากอำนาจเลยต้องหา "ตัวแทน" เพื่อคายตะขาบความเลวนี้ให้ และคน ๆ นั้นจะต้องอยู่ใกล้ตัว เข้า-ออกบ้านได้โดยไม่มีใครผิดสังเกต การจะทำแบบนี้ได้โดยที่โดนจับภายหลังแล้วตัวเองรอด คน ๆ นั้นจะต้องเป็นลูกเขย . ความสัมพันธ์ของพ่อตากับอนันต์จึงไม่ใช่เรื่องของครอบครัว แต่มันคือการทำธุรกิจเทา ๆ ในเชิงโครงสร้างที่สมประโยชน์กันอย่างน่ารังเกียจ ฝั่งหนึ่งยอมสละตัวตนเพื่อแลกกับยศถาบรรดาศักดิ์ ส่วนอีกฝั่งก็ยอมสละความสุขของลูกสาวเพื่อรักษาฐานอำนาจของตระกูล . #ทนายปีศาจ ไม่ได้เล่าแค่เรื่องราวของศาล ทนายความเพียงอย่างเดียว แต่กำลังกัดแซะให้เราเห็นว่า ภายใต้เครื่องแบบสีกากีที่ดูสง่างามมันถูกขับเคลื่อนด้วยตัณหา อำนาจ และการเอา "ชีวิตของคนอื่น" มาเป็นเครื่องสังเวยให้กับระบบที่เน่าเฟะนี้ได้หายใจต่อ
1
158
110
24,380
เดิมทีโจก็ไม่เด่นอยู่แล้ว มาเจอสุรพลฉุดคะแนนลงเหวอีก รอบหน้าว่ากันใหม่นะพรรคส้ม รอบนี้ no vote ไปก่อน
ส.ก.ส้ม โดนแซงในสวนดุสิตโพลครั้งแรกครับ สวนดุสิตโพลสำรวจเรื่องผู้ว่า กทม. มา 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 - ส.ก. ส้มได้ 40.13% ครั้งที่ 2 - ส.ก. ส้มได้ 35.20% ครั้งที่ 3 - ส.ก. ส้มได้ 28.88% และแพ้ ส.ก. อิสระครั้งแรก สังเกตว่าจากครั้งที่ 2 มาครั้งที่ 3 ตกฮวบมาก ซึ่งถ้าเราไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างครั้งที่ 2 และ 3 จะเห็นคำตอบที่ชัดเจน ... "สุรพล นิติไกรพจน์"
134
MemeForwardParty retweeted
นี่คิดว่าลดลงไม่น่าเกี่ยวกับสุรพลตัวผู้สมัครผู้ว่ามีผลมากกว่า แล้วก็คิดว่าสุรพลมีผลอะไรเปิดตัวมาทำหน้าที่อะไร๊ นอกจากให้พรรคโดนด่า
ส.ก.ส้ม โดนแซงในสวนดุสิตโพลครั้งแรกครับ สวนดุสิตโพลสำรวจเรื่องผู้ว่า กทม. มา 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 - ส.ก. ส้มได้ 40.13% ครั้งที่ 2 - ส.ก. ส้มได้ 35.20% ครั้งที่ 3 - ส.ก. ส้มได้ 28.88% และแพ้ ส.ก. อิสระครั้งแรก สังเกตว่าจากครั้งที่ 2 มาครั้งที่ 3 ตกฮวบมาก ซึ่งถ้าเราไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างครั้งที่ 2 และ 3 จะเห็นคำตอบที่ชัดเจน ... "สุรพล นิติไกรพจน์"
1
43
Replying to @aorwiki
off peak ทั่วโลกเขาก็ใช้กันครับ แปลว่าทั่วโลกพิสูจน์ความจนหมดหรือครับ? คิดมุมกลับนะครับ ถ้าไปทำนโยบาย ตั๋วเข้างานสาย ลด50% ถ้าออกจากบ้าน 9.30 อันนี้คือจะแกล้งเขาหรือครับ? ทั้งที่เราก็รู้ว่า เวลาคนทำงานส่วนใหญ่ เข้างาน 8.00 เช้า และคนชานเมืองเขาต้องออกจากบ้าน 6.00/6.30 แต่เราไปทำนโยบายแกล้งเขา ให้ออกหลัง 9.30 ทั้งที่รู้ว่า เขาเลือกไปทำงานสายไม่ได้ แล้วนโยบายนี้จะถึงมือเขาไหมครับ? แต่ถ้าจะไปลดตรงๆตอนเวลา peak time พอดี ระบบมันรับคนพอได้เสียที่ไหน ดูสายสีน้ำเงิน ทุกวันนี้แน่นขนาดไหน นี่ก็ต้องเกลี่ยคนออกครับ ทั่วโลกมีเหมือนกันหมด
9
229
326
27,225
MemeForwardParty retweeted
จริง พอจะไปดูแกนนำอย่างเพื่อไทยที่ก็ลงเหวไปละ ส้มตอนนี้ก็ยิ่งคล้ายกับที่เพื่อไทยที่ไม่เอาอะไรแล้วกับความเท่าเทียมอื่นๆ สักแต่จะเอาแนวร่วมๆ
พูดมาเสมอว่าคนไม่ได้เบื่อการเมือง ให้สู้ก็ยังคงสู้กันได้อีกแหละ แต่คนเบื่อสภาพแกนนำที่สมาทานว่าตัวเองเป็นฝ่ายซ้าย แต่ไม่เอาหีแตดไรเลยที่เป็นความเท่าเทียมด้านอื่น ๆ เช่น คนชายขอบ ประเด็นทางเพศ อำนาจนิยม ฯลฯ ยังเก็บคนเหี้ยเอาไว้และ gaslight คนตั้งคำถามด้วยคำว่า “เดี๋ยวเสียขบวน”
3
8
582
ตอนวิโรจน์ยังมีคอนเทนท์น่าสนใจกว่านี้ คือรุ้สึกว่าข้างในเค้าวางแผนมาไม่ดีเลย
สงสัยนิดนึง สส ก็ชนะใน กทม 33 เขต ทำไมไม่สามารถ brainstorm ความคิดและกลั่นออกมาเป็นปัญหาของ กทม ก่อนมาทำนโยบายที่ได้เรื่องได้ราวได้ ส่วนหนึ่งรู้สึกว่าเขาเซต theme ของแคมเปญก่อนการวิเคราะห์ปัญหา ซึ่งผลออกมาก็คือ งงจัด
2
70
MemeForwardParty retweeted
ตัวซีเคร็ตในตอนสุดท้าย ss1 “พี่ไปหักหน้านายทุนเรา ส่งกลับประเทศ ผู้ใหญ่ไม่โอเค พี่น่าจะรู้ตัวนะ ที่ชวนทุกคนมาเจอวันนี้เพราะมีเรื่องอยากปรึกษา ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้รับอนุมัติแล้วจาก พ่อตาพี่ อยากให้ทนายช่วยระดมสมอง ว่าเราจะอธิบายสาเหตุการตายของพี่อนันต์ว่ายังไงดี…” #ทนายปีศาจ
151
188
19,797
MemeForwardParty retweeted
พรรคส้มคิดผิดที่รุมกันตี อ ชัชชาติ ในประเด็นละเลยทุจริต เพราะคนส่วนใหญ่รู้ว่า ทุจริตมันฝังลึก ข้าราชการมันช่วยกัน พวกกรรมการตรวจที่ตั้งโดยฝ่ายบริหาร มันทำหน้าที่แค่ลูบๆคลำๆ เรื่องพวกนี้ถ้าเคยบริหารจะทราบดีว่า ฝ่ายบริหารจัดการทุจริตยากมาก เพียงหากฝ่ายบริหารไม่ทุจริตด้วยก็ดีมากแล้ว สิ่งที่ อ ชัชชาติ ทำคือ ต้องดึง ปปช. ปปท. มา ถ้าเข้ามาเมื่อไหร่นั่นแหละ พวกทุจริตมันจะร้องโอดโอย
สวนดุสิตโพลสะท้อนคนเมืองเลือกผลงาน-บุคคล เหนือแบรนด์พรรค ชัชชาติยังนำลิ่ว ขณะผู้สมัคร ส.ก. อิสระขึ้นเป็นอันดับ 1 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพมหานครเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เรื่อง ‘การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 (ครั้งที่ 3)’ ซึ่งทำการสำรวจทั้งทางออนไลน์และภาคสนามระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2569 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,029 คน ผลการสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญในมิติทางรัฐศาสตร์ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งกำลังส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคของการเมืองเชิงประสิทธิภาพ (Performance-based Politics) โดยเลือกพิจารณาจากผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้ คุณภาพผู้นำ และความสามารถในการแก้ปัญหาของตัวบุคคลมากกว่าการยึดโยงกับอุดมการณ์หรือแบรนด์พรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว ⚈ ชัชชาติยังนำโด่งเกินครึ่ง ขณะความนิยม ‘ส.ก. อิสระ’ ขึ้นแซงพรรคประชาชน ความคิดเห็นของคนกรุงเทพมหานครต่อคำถามที่ว่าอยากให้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป พบว่า อันดับ 1 คือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (สมัครในนามอิสระ) ได้รับคะแนนนิยมสูงสุดถึง 60.08% ทิ้งห่างอันดับ 2 คือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) ซึ่งได้ 13.17% อย่างมีนัยสำคัญ ตามมาด้วยอันดับ 3 มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) 7.39% อันดับ 4 อนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) 3.89% อันดับ 5 คมสัน พันธุ์วิชาติกุล (อิสระ) 1.28% และอันดับ 6 ม.ล. กรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) 1.09% โดยมีผู้เลือกผู้สมัครอื่น ๆ 1.03% และกลุ่มที่ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจอีก 12.07% ขณะที่พฤติกรรมการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ผลสำรวจพบว่า คนกรุงเทพฯ เทคะแนนให้กับกลุ่มผู้สมัครอิสระมาเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 35.39% รองลงมาคือพรรคประชาชน 28.88% พรรคเพื่อไทย 10.55% พรรคประชาธิปัตย์ 9.96% พรรคภูมิใจไทย 1.58% อื่น ๆ 1.12% และมีผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือก ส.ก. อยู่ที่ 12.52% ⚈ อ่านพฤติกรรมโหวตเตอร์เดิม คะแนนพรรคไม่เปลี่ยนมาเป็นคะแนนบุคคล? สำหรับพฤติกรรมการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเมื่อเปรียบเทียบกับประวัติการเลือกตั้งในอดีต จากข้อมูลการจำแนกกลุ่มผู้ที่เคยเลือกผู้ว่าฯ กทม. ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 พบว่า ‘กลุ่มที่เคยเลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ในอดีต ระบุว่าจะยังคงเลือกชัชชาติในครั้งนี้ถึง 73.72% และเปลี่ยนไปเลือกชัยวัฒน์ 10.32% เลือกมัลลิกา 4.15% เลือกอนุชา 1.60% เลือกคมสัน 1.28% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 0.20% เลือกอื่น ๆ 0.43% และยังไม่ตัดสินใจ 8.30% ‘กลุ่มที่เคยเลือกนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร (อดีตพรรคก้าวไกล)’ ในครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัยวัฒน์ 44.12% และหันไปเลือกชัชชาติถึง 24.12% เลือกมัลลิกา 12.35% เลือกคมสัน 1.76% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 1.29% เลือกอื่น ๆ 1.29% และยังไม่ตัดสินใจ 14.12% โดยไม่มีผู้เลือกอนุชาเลย (0%) ‘กลุ่มที่เคยเลือกนายสกลธี ภัททิยกุล’ ครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัชชาติ 64.52% เลือกมัลลิกา 9.03% เลือกชัยวัฒน์ 7.74% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 3.53% เลือกคมสัน 1.29% เลือกอื่น ๆ 1.29% และยังไม่ตัดสินใจ 14.84% โดยไม่มีผู้เลือกอนุชา (0%) ‘กลุ่มที่เคยเลือก สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์’ ครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัชชาติ 41.86% และเลือกอนุชาที่เป็นตัวแทนจากพรรคเดียวกัน 23.26% เลือกชัยวัฒน์ 5.81% เลือกมัลลิกา 5.81% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 2.91% เลือกอื่น ๆ 2.91% และยังไม่ตัดสินใจ 17.44% โดยไม่มีผู้เลือกคมสัน (0%) ‘กลุ่มที่เคยเลือก พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง’ ครั้งนี้ระบุว่าจะเลือกชัชชาติ 62.33% เลือกมัลลิกา 12.33% เลือกชัยวัฒน์ 5.48% เลือก ม.ล. กรกสิวัฒน์ 1.37% เลือกอนุชา 0.68% เลือกอื่น ๆ 1.37% และยังไม่ตัดสินใจ 16.44% โดยไม่มีผู้เลือกคมสัน (0%) ⚈ โยงฐานเสียงเลือกตั้งใหญ่ สู่สนามเลือกตั้ง กทม. เมื่อพิจารณาพฤติกรรมของผู้ที่เคยเลือก ส.ส. สังกัดพรรคการเมืองต่าง ๆ ในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้จะเลือก ส.ก. จากพรรคใด พบข้อมูลดังนี้ ‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคประชาชน’ ในการเลือกตั้งใหญ่ จะเลือก ส.ก. พรรคประชาชน 52.88% แต่มีกลุ่มที่หันไปเลือกผู้สมัครอิสระสูงถึง 33.90% เลือกพรรคเพื่อไทย 2.94% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 1.47% เลือกพรรคภูมิใจไทย 0.56% เลือกอื่น ๆ 0.90% และยังไม่ตัดสินใจ 7.35% ‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์’ จะเลือก ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ 54.67% เลือกผู้สมัครอิสระ 28.89% เลือกพรรคประชาชน 10.67% เลือกพรรคเพื่อไทย 2.22% เลือกพรรคภูมิใจไทย 0.44% เลือกอื่น ๆ 0.44% และยังไม่ตัดสินใจ 2.67% ‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทย’ จะเลือก ส.ก. พรรคเพื่อไทย 41.09% เลือกผู้สมัครอิสระ 32.73% เลือกพรรคประชาชน 5.09% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 3.64% เลือกพรรคภูมิใจไทย 0.36% เลือกอื่น ๆ 3.27% และยังไม่ตัดสินใจ 13.82% ‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรคภูมิใจไทย’ จะเลือกผู้สมัครอิสระ 36.36% เลือกพรรคเพื่อไทย 16.16% เลือกพรรคประชาชน 11.79% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 11.11% เลือกพรรคภูมิใจไทยของตัวเองเพียง 7.07% เลือกอื่น ๆ 1.35% และยังไม่ตัดสินใจ 16.16% ‘กลุ่มที่เคยเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ’ จะเลือกผู้สมัครอิสระสูงที่สุดถึง 53.06% เลือกพรรคประชาชน 28.57% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ 12.24% เลือกพรรคเพื่อไทย 2.04% และยังไม่ตัดสินใจ 4.09% โดยไม่มีผู้เลือกพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคอื่น ๆ (0%) ⚈ ผลโพลชี้คนกรุงฯ ตัดสินจากผลสำเร็จ เน้นตัวบุคคลมากกว่าภาพจำพรรค ดร. พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล วิเคราะห์ว่า จากผลโพลทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา สะท้อนชัดเจนว่าคนกรุงเทพฯ ยังคงให้ความสำคัญกับตัวบุคคลเป็นหลัก โดยฐานเสียงเดิมของอดีตพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่ได้เคลื่อนย้ายมาสนับสนุน ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร อย่างเบ็ดเสร็จ ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าคะแนนนิยมของพรรคการเมืองไม่ได้แปรเปลี่ยนหรือส่งต่อมาเป็นคะแนนนิยมของผู้สมัครโดยอัตโนมัติ และการยอมรับในตัวผู้สมัครรายบุคคลยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้งของคนเมือง ด้าน ดร. งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายเพิ่มเติมในเชิงรัฐศาสตร์ว่า ผลสำรวจนี้สะท้อนโครงสร้างความคิดของคนกรุงเทพฯ ที่ให้ความสำคัญกับ ‘ผลงานและตัวบุคคล’ มากกว่าการเมืองเชิงระบบพรรคอย่างชัดแจ้ง การที่ชัชชาติได้รับการสนับสนุนสูงถึง 60.08% แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อการบริหารเมืองยังอยู่ในระดับสูง และผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากหลากหลายกลุ่มการเมืองพร้อมที่จะข้ามเส้นแบ่งของพรรคเพื่อสนับสนุนผู้ที่พิสูจน์ผลงานได้จริง ขณะเดียวกัน แม้พรรคประชาชนจะยังรักษาความแข็งแกร่งในฐานะพลังทางเลือกของคนเมือง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไว้ได้ แต่การที่ผู้สมัครอิสระได้รับความนิยมสูงทั้งในระดับผู้ว่าฯ และ ส.ก. เป็นการส่งสัญญาณจากคนกรุงเทพฯ ว่าคุณภาพของผู้นำและความสามารถในการแก้ปัญหามีน้ำหนักเหนือกว่าแบรนด์พรรคการเมือง พฤติกรรมเช่นนี้ชี้ให้เห็นว่าการเมืองกรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ประชาชนตัดสินนักการเมืองจากผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้จริง มากกว่าความนิยมเชิงอารมณ์ ซึ่งอาจกลายเป็นทิศทางและหมุดหมายสำคัญของพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้งไทยในอนาคต ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร #TheStandardNews #TheStandardPhoto #ศวิตาพูลเสถียร
5
18
19
4,028
MemeForwardParty retweeted
Replying to @boatnotbas
พรรคส้ม เน้นพรรค เน้นอุดมการณ์ แต่ไม่เน้นตัวบุคคล พอต้องสู้ด้วยตัวตนและผลงาน ก็ได้แค่ยกตัวอย่างลำพูน ซึ่งคน กท รู้ว่า เมืองระดับมหานครจะบริหารแบบ อบจ ไม่ได้ น้อยคนจะรู้จักตัวตน ดร โจ แบบที่เรารู้จัก อ. ชัชชาติ มัลลิกา การเมืองแห่งความหวาดควรออกไป การเมืองแห่งความหวังควรกลับมา
765
Replying to @boatnotbas
นี่ก็เชียร์พรรคส้มนะ แต่บอกเลยว่า เลือกผว.กทม. รอบนี้ พลาดเยอะมาก เหมือนไม่ทำการบ้าน ไม่เตรียมตัว และพอชินกับการเป็นฝ่ายค้านมานาน เน้นแต่การตรวจสอบ ปราบคอรัปชั่น โจทย์สนามเล็กกับสนามใหญ่ไม่เหมือนกัน จนตอนนี้ยังจับประเด็นไม่ได้เลยว่า นโยบายเด่นๆเพื่อคน กทม. มันคืออะไร และหลายมูฟเม้นที่ออกมาคือ ดูเป็นการเมืองสมัยเก่าอ่ะ
1
1
164
MemeForwardParty retweeted
Replying to @boatnotbas
ให้เดาไหม ผู้บริหารพรรคความคิดใหญ่ที่สุด ชนิดที่คนอื่นเสนอแนะอะไรก็ไม่ค่อยฟังหรือปรับตัวตามนะ ทำให้คนอื่นๆ ไม่อยากเสนออะไรกันแล้ว ถ้าพูดแรงกว่านี้ ผู้บริหารพรรคชุดนี้มือไม่ถึงที่ทำงานบริหารพรรคได้ตั้งแต่แรก ทั้งการบริหารจัดการคน การกำหนดทิศทางพรรค
2
2
171
เหมือนไม่ได้เตรียมตัวมาอะ สนามผู้ว่ามันไม่ค่อยมีอุบัติเหตุทางการเมือง ถ้าจะแข่งจริง มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า 4 ปีด้วยซ้ำ นี่ต้องให้ ส.ส.ลาออกมาลง แปลว่าตอนเลือกตั้งต้นปีก็ยังไม่คิดว่าจะส่งใคร นโยบายที่ออกมามันเลยดูคิดรีบๆ ไม่ครอบคลุม ไม่เชื่อมโยงกันทั้งระบบเหมือนตอนเลือกตั้งใหญ่
สงสัยนิดนึง สส ก็ชนะใน กทม 33 เขต ทำไมไม่สามารถ brainstorm ความคิดและกลั่นออกมาเป็นปัญหาของ กทม ก่อนมาทำนโยบายที่ได้เรื่องได้ราวได้ ส่วนหนึ่งรู้สึกว่าเขาเซต theme ของแคมเปญก่อนการวิเคราะห์ปัญหา ซึ่งผลออกมาก็คือ งงจัด
3
385
MemeForwardParty retweeted
เรื่องสุรพล พรรคประมาทน้ำใจแฟนคลับมากเกินไป คิดน้อย ขาดทักษะในการประเมินกระแส FC ตัวเอง ไหนจะจังหวะนรกในการเปิดตัว อีกทั้งเมื่อเกิดประเด็นแล้ว วิธีอธิบายก็แย่ แลดูไม่ได้แคร์ฐานเสียงเดิมเลย
ส.ก.ส้ม โดนแซงในสวนดุสิตโพลครั้งแรกครับ สวนดุสิตโพลสำรวจเรื่องผู้ว่า กทม. มา 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 - ส.ก. ส้มได้ 40.13% ครั้งที่ 2 - ส.ก. ส้มได้ 35.20% ครั้งที่ 3 - ส.ก. ส้มได้ 28.88% และแพ้ ส.ก. อิสระครั้งแรก สังเกตว่าจากครั้งที่ 2 มาครั้งที่ 3 ตกฮวบมาก ซึ่งถ้าเราไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างครั้งที่ 2 และ 3 จะเห็นคำตอบที่ชัดเจน ... "สุรพล นิติไกรพจน์"
4
20
30
2,595
รอดูท่านปธ.ยุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าของพรรคส้มแก้เกมค่ะ ไม่เก่งจริงไม่โดนเชิญมาทำตำแหน่งนี้หรอก 🙃
ส.ก.ส้ม โดนแซงในสวนดุสิตโพลครั้งแรกครับ สวนดุสิตโพลสำรวจเรื่องผู้ว่า กทม. มา 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 - ส.ก. ส้มได้ 40.13% ครั้งที่ 2 - ส.ก. ส้มได้ 35.20% ครั้งที่ 3 - ส.ก. ส้มได้ 28.88% และแพ้ ส.ก. อิสระครั้งแรก สังเกตว่าจากครั้งที่ 2 มาครั้งที่ 3 ตกฮวบมาก ซึ่งถ้าเราไปดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างครั้งที่ 2 และ 3 จะเห็นคำตอบที่ชัดเจน ... "สุรพล นิติไกรพจน์"
1
7
10
821
MemeForwardParty retweeted
เสียดายด็อกเตอร์โจ เนื้อแท้แกดูตั้งใจพยายาม และมีความสามารถ แต่อาจพูดไม่เก่ง ช็อตไมค์ง่าย ถ้าเก็บแกไว้ในตำแหน่งเดิม ช่วยงานหลังบ้านหรือแนวๆนโยบาย ยังดีเสียกว่า
Replying to @captainnerd23
จะเริ่มสูสี 1. โจ ต้องแต่งตัวปรับการสื่อสารใหม่ ต้องมีเทรนเนอร์(พิธาหรือฟูอาดี้เลย Harvard เค้าสอน Leadership Communication) 2 หยุดเกรงใจชัชชาติ บางตัวก็หยุดแทงหลังแบงค์ ให้เค้าพูดอำนาจของผู้ว่าให้ชัด เพราะคนติดเรื่องคอรัปชั่นกับบทลงโทษ Social Listening มีไหม ไปขอทีมก้าวไกลมาค่ะ คือถ้าทำแค่ข้อ2 แต่ข้อ1 แบบนี้คนก็ไม่รู้จะเลือกใคร แต่ถ้าเกรงใจชช. ก็หยุดดันโจแล้วไปช่วยคะแนน สก. ขายปัญหาและการดูแลในพื้นที่ แค่นั้น
6
36
50
5,707
MemeForwardParty retweeted
ของญี่ปุ่นดำไปประมาณ 1 season แต่ช่องทีวีบ้านเขากลับเข้าผังปกติใน 2 วันหลังสวรรคต เพราะเอกชนไม่เอาด้วย ร้านเช่าวีดีโอไม่มีวีดีโอให้ยืมเพราะคนเช่าไปดูช่วงที่ไม่มีรายการปกติจนหมดร้าน
คนญี่ปุ่นฮือฮากันที่เห็น Uniqlo ไทยเปลี่ยนป้ายไฟและหุ่นโชว์เป็นโหมดไว้อาลัยไวมาก เราไปถามญี่ปุ่นรอบตัว อ่านต้นทางสงสัยทำไมคนญป.ฮือฮา สำหรับเรามันน่าจะเป็นเรื่องปกติ เขาบอกว่า คน ญป รุ่นที่เกิดปี 1985 เป็นต้นไปบอกว่าตัวเองไม่เคยเจอบรรยากาศที่สังคมหรือห้างร้านพร้อมใจกันเปลี่ยนดิสเพลย์เป็นสีดำแบบนี้ในชีวิตจริงเลย เพราะจักรพรรดิองค์ก่อนของญป.สละราชสมบัติตอนมีพระชนชีพอยู่ บรรยากาศเลยเป็นงานฉลองเปลี่ยนยุคเป็นเรเวะ ส่วนการสวรรคตครั้งล่าสุดก็ย้อนไปเกือบ 40 ปีที่แล้ว พอมาเห็นพลังการมีส่วนร่วมในพื้นที่สาธารณะของบ้านเรา และความเร็วในการขยับตัวของแบรนด์ใหญ่ในไทย เลยรู้สึกทึ่งและเปิดหูเปิดตามากๆ ตั้งแต่ร.9 การที่คนทั้งเมืองพร้อมใจกันใส่ชุดดำในชีวิตประจำวันบนท้องถนนแบบในไทย เป็นภาพสะท้อนวัฒนธรรมที่คน ญป.รุ่นใหม่ไม่เคยเห็นในประเทศตัวเองประมาณนั้น
6
1,584
1,362
406,905
ในเมื่อ เพื่อไทย มีพวกคลั่ง cult of personality แบบแก้ไม่หายมันเรียกตัวเองว่า "นางแบก/นายแบก" กูในฐานะที่ support ส้มมาตลอด ขอบัญญัติศัพท์ใหม่ เรียกไอ้พวกลักษณะเดียวกัน คือจะอวยพรรค เลียนักการเมืองในพรรคอย่างเดียว แบบไม่แยกแยะดีชั่วว่า "ส้มพลาสติก" ไอ่สัส แม่งมีแต่เปลือกไง ปลอมไง เหมือนจะมีอุดมการณ์แต่ไม่มี แล้วพา voter ส้ม ที่เขา vote แบบมีสติ เชียร์อย่างมีเหตุผลเขาซวยไปด้วย กูบอก category ละนะ ไม่ได้เหมารวมคนตามพรรคส้มทั้งหมดว่าเป็นอย่างนี้ด้วย แต่ใครร้อนตัวก็รับไปละกัน
1
5
244
พรรคประชาชนนี่มันไม่เข้าใจตัวเองหรือไง ไม่ใช่คนไม่อยากเลือกนะเว้ย แต่มึงทำตัวให้เขาไม่ไว้ใจมากขึ้นทุกวัน ไอ้ที่เห็นแบบ เออ แก้ละ ดีละ แม่งเอาอีกละ มาอีกละ ละไม่ใช่จากคนภายนอกไปใส่ความอะไรนะ คือมึงทำตัวเองกันล้วนๆ ละแกนนำพรรคท่านนึง (ที่ถูกตัดสิทธิ์อยู่) ที่บอกออกสื่อว่าให้คนในพรรคตั้งใจทำงานไปเถอะ มันฟังแล้ว desperate ชอบกล คือแบบ เออ ทำๆ ไปเถอะ นะ ไหลๆ ตามมติพรรคไปอย่าไปคิดเยอะ แล้วก็บู้ม พรรคโดนยุบ ไอ้ career path ที่ห่วงนักห่วงหนา ก็อันตรธานอยู่ดี ไหนจะ บางทีคนมันไม่เต็มใจเลือก ละที่ไม่อยากเลือกไม่ใช่เพราะเกลียด แต่มันไม่โอเคไง แบบอาจจะไปเลือกรอบหน้า ถ้ามันนิ่ง/ดีขึ้นแล้ว แม่งก็จะมีพวกมาคอยป่วน gaslight ฉันส้มแท้ 100% จากสวนนะ ไม่เลือกคือน้ำเงินได้นะ ทีนี้จากเฉยๆ แม่งเกลียดเลย คือ เหมือน กูอิ่มข้าวละ ไว้กินส้มมื้อเย็นได้ไหม กูอิ่ม จะอ้วกละ แม่งก็จะเอาส้มปอกยัดปากแม่งอยู่นั่น มันน่ารำคาญไหมล่ะ
5
7
461